เรื่องราวของ 4 สาวเพื่อนซี้ที่แต่ละคนก็ต้องพบเจอกับเรื่องความรักที่ไม่สมหวัง เรื่องชีวิตที่มีทางแพร่งให้ต้องตัดสินใจ หรือไม่ก็เจอปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะอย่างไร พวกเธอก็ยังมีกันและกันอยู่เสมอครับ
หนังถือว่าเข้าทางผมอีกแล้วครับ ตั้งแต่ความเป็นหนังที่บอกเล่าช่วงหนึ่งของชีวิตคน แล้วก็มาพร้อมกลิ่นอายความเป็นหนังรอมคอมหน่อยๆ ส่วนดาราที่มาเล่นนี่ก็ถือว่าเป็นตัวแม่ของยุคนั้นเลย ไม่ว่าจะ Whitney Houston (ซาแวนน่าห์), Angela Bassett (เบอร์นาดีน), Loretta Devine (กลอเรีย), Lela Rochon (โรบิน) แล้วไหนจะดาราที่สมทบที่คุ้นหน้าสำหรับคอหนังยุค 90 อีก สำหรับผมการดูหนังเรื่องนี้มันเลยได้อารมณ์รำลึกถึงวันวานแถมมาด้วยอีกอย่างหนึ่ง
หนังดัดแปลงจากนิยายของ Terry McMillan โดยได้ McMillan เองมาดัดแปลงเป็นบทหนังร่วมกับ Ron Bass (Rain Man, Sleeping with the Enemy, The Joy Luck Club, Dangerous Minds) ส่วนคนกำกับก็คือ Forest Whitaker นักแสดงที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้า โดยนี่ถือเป็นงานกำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของเขาด้วยครับ
ส่วนผลลัพธ์ของหนัง ผมถือว่าน่าพอใจครับ ดาราแสดงกันได้ดี เนื้อเรื่องก็ชวนติดตามพอสมควร แม้ส่วนใหญ่มันจะเป็นเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ผัวๆ เมียๆ แต่ด้วยตัวบทที่ร่ายออกมาค่อนข้างดีมันเลยมีจุดให้เราอยากตามดูต่อว่าสุดท้ายเรื่องจะไปลงเอยที่ตรงไหน แต่ก็แอบคิดเหมือนกันครับว่าในแง่การเล่าเรื่องอาจยังไม่ถึงกับมีพลังมากนัก บางช่วงก็อาจจะย้วยไปหน่อย แต่ก็ยังดีที่บทโอเคและได้ดาราดีๆ มาประคอง โดยรวมหนังเลยถือว่าผ่านครับ ผ่านในเกณฑ์บวกด้วย เพียงแต่ยังไม่ถึงกับยอดเยี่ยมมากเท่านั้น

สิ่งที่ผมชอบคือหนังเอาหลายประเด็นมานำเสนอแล้วก็ชวนให้เราคิด อย่างการที่เบอร์นาดีนต้องแยกทางกับสามีเพราะเขาไปมีคนอื่น มันย่อมสร้างความเจ็บปวดขนานใหญ่ให้กับเธอ ตอนที่เธอพูดกับซาแวนน่าห์ว่า “รู้ไหมมันตลกตรงไหน? ฉัยเคยคิดว่าถ้าให้สิ่งที่เขาต้องการ เขาจะให้สิ่งที่ฉํนต้องการ…” เธอเคยคิดว่าเธอให้ใจเขา แล้วเขาจะให้ใจคืน แต่เผอิญความสมการความรักมันไม่เคยง่ายแบบนั้นครับ มันไม่มีอะไรการันตีเลยว่าถ้าคุณรักเขาแล้ว เราจะรักคุณตอบ หรือถ้าคุณทำดีกับเขาแล้ว เขาจะทำดีกับเราตอบ แต่มันมีปัจจัยแทรกซ้อนมากมาย ทั้งขึ้นกับตัวตนภายในของแต่ละคน (ว่าเป็นคนแบบไหน) และยังขึ้นกับปัจจัยรอบๆ (เช่น เขาไปเจอคนอื่นพอดีไหม)
ความรักจึงไม่เคยง่ายครับ และความจริงก็คือ ความรักเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ความเสี่ยงสูงมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก ถ้าใครโชคดีก็อาจจะได้เจอแบบ High Risk, High Return แต่คนที่ทุ่มหมดหน้าตักแล้วไม่เหลืออะไรเลย นี่ก็มีเหมือนกัน
แต่หัวใจหลักของหนังคือการบอกกับเรา – ไม่ว่าคุณจะเพศใดก็ตาม – ว่าคุณต้องเป็นผู้กุมบังเหียนชีวิตตัวเองให้ได้ อยู่ด้วยตัวเองให้ได้ และสามารถบริหารจัดการให้ตัวเองมีความสุขได้โดยไม่ต้องหวังพึ่งพาผู้อื่นมากจนเกินไป คือมันต้องมีบ้างแหละครับที่เราจะรับความสุขจากผู้อื่น แต่อย่ารวมศูนย์ความสุขไว้ที่ใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป – หรือถ้าจะรวม ก็รวมไว้ในมือของตนเอง
ก่อนตายเรายังพอมีเวลาครับ หากยังทำไม่ได้ก็ลองทำจนกว่าจะได้ ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร – ไหนๆ เกิดมาหนึ่งชีวิต ก็ลองสรรหาวิถีทางที่จะทำให้ตัวเองสุขมากกว่าทุกข์ดูสักหน่อย – หรือถ้าใครจะฝึกละวางตัวตน วางตัวกูของกูลงเพื่อคลายความยึดติด อันนี้ก็ไม่ห้ามครับ แล้วแต่ทางของแต่ละคน
ทีนี้ถ้าถามว่าผมชอบช่วงไหนที่สุดของหนัง ผมยกให้ตอนที่ “ดารารับเชิญคนนั้น” โผล่มาในฉากครับ – คือในหนังนี่จะมีดารารับเชิญใหญ่ๆ อยู่ 2 คน คนแรกคือผู้หญิงผิวขาวที่แย่งแฟนของเบอร์นาดีนไป ตอนเห็นหน้าเธอก็แอบตกใจครับว่าเธอมาเล่นด้วยหรือนี่ และอีกคนก็คือคนที่ผมกำลังจะพูดถึงนี่แหละ ซึ่งผมก็จะไม่สปอยล์ล่ะนะครับว่าเขาคือใคร แต่พอพี่เขาโผล่มานี่ผม “โว้ว” เลย นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะมา
แต่ผมชอบพาร์ตเรื่องระหว่างเขาคนนี้กับเบอร์นาดีนน่ะครับ มันดูเปี่ยมความหมาย และตอนแรกผมก็คิดเหมือนกันว่า “อะไรหนอที่จะทำให้เบอร์นาดีนรู้สึกดีขึ้นได้” เพราะสิ่งที่เธอเจอมันทำให้เธอแทบจะพังพลายลงไปเลย แต่พอถึงพาร์ตที่ว่า ผมก็เชื่อล่ะครับ ว่าจากเหตุการณ์ในพาร์ตนี้น่าจะช่วยเยียวยาเบอร์นาดีนได้ไม่น้อยเหมือนกัน – พาร์ตที่ว่านี่บทเขียนดี ดาราเล่นได้เหมาะ…
“รู้ไหมแรงบันดาลใจคืออะไร
ใครสักคนที่ทำให้เรารู้ว่าชีวิตจะดำเนินต่อไป
และมีสิ่งสวยงามกำลังรออยู่ที่ไหนสักที่
สักแห่ง ตอนที่เราไม่คาดคิดที่สุด”
หนังลงทุนราว $16 ล้าน ได้คืนมา $81 ล้านจากทั่วโลก กำไรสวยๆ เลยครับผม
ดูเรื่องนี้แล้วก้เหมือนเดิมครับ รู้สึกคิดถึงหนังแนวนี้ขึ้นมาเลย แนวช่วงหนึ่งของชีวิตคนที่รวมดารามาเจอกัน มาพร้อมเนื้อหาดีๆ ที่ดูแล้วชุบชูจิตใจ อ้อ อีกอย่างคือเพลงที่ใช้ในเรื่องก็ดีด้วยครับ ยิ่งหนังปิดเรื่องด้วยเพลง Count On Me น่ะ ได้อารมณ์ที่สุดแล้ว
ใครชอบหนังแนวนี้ผมก็อยากให้ลองครับ ผมอยู่ในข่ายชอบนะ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่ามันอาจจะยังไม่สุด กระนั้นผมก็รู้สึกแฮปปี้และดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ
สองดาวกว่าๆ บวกๆ ครับ
(6.5/10)













