ณ สถานีอวกาศนอกโลก มีผู้ประจำการเป็นคนอเมริกันและรัสเซียฝ่ายละ 3 คน แต่ทีนี้ดันเกิดสงครามขึ้นที่โลกครับ แล้วพวกเขาก็ได้รับคำสั่งให้ยึดสถานีอวกาศมาเป็นของฝ่ายตนให้ได้ด้วยทุกวิถีทาง เหตุการณ์วุหายนะมันเลยเริ่มจากตรงนั้น
ณ สถานีอวกาศนอกโลก มีผู้ประจำการเป็นคนอเมริกันและรัสเซียฝ่ายละ 3 คน แต่ทีนี้ดันเกิดสงครามขึ้นที่โลกครับ แล้วพวกเขาก็ได้รับคำสั่งให้ยึดสถานีอวกาศมาเป็นของฝ่ายตนให้ได้ด้วยทุกวิถีทาง เหตุการณ์วุหายนะมันเลยเริ่มจากตรงนั้น
พี่น้อง 4 คนที่ห่างเหินกัน เดินทางมาดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้ายที่บ้าน แต่แล้วกลับมีกลุ่มคนพยายามบุกเข้ามา พวกเขาเลยต้องหาทางเอาตัวรอด
เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูจบแล้วอุทานเลยว่า “เฮ้ย อะไรของมันกันเนี่ย!”
เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแบบไม่รู้อะไรมาก่อน ดูแบบไม่คาดหวัง แล้วก็โอเคกับหนังซะงั้น
แคลร์ (Jane Fonda) กับเอเวอลีน (Lily Tomlin) 2 เพื่อนรุ่นดึกที่กลับมาพบกันอีกครั้งในงานศพของเพื่อน และแคลร์มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเล่นงานฮาเวิร์ด (Malcolm McDowell) สามีของเพื่อนที่เสียไป ในเรื่องที่เขาเคยทำร้ายจิตใจเธอเมื่อเกือบครึ่งศตวรรษก่อน
เรื่องราวฉบับรีเมคที่โดนคนบ่นไปพอสมควร แล้วในแง่รายได้ก็ถือว่าล่มครับ เพราะทำไปเพียง $24 ล้านจากทั่วโลก ในขณะที่ทุนสร้างนั้น $50 ล้านครับ
เจ้าหน้าที่แมโดลีน แฮร์ริส (Michelle Dockery) ต้องคุ้มกันพยานช่างพูดอย่างวินสตัน (Topher Grace) ให้รอดไปขึ้นศาล แต่ระหว่างทางเธอก็พบว่าคนขับเครื่องบินที่พาพวกเธอไปส่ง (Mark Wahlberg) อาจไม่ได้เป็นนักบินจริงๆ…
จอห์น (Scott Speedman) และเซร่า (Jordana Brewster) คู่สามีภรรยาที่เพิ่งเผชิญกับความสูญเสีย เลยย้ายตัวเองจากเมืองใหญ่ไปหาบ้านใหม่ที่ต่างเมือง
วิศวกรซอฟต์แวร์ เจนน์ ทอมป์สัน (Kate Siegel) หมายมั่นที่จะเพิ่มพลังใจให้ตนเองเลยไปขอคำปรึกษาจากดร.คอลลิน มี้ด (Jason O’Mara) แต่กลายเป็นว่าเธอกำลังนำพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งความระทึกไปแทน
ผมพบว่าหนังเรื่องนี่นี่มีคนรู้จักไม่เยอะ ขนาดใน IMDB นี่ยังลงเลยว่าแนวหนังเรื่องนี้คือ Adventure แต่จริงๆ ผมว่ามันออกแนวดราม่าเบาๆ มากกว่า