จริงๆ เรื่องราวของดาบมังกรหยกตามฉบับนิยายถือว่าสิ้นสุดลงไปในภาค 2 แล้วครับ แต่นี่ก็ยังมีการทำภาค 3 ตามมาอีก ก็ต้องขอเอามาดูหน่อยว่ามันจะพาเราไปทางไหนอีกล่ะนี่
จริงๆ เรื่องราวของดาบมังกรหยกตามฉบับนิยายถือว่าสิ้นสุดลงไปในภาค 2 แล้วครับ แต่นี่ก็ยังมีการทำภาค 3 ตามมาอีก ก็ต้องขอเอามาดูหน่อยว่ามันจะพาเราไปทางไหนอีกล่ะนี่
ภาคนี้เริ่มเรื่องที่ตอนจบของภาคก่อน ตั้งแต่ตอนที่เตียบ่อกี้ (เอ๋อตงเซิน, Derek Yee, Yee Tung Shing) ไปทวงยาถอนพิษจากเตี๋ยเมี่ยง (จิงลี่, Ching Li) ต่อด้วยการช่วยชาวยุทธที่ถูกเตี๋ยเมี่ยงจับไว้ที่บ้วนฮ่วงจี้ แล้วก็ไล่ไปจนสุดที่งานชุมนุมฆ่าสิงโตที่วัดเส้าหลินครับ
เรื่องราวของตำนานกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรที่มาในเวอร์ชั่นของ Shaw Brothers นะครับ โดยหนังก็เกริ่นเล่าที่มาที่ไปของเตียบ่อกี้ (เอ๋อตงเซิน, Derek Yee, Yee Tung Shing) แบบคร่าวๆ ก่อนจะเริ่มเล่าแบบเป็นเรื่องเป็นราวหลังจากบ่อกี้โดนฝ่ามือภูติเร้นลับจนเตียซำฮง (จางยิง, Cheung Ying) ต้องพาเขาไปหาทางรักษา
ดูตามนัด จัดให้ครบครับ – เขาทำออกมาแล้วก็ตามดูกันต่อสักหน่อย และหลังจากดูเสร็จก็บอกได้ว่าภาคนี้โอเคขึ้นกว่าภาคแรกครับ
ผมนี่ต้องขอบคุณเสียงลือเสียงเล่าอ้างในทางลบที่มีต่อหนังเรื่องนี้เลยครับ มันทำให้ผมลดความคาดหวังลงไปได้เยอะพอตัว ครั้นพอได้ดูจริงก็ไม่ถึงกับรู้สึกแย่อะไรมากครับ
เรื่องราวของ ดาบมังกรหยก ฉบับจอใหญ่ครับ ได้ หลี่เหลียนเจี๋ย มารับบทเตียบ่อกี้ ผู้ทีี่ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กเพราะถูกชาวยุทธบีบคั้นให้เผยที่ซ่อนของราชสีห์ขนทองเจี่ยซุ่น