เรื่องของ หนานกงซ่ง (หวังยี่, Wong Yue) ศิษย์เอกพรรคหัวซานที่ต้องผจญภัยไปพบเจอกับความจริงของยุทธจักร ที่พรรคธรรมะก็อาจมีคนชั่วร้าย และพรรคอธรรมก็อาจมีคนดี และสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป
สมทบด้วย เฉินฮุ่ยหมิ่น (Michael Wai-Man Chan) เป็นดอกไม้เหินเวหา เห่าจียิง, หงหลิงหลิ่ง (Hung Ling Ling) เป็นแม่ชีน้อยหุยซิน, ซือซือ (Shih Szu) เป็นไป่หยิงหยิง, กุ๊ฟง (Ku Feng) เป็นประมุขไป่ พ่อของหยิงหยิง, เฟิงชุ้ยฟาน (Stanley Fung, Fung Sui Fan) เป็นจอมดาบลวงตาหลัวเชาจิ้น พรรคหัวซาน, หลิวฮุ่ยหลิง (Liu Hui Ling) เป็นหลัวไฉ่อี ภรรยาของหลัวเชาจิ้น, จวงลี่ (Chuang Li) เป็นหลัวอิ๋งซี ลูกของหลัวเชาจิ้น, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นนักบุญชื่อซ่าน พรรคไท่ซาน, เซี่ยผิง (Teresa Ha, Ha Ping) เป็นแม่ชียินซิน พรรคเหิงซาน
หยางฉีอิง (Yang Chih Ching) เป็นประมุขผิงจี พรรคเห็งซัว, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นหลางลั่วจิ้น พรรคซงซาน ประมุขแห่งชาวยุทธ, หลิงหยุน (Ling Yun) เป็นชีซงยิง พรรคเห็งซัว, อี้หยุน (Yung Henry Yu) เป็นเกายุน องครักษ์อาวุโสแห่งพรรคปีศาจ 2 คนนี้คือสหายต่างพรรคที่ตกเป็นเป้าจากทั้งฝ่ายธรรมและอธรรม, เทียนชิง (Tien Ching) เป็นซือหม่าหวูจี้ ประมุขพรรคปีศาจ, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นผู้เฒ่าไผ่เขียว, หวังจง (Wang Chung) เป็นองครักษ์ฉี แห่งพรรคปีศาจ, โหยวชุ่ยหลิง (Yu Tsui Ling) เป็นหลานฟงฮัว
ใช่ครับ หนังดัดแปลงจากกระบี่เย้ยยุทธจักร (Xiao Ao Jiang Hu) ของกิมย้ง (Jin Yong, Louis Cha) โดยเหง่ยคัง (Ni Kuang) เป็นคนดัดแปลง และหนังกำกับโดย ซุนจง (Sun Chung) ครับ
สิ่งแรกที่ต้องอธิบายให้เข้าใจคือ แม้นี่จะสร้างจากนิยาย กระบี่เย้ยยุทธจักร แต่ท่านจะพบว่าชื่อตัวละครแทบไม่เหมือนเดิมเลย ซึ่งมันมีเหตุผลครับ เนื่องจากช่วงนั้นไต้หวันซึ่งถือเป็นแหล่งทำเงินอีกแห่งของหนังจากค่าย Shaw Brothers มีการประกาศแบนผลงานของกิมย้งแทบทุกเรื่อง เนื่องจากรัฐบาลไต้หวันมองว่างานเขียนของกิมย้งมีการแฝงนัยยะทางการเมือง อย่างเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรนี่ก็ถูกมองว่าจงใจเสียดสีประธานาธิบดีเจียงไคเชกรวมถึงพรรคก๊กมินตั๋ง
ดังนั้นเพื่อให้หนังเรื่องนี้สามารถผ่านการเซ็นเซอร์และเข้าไปฉายในไต้หวันได้ ทางค่าย Shaw ก็ได้ให้เหง่ยคังจัดการดัดแปลงชื่อของตัวละคร รวมถึงชื่อของคัมภีร์ทานตะวันก็เปลี่ยนเป็นคัมภีร์ดอกท้อ, เพลงเย้ยยุทธจักรก็เปลี่ยนเป็นเพลงเสียงสุดท้ายแห่งภูเขาที่ว่างเปล่า หรือคำว่าธิดาเทพก็ถูกเปลี่ยนเป็นท่านหญิงพรหมจรรย์ เป็นต้น

ส่วนเนื้อเรื่องนั้นส่วนใหญ่ก็คงไว้ครับ อาจมีปรับนั่นนิดนี่หน่อย แต่โครงส่วนใหญ่จะคงเดิมซึ่งถ้าถามว่าเวอร์ชั่นนี้สนุกไหม ผมก็มองว่าสนุกใช้ได้ แม้มาดของหนานกงซ่ง (หรือเล้งฮู้ชง) ของหวังยี่นั้นอาจยังดูไม่ค่อยจะเย้ยยุทธจักรเท่าไหร่ แต่โดยรวมผมว่าก็โอเค ยังคงมีพาร์ตของการเสียดสีวิญญูชนจอมปลอม หรือฉากคลาสสิคที่ขาดไม่ได้สำหรับหนังชุดนี้อย่างตอนที่ชีซงยิง (หรือหลิวเจิ้นฟง) โดยบีบบังคับจนเกิดเหตุการณ์ล้างตระกูล ฉากนี้ไม่ว่าจะดูกี่รอบกี่เวอร์ชั่นก็ยังคงทำให้เรารู้สึกอินได้เสมอ
ถ้ามองในฐานะหนังสักเรื่อง ผมว่ามันก็เดินเรื่องกระชับดีล่ะครับ ใจความสำคัญอาจเก็บได้ไม่หมด แต่ก็ถือว่าพอได้ เพราะเล่าตั้งแต่ตอนต้นที่แม่ชีน้อยโดนลวนลาม ไล่มาถึงการพบกับหยิงหยิง ยาวไปถึงการช่วยพ่อของหยิงหยิง และปิดท้ายด้วยการเผชิญหน้ากับผู้อยู่เบื้องหลังแผนร้ายหมายครองยุทธภพ ซึ่งก็ดัดแปลงไปบ้าง แต่ผมว่าก็ไม่น่าเกลียดครับ พอได้อยู่
อย่างหนึ่งที่ถือว่าเตะเข้าเบ้าตาระหว่างดูคือภาพสวยครับ มุมกล้องดี ซึ่งก็เป็นฝีมือของ หลันไนไฉ (Lam Ngai Choi) ที่ผมเคยผ่านตาผลงานกำกับภาพของเขามาแล้วในหนังอย่าง ฤทธิ์แค้นเจ้ากระบองทอง และ ศึกถล่มเจ้านรกรหัสทองคำ และในเวลาต่อมาเขาคนนี้ก็จะกลายเป็นมาผู้กำกับหนัง ฤทธิ์บ้าสุดขอบฟ้า ทั้ง 2 ภาค, โอม…เนื้อหนังมังผี (Erotic Ghost Story) และริกกี้คนนรก (Riki-Oh: The Story of Ricky)
และจุดที่ผมว่าดีกว่าที่คิดคือคิวบู๊ครับ พูดได้เต็มปากว่าเป็นคิวบู๊ที่ดูสนุก ดูพลิ้วและออกรสไม่เลว คือมันอาจจะไม่ได้จัดเต็มและหนักหน่วงเท่าสไตล์พวกจอมโหดน่ะนะครับ แต่ผมว่าเวิร์คเลยสำหรับหนังกำลังภายใน ถือว่าตอบโจทย์บันเทิงได้ดี
ยอมรับว่าตอนแรกผมก็แอบกลัวนะ ตั้งแต่ชื่อตัวละครที่เปลี่ยนไปเกือบหมด ก็แอบคิดแล้วว่าหนังจะสนุกไหมเนี่ย แต่ถ้าไม่คิดมากเรื่องชื่อ แล้วก็มามองที่เนื้อหา มองที่การเล่าเรื่อง ผมว่าหนังออกมาสนุกอยู่ครับ แน่นอนว่าถ้าอยากได้ความสนุกแบบเต็มขั้นก็ต้องไปดูฉบับหนังจีนชุดยาวๆ จะได้อรรถรสครบครันกว่า แต่ถ้ามองว่านี่คือหนังที่ย่อสิ่งต่างๆ มาใส่ให้จบในเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ผมถือว่าใช้ได้และน่าพอใจครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)












