เรื่องราวของตำนานกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรที่มาในเวอร์ชั่นของ Shaw Brothers นะครับ โดยหนังก็เกริ่นเล่าที่มาที่ไปของเตียบ่อกี้ (เอ๋อตงเซิน, Derek Yee, Yee Tung Shing) แบบคร่าวๆ ก่อนจะเริ่มเล่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวหลังจากบ่อกี้โดนฝ่ามือภูติเร้นลับจนเตียซำฮง (จางยิง, Cheung Ying) ต้องพาเขาไปหาทางรักษา
แล้วหนังก็เล่ายาวไปถึงช่วงที่บ่อกี้เจอคัมภีร์จนสำเร็จวิชา ตามด้วยศึกสำนักธรรมะบุกถล่มเม้งก่าที่เขากวงเม้ง แล้วก็ไปสุดที่ตอนเตี๋ยเมี่ยง (จิงลี่, Ching Li) ยกพลบุกบู๊ตึ้ง ก่อนจะทิ้งเรื่องไว้ให้เราตามไปดูต่อในภาค 2
หนังระดับนี้ดาราย่อมมากันแบบคับคั่งครับ ไม่ว่าจะ หลอลี่ (Lo Lieh) ในบทราชสีห์ขนทอง เจี่ยซุ่น, หวีอันอัน (Candice Yu, Yu On On) เป็นจิวจี้เยียก, หวังไหล (Wang Lai) เป็นแม่ชีมิกจ้อ เจ้าสำนักง้อไบ๊, เยี่ยเทียนสิง (Stephan Yip) เป็นเซี่ยง้อชุน, อู๋ม่งต๊ะ (Ng Man Tat) เป็นท่านหมอโอ้วแชงู้, หลิวฮุ่ยหลิง (Liu Hui Ling) เป็นกีเฮียวพู้, เฉินเจียหยี (Chan Ga Yee) เป็นเอี้ยปุ้กฮุย ลูกสาวของเอี้ยเซียวและกีเฮียวพู้, อ้ายเฟย (Ai Fei) เป็นฮึงลี้เต็ง ศิษย์คนที่ 6 ของบู๊ตึ้ง, หวังหยง (Wang Jung) เป็นทูตซ้าย เอี้ยเซียว
เซี่ยผิง (Teresa Ha, Ha Ping) เป็นแม่เฒ่ากิมฮวย, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นอินทรีคิ้วขาว ฮึงเทียนเจี่ย, กู้กวนจง (Ku Kuan Chung) เป็นซ่งแชจือ, ฉีเส้าเฉียน (Norman Chu) เป็นค้างคาวปีกเขียว อุ้ยเจ็กเฉี่ย, หยางฉีอิง (Yang Chih Ching) เป็นหลวงจีนถุงผ้า ซ่วยปุกติ๊ก, เทียนชิง (Tien Ching) เป็นเซ่งคุน, เจิ้งลี่ฟาง (Cheng Lai Fong) เป็นเสี่ยวเจียว, เหวินเซียะเอ๋อ (Candy Man, Wen Hsueh Erh) เป็นฮึงลี้, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นเหอไท่ชง เจ้าสำนักคุนลุ้น
หนังดัดแปลงจาก ดาบมังกรหยก ของกิมย้ง (Jin Yong) และกำกับโดย ฉู่หยวน (Chor Yuen) ซึ่งยังทำหน้าที่เป็นคนดัดแปลงจากนิยายมาเป็นบทหนังด้วยครับ

อย่างแรกเลยที่อยากพูดถึงก็คือ เดาว่าดาบของเล่นสมัยก่อนที่ผมอยากได้นักหนาก็น่าจะมาจากเรื่องนี้ล่ะครับ ที่กระบี่อิงฟ้ามาพร้อมไฟกะพริบปริ๊บๆ สีเขียวนั่น ดูแล้วนึกถึงตอนเด็กเลย สมัยนั้นมันรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แกรนด์มากนะครับ แค่ดาบแค่กระบี่มาให้ถือนี่ก็เท่ห์แล้ว นี่ยังมีแสงกะพริบให้อีก เห็นแล้วนึกถึงวันวานขึ้นมาเลย 5555
ตอนแรกก็แอบกลัวนะครับว่าหนังจะออกมาไหวไหม เพราะเคยได้ยินคนบ่นๆ มาเหมือนกัน แต่กลายเป็นว่าผมโอเคครับ หนังถือว่าดูได้พอเพลินๆ ไม่ถึงขั้นเยี่ยมแต่ก็ไม่จัดว่าแย่ ส่วนตัวมองว่าช่วงต้นๆ (หลังจากเรื่องของหมอโอ้วแชงู้) ไปจนถึงช่วงกลางๆ หนังอาจจะเรื่อยไปนิด ย้วยไปหน่อย แต่พอถึงช่วงสำคัญอย่างตอนศึกที่เขากวงเม้งผมว่าหนังก็ออกมาใช้ได้ครับ แม้อะไรๆ จะรวบรัดและกระชับเอามากๆ ก็เถอะ แต่ผมว่าผมชินมาตั้งแต่ตอนดูมังกรหยกเวอร์ชั่น Shaw แล้วล่ะ
ผมมองว่าหนังออกมาโอเคได้ด้วยพลังจาก 2 ส่วนใหญ่ๆ อย่างแรกคือเหล่าดาราที่ล้วนเป็นระดับมืออาชีพมาช่วยกันสร้างความน่าดูให้กับหนัง และอย่างที่ 2 ซึ่งผมยกให้เป็นกระดูกสันหลังของหนังเลยก็คือโครงเรื่องดั้งเดิมจากดาบมังกรหยกของกิมย้งนี่แหละครับ คือผมต้องยอมรับนะว่าของเขาดีจริงและดีแท้ด้วย เพราะเอาจริงๆ ผมก็ดูมาไม่รู้กี่เวอร์ชั่น ดูจนจบลำดับเรื่องราวได้แล้วว่าถ้ามาฉากนี้จะไปต่อฉากไหน หรือถ้าตัวละครไหนโผล่มาแล้วเรื่องราวมันจะยังไงต่อ คือมันรู้ถึงขนาดนั้น แต่กลายเป็นว่าพอได้ดูซ้ำมันกลับไม่เบื่อ มันยังรู้สึกสนุกอยู่ และถ้ามีโอกาสก็อยากจะดูอีก คือพล็อตมันต้องเจ๋งมากจริงๆ ล่ะครับเราถึงสามารถดูได้ไม่รู้เบื่อขนาดเนี้ย
ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ก็ถือว่าโอเคตามมาตรฐานครับ พวกงานฉาก หรือคิวบู๊ต่างๆ นี่ถือว่าได้อยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าเป็นดาบมังกรหยกที่ทำออกมาได้ไม่เลว – แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับ ความดีความชอบส่วนใหญ่ต้องยกให้การแต่งเรื่องของกิมย้งจริงๆ
เอาเป็นว่าถ้าใครตามดูมังกรหยก 4 ภาคแรก ต่อด้วยภาค 5 ที่ว่าด้วยเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่งมาแล้ว ก็ต่อด้วยชุดนี้ได้เลยครับ ขอเพียงไม่คาดหวัง ผมเชื่อว่าหนังจะตอบโจทย์บันเทิงให้ท่านพอได้อยู่
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
ชื่ออื่นๆ
ดาบมังกรหยก
หมวดหมู่:Action, Adventure, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Drama, Martial Arts, Movie Reviews, Wuxia












