การกลับมาอีกครั้งของผีแป้งเด็กตัวลูกและ ผีเลื้อยตัวแม่ ที่พร้อมจะหลอกหลอนและฆ่าใครก็ตามที่มาข้องเกี่ยวกับบ้านอาถรรพ์ที่พวกเขาตาย โดยพร้อมบริการตามฆ่าทั้งในและนอกสถานที่ 5555
การกลับมาอีกครั้งของผีแป้งเด็กตัวลูกและ ผีเลื้อยตัวแม่ ที่พร้อมจะหลอกหลอนและฆ่าใครก็ตามที่มาข้องเกี่ยวกับบ้านอาถรรพ์ที่พวกเขาตาย โดยพร้อมบริการตามฆ่าทั้งในและนอกสถานที่ 5555
ผมมองว่าหนังเรื่องนี้ไม่เชิงเป็น Feel Good ครับ และขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับ Feel Real แต่มันออกแนว Feel Warm คือดูแล้วอาจไม่ถึงกับทำให้เรารู้สึกว่าโลกสวยขึ้นมาแบบทันตาเห็น แต่ดูแล้วมันอบอุ่น กินใจ ติดดิน เรียบง่าย และงดงามแบบกำลังเหมาะ
Pitch Perfect กำลังจะปิดตำนานด้วยภาค 3 ที่จะฉายปลายปีนี้น่ะนะครับ บอกตรงๆ เลยว่าผมก็ใจตุ้มๆ ต่อมๆ นะ ว่าหนังจะปิดตำนานได้ดีไหม ซึ้งไหม ว่าง่ายๆ คือแอบเอาใจช่วยอยู่ครับ เพราะลึกๆ ผมก็อยากดูแล้วได้อารมณ์ “อิ่ม” แบบตอนดู Pitch Perfect ภาคแรกอีกสักครั้ง
นั่งคิดนิยามหนังเรื่องนี้อยู่พักหนึ่ง จะบอกว่ามัน Feel Good ก็ไม่ใช่ แต่ครั้นจะเรียกว่า Feel Real มันก็ไม่เชิง เพราะหนังจัดว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 แบบที่ว่านั้นครับ
หนังเรื่องนี้คือหนึ่งในความผิดพลาดแห่งปีของผมเลยครับ… เปล่าครับ ไม่ใช่ดูแล้วรู้สึกพลาดนะ แต่พลาดเพราะดันไม่ได้ดูต่างหาก (ยังคงรู้สึกเศร้ามาจนถึงทุกวันนี้ 555)
ออกตัวก่อนครับว่าผมเป็นคนชอบหนังไซไฟและหนังสไตล์ The Twilight Zone ที่เต็มไปด้วยปริศนา เรื่องลึกลับไร้คำอธิบาย หรือเหตุการณ์แปลกๆ ที่ชวนให้งง
นินจารันทาโร่ หรือ Nintama Rantaro ถือเป็นการ์ตูนในความทรงจำอีกเรื่องครับ ดูรอบแรกทาง VDO (ค่าย Right Pictures นำเข้า) มาดูอีกรอบตอนช่อง 9 เอามาฉาย จำได้ว่าฉายเช้ามาก แต่เราก็ยินดีแหกขี้ตาตื่นมาดู
เวลาเราเดินทางไปที่ไหนสักแห่งนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะเรา “อยากไปอยู่ตรงนั้น” ก็อาจจะเป็นเพราะเรา “อยากไปจากตรงนี้”
ผมรู้สึกรักหนังเรื่องนี้ตั้งแต่นาทีแรกๆ เลยครับ ^_^
อิงะแห่งสุบะกากุเระ และ โคงะแห่งมันจิดานิ คือ 2 ตระกูลนินจาระดับยอดฝีมือที่เป็นศัตรูต่อกันมาช้านาน