จริงๆ เรื่องราวของดาบมังกรหยกตามฉบับนิยายถือว่าสิ้นสุดลงไปในภาค 2 แล้วครับ แต่นี่ก็ยังมีการทำภาค 3 ตามมาอีก ก็ต้องขอเอามาดูหน่อยว่ามันจะพาเราไปทางไหนอีกล่ะนี่
จริงๆ เรื่องราวของดาบมังกรหยกตามฉบับนิยายถือว่าสิ้นสุดลงไปในภาค 2 แล้วครับ แต่นี่ก็ยังมีการทำภาค 3 ตามมาอีก ก็ต้องขอเอามาดูหน่อยว่ามันจะพาเราไปทางไหนอีกล่ะนี่
ภาคนี้เริ่มเรื่องที่ตอนจบของภาคก่อน ตั้งแต่ตอนที่เตียบ่อกี้ (เอ๋อตงเซิน, Derek Yee, Yee Tung Shing) ไปทวงยาถอนพิษจากเตี๋ยเมี่ยง (จิงลี่, Ching Li) ต่อด้วยการช่วยชาวยุทธที่ถูกเตี๋ยเมี่ยงจับไว้ที่บ้วนฮ่วงจี้ แล้วก็ไล่ไปจนสุดที่งานชุมนุมฆ่าสิงโตที่วัดเส้าหลินครับ
เรื่องราวของตำนานกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรที่มาในเวอร์ชั่นของ Shaw Brothers นะครับ โดยหนังก็เกริ่นเล่าที่มาที่ไปของเตียบ่อกี้ (เอ๋อตงเซิน, Derek Yee, Yee Tung Shing) แบบคร่าวๆ ก่อนจะเริ่มเล่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวหลังจากบ่อกี้โดนฝ่ามือภูติเร้นลับจนเตียซำฮง (จางยิง, Cheung Ying) ต้องพาเขาไปหาทางรักษา
หลังจาก มังกรหยก ฉบับ Shaw Brothers มีการสร้างมาถึง 4 ภาค และได้จบภาค 4 ที่ตรงการต่อสู้หน้าสำนักช้วนจินและยังไม่มีการเปิดตัวเซียวเหล่งนึ่ง ตอนแรกก็มีแผนว่าจะสร้างต่อโดยให้ ฟู่เซิง มารับบทเอี้ยก้วยตามเดิม
เรื่องมาเริ่มตรงที่ ก๊วยเจ๋ง (กั๊วะจุย, Phillip Chung-Fung Kwok) และอึ้งย้ง (หวังซู่อี้, Gigi Wong) กลับมาเกาะดอกท้อ แต่กลับพบว่าเหล่าอาจารย์ของก๊วยเจ๋งถูกสังหาร แล้วค้างคาวเหิน กัวเต็งอัก (เจียนเซิน, Chan Shen) ก็บอกกับก๊วยเจ๋งว่าคนทำก็คือมารบูรพา อึ้งเอี๊ยะซือ (กวนฟง, Kwan Fung)
เรื่องราวดำเนินมาถึงภาค 3 แล้วนะครับ ซึ่งก็ต่อจากภาคก่อนนั่นคือก๊วยเจ๋ง (ฟู่เซิง, Fu Sheng) กับอึ้งย้ง (หนิวหนิว, Niu Niu) มีเหตุให้ต้องประมือกับฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ คิ้วโชยยิ่ม (โหลเมิ่ง, Lo Meng)
เรื่องราวบทต่อมาครับ หลังจากจบเรื่องประลองที่เกาะดอกท้อแล้ว ภาคนี้ก็เริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่ ก๊วยเจ๋ง (ฟู่เซิง, Fu Sheng), อั้งชิดกง (กุ๊ฟง, Ku Feng) และจิวแป๊ะทง (กั๊วะจุย, Phillip Chung-Fung Kwok) ไปติดเกาะ ก่อนจะโดน อาวเอี๊ยงฮง (หวังหลงเหว่ย, Wang Lung Wei) ตามมาราวีและบีบคั้นให้ก๊วยเจ๋งเขียนคัมภีร์นพเก้าออกมา
จากวรรณกรรมอมตะของกิมย้งมาสู่ฉบับภาพยนตร์โดย Shaw Brothers ครับ ได้ เหง่ยคัง (Ni Kuang) มาดัดแปลงบทให้ และกำกับโดย จางเชอะ (Chang Cheh)