เรื่องของโลกทึ่คนหันมาใช้หุ่นเซอร์โรเกตในการใช้ชีวิต ประมาณว่าตัวนอนอยู่กับบ้าน แล้วควบคุมหุ่นให้ออกไปทำอะไรๆ ได้ตามใจ แล้วยังเลือกปรับปรุงรูปร่างหน้าตาของหุ่นได้ตามต้องการด้วย
เรื่องของโลกทึ่คนหันมาใช้หุ่นเซอร์โรเกตในการใช้ชีวิต ประมาณว่าตัวนอนอยู่กับบ้าน แล้วควบคุมหุ่นให้ออกไปทำอะไรๆ ได้ตามใจ แล้วยังเลือกปรับปรุงรูปร่างหน้าตาของหุ่นได้ตามต้องการด้วย
ซินเธีย เคลล็อกก์ (Demi Moore) เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่จอห์น วู๊ดส์ (Harvey Keitel) เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว แต่อะไรคือความจริง และใครกันแน่คือฆาตกร
เจเรมี โคลแมน (Josh Duhamel) นักดับเพลิงที่เป็นพยานในคดีฆาตกรรม เขาเห็นชายชื่อ เดวิด ฮาแกน (Vincent D’Onofrio) ลงมือสังหารคนอย่างโหดเหี้ยม และพอดีที่เดวิดคือคนที่ทางการต้องการตัว และเจเรมีก็ได้รับการคุ้มกันให้เป็นพยาน แต่เมื่ออิทธิพลของเดวิดมีมากกว่าที่คิด เลยทำให้เจเรมีต้องหาทางเอาตัวรอดและสู้กลับเพื่อหยุดยั้งความโหดของเดวิดให้ได้
เป็นปณิธานส่วนตัวครับ ที่จะไล่ตามดูหนังของป๋า Bruce Willis ให้หมด แม้หนังยุคหลังของเขามันจะชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ได้สนุกอะไร ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาสุขภาพของป๋าเขา แต่ผมก็ยังตามดูครับ เรียกว่าตามไปให้กำลังใจดาราหน้าคุ้นเคย ที่เคยสร้างความบันเทิงให้เราเมื่อวันวาน
แล้วผมก็ดูจนครบ 3 ภาคครับ สำหรับหนังชุดนักสืบไนท์เรื่องนี้
และนี่คือภาคต่อครับ กับเรื่องของนายตำรวจเจมส์ ไนท์ (Bruce Willis) หลังจากต้องคดีไปในภาคก่อน มาภาคนี้เขาถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อรับมือกับ ริคกี้ คอนแลน (Paul Johansson) ที่รวมพลคนคลั่งมาเขย่าขวัญชาวเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
สำหรับผมแล้วหนังเรื่องนี้คือหนังที่ต้องดูแบบภาคบังคับครับ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าหนังมันคงไม่สนุกหรอก แต่ก็ตั้งใจดูเพื่อตามไปให้กำลังใจป๋า Bruce Willis ที่ต่อแต่นี้ไปเขาก็คงไม่มีผลงานใหม่ๆ มาให้เราตามดูอีกแล้ว (เนื่องด้วยปัญหาสุขภาพน่ะนะครับ)
ว่าตามจริง Once Upon a Time in Venice น่าจะออกมาสนุกครับถ้าไปอยู่ในมือของผู้กำกับที่มือแม่นๆ สักหน่อย
The Cold Light of Day เป็นหนังช่วงที่ป๋า Bruce Willis เริ่มเข้าสู่โซนรับงานแบบ “ไม่เลือกงานไม่ยากจน” ครับ และเป็นช่วงก่อนที่ Henry Cavill จะทะยานขึ้นฟ้าไปเป็นซูเปอร์แมนในปีถัดมา
ถ้าจะให้นิยาม Deadlock ก็คงต้องบอกว่ามันคือ Die Hard นั่นแหละครับ เพียงแต่หนนี้ป๋า Bruce Willis พลิกขั้วมาเล่นเป็นผู้ร้ายแทน