ซินเธีย เคลล็อกก์ (Demi Moore) เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่จอห์น วู๊ดส์ (Harvey Keitel) เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว แต่อะไรคือความจริง และใครกันแน่คือฆาตกร
หนังแนวสืบสวนซ่อนเงื่อนแบบที่มีคนทำกันออกมาเพียบในต้นยุค 90 ครับ ทั้งหนังโรงและหนังทีวีมากันเพียบ โดยส่วนใหญ่ก็จะเอาดารานำมีชื่อมาเป็นแรงดึงดูดให้คนดู และนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ ซึ่งนอกจาก Moore และ Keitel แล้วก็ยังมี Glenne Headly กับ Bruce Willis มาร่วมจอด้วย
เรื่องนี้ก็ถือว่าดูได้เรื่อยๆ ตามสไตล์หนังแนวนี้ครับ ซึ่งเรื่องบทนั้นผมก็มองว่าใช้ได้อยู่ในฐานะหนังซ่อนเงื่อนซักเรื่อง แต่แรงดึงดูดจริงๆ ที่ประคองหนังไว้คือเหล่าดาราระดับแถวหน้า (ในยุคนั้น) ที่ต่างก็เล่นกันแบบเต็มที่ จนบอกได้ว่าถ้าเอาดาราโนเนมหรือฝีมือธรรมดาๆ มาเล่น หนังอาจกลายเป็นจืดชืดไปเลยก็ได้
ว่ากันว่าระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ตอนจบที่แท้จริงเลยครับ จนกระทั่งก่อนจะถ่ายทำฉากจบราวๆ ครึ่งวันนั่นแหละทีมงานถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะให้มันจบลงอย่างไร ซึ่งบทสรุปจะเรียกว่าหักมุมก็ได้น่ะครับ เพียงแต่สำหรับยุคนี้การหักมุมที่ว่าอาจจะถือว่าธรรมดา เพราะมันไม่ได้มีท่ายากหรือความซับซ้อนอะไรมากมาย
และจริงๆ ตอนแรกบทเจมส์ เออร์บานสกี้ (คนที่โดนฆ่า) จะมีบทแค่นิดเดียวครับ แต่พอ Bruce Willis สนใจจะมาเล่น บทนี้เลยถูกขยายจนมีพื้นที่ในหนังตามที่เห็น
หนังลงทุนราว $8 ล้าน ได้คืนมา $18 ล้านจากทั่วโลก ก็ถือว่าคุ้มทุนอยู่ครับ
ผมอาจไม่ได้เขียนยาวนะครับสำหรับเรื่องนี้ เพราะว่ากันตรงๆ คือดูแล้วค่อนข้างเฉย และจริงๆ ที่ดูนี่เหตุผลสำคัญก็เพราะเหล่าดาราที่คุ้นเคยนี่แหละครับ ส่วนการเล่าเรื่องก็ถือว่าพอได้ เพียงแต่บทอาจจะยังไม่เด็ดจนถึงขั้นน่าจดจำ แต่หากท่านเป็นคอหนังแนวสืบสวนซ่อนเงื่อน หรือเป็นแฟนหนัง Willis, Moore, Keitel หรือ Headly ก็ตามมาดูกันได้ครับ เพราะอย่างน้อยหนังมันโอเคได้ก็เพราะการแสดงของพวกเขานี่แหละ
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Movie Reviews, Mystery, Thriller












