ยูริโกะ คาซาอิ (Mieko Harada) กำลังค่อยๆ สูญเสียความทรงจำไปเนื่องจากโรคอัลไซเมอร์ครับ โดยอิซูมิ (Masaki Suda) ลูกชายของเธอก็พยายามดูแล พร้อมทั้งทำใจว่าสักวันหนึ่งแม่ก็คงจะลืมเขาไปด้วย
ยูริโกะ คาซาอิ (Mieko Harada) กำลังค่อยๆ สูญเสียความทรงจำไปเนื่องจากโรคอัลไซเมอร์ครับ โดยอิซูมิ (Masaki Suda) ลูกชายของเธอก็พยายามดูแล พร้อมทั้งทำใจว่าสักวันหนึ่งแม่ก็คงจะลืมเขาไปด้วย
วันนี้ผมจะไปทานอาหารกับเพื่อนก๊วนเดิมที่ระยะหลังๆ ก็นานๆ เจอกันที โดยนัดกันประมาณบ่ายสอง แต่พอดีตอนนี้เพิ่งจะสิบโมงกว่าๆ ผมเลยเลือกดูหนังอะไรก็ได้สักเรื่องก่อนออกเดินทาง แล้วเรื่องนี้ก็โผล่มาพอดี เลยจัดซะครับ ก็ดูจบประมาณเที่ยงครึ่งเห็นจะได้ บอกได้เลยว่าชอบครับ เป็นหนังญี่ปุ่นง่ายๆ สไตล์บอกเล่าเสี้ยวหนึ่งของชีวิตคนแบบที่ผมชอบ
ชายคนหนึ่ง (Kazunari Ninomiya) ติดอยู่ในลูปอะไรสักอย่างระหว่างเดินทางขึ้นจากรถไฟใต้ดิน เขาเลยต้องมาหาคำตอบว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถหลุดออกไปจากลูปชวนหลอนนี้
ตำรวจลับสากล หยางหมิงชวน (หวังหยู่, Jimmy Wang Yu) กับภารกิจโค่นองค์กรของ จอร์จ อีตัน (Joe Shishido) ที่มาพร้อมแผนร้ายสะเทือนญี่ปุ่น แล้วเขายังต้องไขปริศนาเกี่ยวกับพ่อของเขาด้วย
เรื่องราวบทต่อมาของเกมหาชิ้นส่วนของศพที่ถูกซ่อนไว้ โดยมีเด็กๆ กลุ่มใหม่ต้องมาผจญกับเกมสยองนี้ แต่ขณะเดียวกันทาคาฮิโระ (Gordon Maeda) จากเกมก่อนก็ยังตามมาเล่นในหนนี้ด้วย…
เด็กนักเรียน 6 คนจู่ๆ ก็ตกอยู่ในวังวนวนลูป เมื่อเวลาถึงเที่ยงคืนพวกเขาจะโดนผีไล่ฆ่า และดูเหมือนว่าทางเดียวที่ะหลุดพ้นจากวังวนนี้ก็คือพวกเขาต้องตามหาชิ้นส่วนจากศพที่ถูกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ เอามาใส่ลงโลงให้ครบ
มีคนร้ายวางระเบิดไว้บนรถด่วนชินคันเซ็น ขบวนฮายาบุสะหมายเลข 60 โดยมันขู่ว่าหากรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อไร ระเบิดจะถูกจุดชนวนทันที และมันยังยื่นข้อเรียกร้องเป็นเงินหนึ่งแสนล้านเยนเป็นค่าไถ่สำหรับชีวิตทุกคนบนรถด่วนขบวนนี้ – เรื่องที่เหลือไปดูกันต่อในหนังนะครับ
ผมข้ามการดูภาคนี้ไปด้วยความมึนครับ คือนึกว่าดูไปแล้ว แต่พอมาขยี้ตาดูชื่อชัดๆ อีกทีก็เพิ่งตระหนักว่ายังไม่ได้ดูนี่หน่า
สารคดีที่มาพร้อมภาพสวยๆ และบรรยากาศงามๆ ของฮอกไกโดครับ ดูแล้วสบายใจ ได้ผ่อนคลาย ได้ความรู้สึกดีๆ กลับมา
แม้ชื่อจะขึ้นว่าเป็นหนังก็อตซิลล่า แต่ตัวเอกของจริงกลับไม่ใช่พี่เบิ้มร่างยักษ์เหมือนคราวก่อนๆ ทว่าคือเหล่ามนุษย์ปุถุชนคนญี่ปุ่นต่างหาก