หนังที่นำเอาเรื่องราวของผอ. FBI คนแรก เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ (Leonardo DiCaprio) มาบอกเล่าครับ โดยจะเล่าตั้งแต่ช่วงต้นของการทำงานยาวมาจนถึงวันที่เขาเสียชีวิต
ได้ยินมาว่าหลายคนดูหนังเรื่องนี้แล้วเบื่อ ซึ่งผมก็เข้าใจเลยครับ เพราะลีลาการเล่าของปู่ Clint Eastwood ที่ลงมือกำกับหนังเรื่องนี้มันก็จะประมาณนี้ล่ะครับ เล่าแบบเรื่อยๆ ไม่ได้มีจุดพีคหรือจุดเร่งเร้าอะไร แล้วก็ต้องยอมรับว่าตัวบทที่ Dustin Lance Black เขียนมานั้นอาจยังไม่จับใจพอ แล้วจะว่าไปเหตุการณ์ในเรื่องที่หนังเอามาเล่านั้นก็ยังไม่ถึงกับเข้มข้นเท่าไหร่ด้วย
สารภาพว่าก่อนดูผมก็แอบหวังครับ ว่าหนังจะมีการนำเสนอเรื่องของเจ.เอ็ดการ์แบบหลากหลายแง่มุม รวมถึงจะได้รู้ในอะไรก็ตามที่เรายังไม่เคยได้รู้จากหนังเรื่องอื่นๆ แต่ครั้นพอได้ดูก็พบว่าตัวหนังก็ไม่ได้มีอะไรขนาดนั้น หลายๆ เรื่องนี่ถ้าใครชอบดูหนังย้อนยุคหรือหนังบอกเล่าประวัติศาสตร์ของอเมริกาสักหน่อยก็น่าจะพอรู้กันอยู่
แต่สิ่งที่หนังนำเสนอได้ดีก็คือการทำให้เราได้เห็นบุคลิกของชายคนนี้ ว่าเขามีวิธีคิดแบบไหน มีกรอบความคิดแนวใด และมีอะไรเป็นแรงผลักดันในการทำสิ่งต่างๆ เพียงแต่ว่าการนำเสนอมันก็พาเราไปรู้เพียงระดับหนึ่งน่ะครับ ยังไม่ถึงขั้นลึกแบบจัดๆ
ในแง่นักแสดงนั้นก็ตามสูตรของหนังปู่ Clint ที่จะได้ดาราระดับคุณภาพมาร่วมจอกันเพียบ นอกจาก DiCaprio แล้วก็ยังมี Armie Hammer, Naomi Watts, Josh Hamilton, Josh Lucas, Judi Dench, Dermot Mulroney, Jeffrey Donovan, Denis O’Hare, Lea Thompson และ Jessica Hecht ซึ่งแต่ละคนก็มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้หนังได้ตามสมควร

แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับว่าประเด็นที่หนังเอามาเล่าเกี่ยวกับเจ.เอ็ดการ์นั้น นับว่าพอจะน่าสนใจ แต่ยังไม่น่าสนใจขั้นสุด เพราะจริงๆ ตามประวัติของเขาแล้ว วีกรรมของเขามีมากกว่าในหนังเยอะ เอาแค่เรื่องความขัดแย้งที่เขามีกับบุคคลระดับแถวหน้าของประเทศตั้งแต่นักการเมืองเรื่อยมายันนักแสดงนี่ก็ยาวแล้ว ไหนจะเรื่องแฟ้มลับที่เขาทำการรวบรวมความลับของบุคคลสำคัญเอาไว้อีก ซึ่งหลายๆ เรื่องที่เขาทำมันส่งผลต่ออเมริกาเยอะอยู่ครับ แต่สำหรับในหนังแล้ว เราจะได้สัมผัสถึงประเด็นเหล่านี้เพียงผิวๆ เท่านั้น
แล้วพอบทยังไม่ลึกมาก มาเจอกับสไตล์การเล่าเรื่องแบบเนิ่บๆ แต่หนักๆ ของปู่ Clint ก็เลยทำให้เข้าใจได้ไม่ยากหากจะมีคนรู้สึกเบื่อ อย่างผมนี่ก็ยอมรับเลยครับว่ามีแอบพักผ่อนนอนหลับระหว่างดูเหมือนกัน
ยอมรับว่าลึกๆ แล้วส่วนหนึ่งที่ผมแอบคาดหวังกับหนัง ไม่ใช่เพราะได้ปู่ Clint มากำกับหรือเพราะได้ Leo มาเล่นหรอกครับ แต่ผมคาดหวังเพราะ Black ที่ทำหน้าที่เขียนบท โดยเขาคนนี้นี่แหละที่เขียนบทหนัง Milk จนส่งให้หนังได้รางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาแล้ว ซึ่งเรื่องนั้นหนังมีจุดโฟกัสที่พอเหมาะ และมีการกระจายเรื่องราวที่พอดี ในขณะที่เรื่องนี้ก็อย่างที่ผมบอกน่ะครับ ว่าประเด็นที่เลือกมาเล่ายังไม่มีพลังแบบเต็มๆ แล้วก็ยังไม่ลงลึกเท่าที่ควร
ถ้าถามว่าทำไมผมมองไปที่เรื่องบท ไม่มองไปที่การกำกับมากนัก ก็ตอบได้ว่าเพราะปู่ Clint แกขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทำหนังตามบทดั้งเดิมแบบ “คำต่อคำ” เขาจะไม่เปลี่ยนบทตามอำเภอใจ คนเขียนบทเขียนมายังไง ปู่เขาก็จะเล่าไปตามนั้นโดยไม่บิด และ Black เองก็ยังเคยออกมาพูดในภายหลังว่า จริงๆ เขาเองก็ไม่ชอบการถ่ายทำในลักษณะนี้ แต่เขาอยากไปนั่งคุยนั่งถกกับผู้กำกับแล้วก็พร้อมจะปรับบทไปตามวิสัยทัศน์ของคนทำมากกว่าถ่ายทำตามบทแบบเป๊ะๆ – นั่นแหละครับ ผมเลยมองไปที่บท
แต่กระนั้นสิ่งหนึ่งที่หนังทำได้ ก็คือการทำให้เราเห็นภาพของเจ. เอ็ดการ์ รวมถึงวิธีการทำงานของเขา ที่มักจะใช้แนวทางแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการจัดการกับภัยคุกคามชนชาติอเมริกัน เขามองว่าการป้องกันดีกว่าต้องมานั่งแก้ ดังนั้นถ้ามีใครสักคนที่มีแววแม้เพียงน้อยนิดที่จะสร้างปัญหาหรือสั่นคลอนความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยของอเมริกาได้ เขาเลือกที่จะหาทางกำจัดคนผู้นั้นออกไปมากกว่าจะรอจนเขาทำผิดแล้วจับกุม

หรือการที่เขาแอบกเบข้อมูลของบุคคลสำคัญในประเทศเอาไว้เพื่อใช้แบล็คเมล์ข่มขู่ให้คนเหล่านั้นทำตามความต้องการของเขา เอาจริงๆ มันผิดกฎหมายครับ แต่สำหรับเขาแล้ว เขามองว่ามันคืออีกหนึ่งวิธีที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ นำไปสู่ความปลอดภัยของชาติ เขาเลยไม่ได้มองว่ามันผิดหรือถูก แต่มองโฟกัสไปที่ “ต้องทำหรือไม่” มากกว่า
แล้วก็เป็นอีกครั้งที่ผมดูหนังอย่างเข้าใจครับ เข้าใจแหละว่าทำไมเจ.เอ็ดการ์ถึงคิดแบบนี้ รวมถึงเข้าใจว่าทำไมเขาเลือกจะทำแบบนี้ และทำไปเพราะอะไร แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายปฏิบัติการที่เขาทำ มันช่วยอเมริกาได้จริงๆ แต่ขณะเดียวกันก็ตระหนักอีกนั่นแหละ ว่าหลายสิ่งที่เขาทำมันก็ผิด ไม่ว่าจะผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม หรือผิดต่อหลักสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งมันก็ขึ้นกับว่าท่านจะมองจากมุมไหน จะให้ความสำคัญกับประเด็นไหนมากกว่ากัน
ส่วนในหนังก็บอกชัดถึงสิ่งที่เขาคิด ผ่านประโยคหนึ่งที่เขาพูดกับ ไคลด์ โทลสัน (Armie Hammer) ว่า “บางครั้งนายก็ต้องนอกกฎเล็กน้อย เพื่อรักษาประเทศให้ปลอดภัย”
ยิ่งดูหนัง ยิ่งใช้ชีวิต ยิ่งผ่านอะไรมามากก็ยิ่งตระหนักว่า “สีขาวกับสีดำ” คืออะไรที่คนพูดถึง อ้างอิงถึงกันเยอะที่สุด แต่สีที่ดูเหมือนจะมีอยู่บนโลกมากที่สุดจริงๆ อาจเป็น “สีเทา”
เกร็ดเล็กๆ จากหันังที่ขอหอบมาเล่าก็คือ ว่ากันว่าระหว่างการถ่ายทำนั้น Leo เคยมีเรื่องกับปู่ Clint อยู่รอบหนึ่ง ประมาณว่า Leo เห็นว่าฉากที่เพิ่งถ่ายไปนั้น ควรถ่ายใหม่อีกสักรอบ เพราะเขามองว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดี แต่ปู่ Clint บอกว่ามันดีพอแล้ว ก่อนจะเดินลิ่วออกจากกองไป – แต่กระนั้นก็ไม่ได้เกิดเรื่องยุ่งอะไรตามมาครับ จากปากคำของคนในกองก็บอกว่า หลังจากเหตุการณ์นั้น พวกเขาก็ยังคงปฏิบัติตัวต่อกันด้วยดีไปจนจบการถ่ายทำ

นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Claire Danes เคยมาแคสบท เฮเลน แกนดี้ เลขาหน้าห้องของเจ. เอ็ดการ์ด้วย แต่สุดท้าย Watts ก็ได้บทไป และยังมีข่าวลืออีกว่า Joaquin Phoenix เคยถูกวางตัวให้มารับบทไคลด์ แต่สุดท้ายข่าวลือนี้ก็ถูกบอกว่าไม่เป็นความจริง
และนี่ยังถือเป็นผลงานจอเงินเรื่องแรกของ Adam Driver ด้วยครับ เขามารับบทเล็กๆ เป็นเด็กปั๊มที่ให้การเรื่องชายเยอรมันที่ทางการกำลังตามตัว
หนังลงทุนไปราว $35 ล้าน ก่อนจะทำเงินทั่วโลกไปราว $84 ล้าน ก็ถือว่าหนังพอคุ้มทุนอยู่ครับ เพียงแต่รายได้อาจไม่ถึงขั้นสวยงามเท่านั้นเอง
โดยรวมแล้ว ผมว่าหนังมาพร้อมงานสร้างที่ดีครับ และนัยความรู้สึกที่เจ.เอ็ดการ์ มีต่อไคลด์นั้นก็ถือว่าสื่อออกมาได้เข้าท่าอยู่ รวมถึงทำให้เราเห็นภาพการทำงานของบุคคลระดับตำนานผู้นี้ เพียงแต่ตัวบทยังน่าสนใได้อีก การเล่าเรื่องก็ยังชวนติดตามได้อีก ไหนจะประเด็นอื่นๆ ของเจ. เอ็ดการ์ที่น่าเอามาเล่า ก็ยังสามารถใส่เพิ่มหรือเอามาใส่แทนบางประเด็นไปเลยก็ยังได้
ส่วนตัวผมว่าหนังเหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จัก เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์มากขึ้น – แต่หนังจะทำให้ท่านรู้จักมากขึ้นไหมก็ต้องแล้วแต่ว่าท่านรู้เรื่องของชายคนนี้มามากน้อยแค่ไหน หากไม่รู้จักเลย หนังก็จะทำให้ท่านรู้จักเขาได้มากขึ้นแน่นอน แต่หากท่านรู้เรื่องของเจ. เอ็ดการ์มาในระดับหนึ่ง หนังก็อาจไม่ได้ทำให้ท่านรู้เรื่องของเขาเพิ่มขึ้นมากนัก
แต่ที่แน่ๆ คือใครแพ้หนังที่เดินเรื่องเนิ่บๆ ช้าๆ เรื่อยๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะมีจุดเร่งจุดพีคล่ะก็ เรื่องนี้อาจไม่เหมาะสำหรับท่านครับ
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Biography, Drama, Movie Reviews, Romance












