เปิดดูเรื่องนี้แบบไม่คาดหวังครับ แต่ไปๆ มาๆ ดันเข้าท่าซะงั้น เล่นเอาหยุดดูไม่ได้เลย
หนังได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงเมื่อปี 2016 เมื่อนายตำรวจ 2 คนสามารถจับตัว โฆอากิน “เอล ชาโป” กุซมัน โลเอรา เจ้าพ่อยาเสพติดรายยักษ์ใหญ่ชาวเม็กซิกัน กล่าวกันว่าชายผู้นี้มีส่วนในความตายของคนกว่า 34,000 ราย
แน่นอนว่าชื่อ 2 ตำรวจตัวเอก อาร์ตูโร การ์โมนา (Alfonso Herrera) และเอกตอร์ โรซาเลส (Noé Hernández) นั้นเป็นชื่อที่แต่งขึ้นครับ เพราะชื่อของตำรวจจริงที่จับเอล ชาโปนั้นถูกปกปิดเป็นความลับ เพื่อป้องกันการตามล่าล้างแค้น
ตัวหนังถือว่าใช้ได้เลยครับ ตอนต้นก็ออกแนวเรื่อยๆ แต่ผมว่า 2 ดารานำแสดงได้ดี แค่ 15 นาทีแรกก็รู้คาแรคเตอร์ของพวกเขาแล้วว่าเป็นคนแบบไหน แล้วพอเรื่องเดินมาถึงตอนที่พวกเขาจับตัวเอล ชาโป (Hector Kotsifakis) ได้โดยบังเอิญ เท่านั้นล่ะความน่าติดตามก็มาเต็มครับ ผมชอบที่หนังให้ 2 ตำรวจสรุปประเด็นให้คนดูเข้าใจตรงกันเลยว่าสถานการณ์นี้มันตึงเครียดแค่ไหน
เพราะพวกเขาจับโคตรเจ้าพ่อตัวเป้งได้ครับ ดังนั้นชีวิตพวกเขานี่ ขาข้างหนึ่งก็ยื่นเข้าไปในโลงแล้วล่ะ ยังไงพวกเจ้าพ่อก็ต้องตามมาฆ่าพวกเขาแน่นอน หรือต่อให้พวกเขารับสินบนยอมปล่อยเจ้าพ่อไป โอกาสที่พวกเขาจะโดนฆ่าก็ยังมีมากอยู่ดี – แล้วทีนี้เรื่องก็จะลามไปถึงครอบครัวด้วย – ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีแต่ “ตายไวกับตายช้า” แค่นี้ความน่าดูก็มาอย่างเยอะแล้วครับ เพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะเอายังไงต่อ

ผมชอบที่หนังเล่าเรื่องแบบกระชับฉับไว ไม่พยายามใส่โน่นใส่นี่ลงไปเพื่อยืดเวลา ทำให้หนังยาวแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งซึ่งผมว่ากำลังพอดีคำ ดาราก็แสดงกันดีครับ 2 ดารานำถือว่าคัดมาได้เหมาะ ส่วน Kotsifakis ที่เป็นเอล ชาโปก็ดูแล้วเชื่อว่านายคนนี้เป็นหัวหน้าใหญ่ ตอนเขาขู่ฝ่ายตรงข้ามด้วยหน้านิ่งๆ แต่ตาแทบจะถลนออกมานั้นถือว่าน่าจดจำทีเดียว
ต้องบอกก่อนว่าปริมาณแอ็คชั่นในเรื่องมีไม่เยอะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ตึงเครียดระทึกขวัญเสียมากกว่า ดังนั้นใครคาดหวังความมันส์ตามสไตล์หนังสาดกระสุนนี่ต้องบอกเลยว่าไม่ค่อยมีหรอก หรือกระทั่งแอ็คชั่นแบบร่างกายปะทะก็ไม่ค่อยมีเหมือนกัน ว่าง่ายๆ คือหนังเน้นระทึกครับ ไม่ได้เน้นบู๊
อีกอย่างที่ชอบคือหนังทำให้เราเชื่อครับกับการที่ 2 ตำรวจจะตัดสินใจส่งตัวเอล ชาโปเข้าคุก ผมมองว่าพวกเขาเห็นภาพรวมน่ะ ว่าการรับสินบนแล้วยอมปล่อยเจ้าพ่อไป จริงๆ มันก็ดูเหมือนจะดีนะ เป็นข้อตกลงที่เย้ายวนอยู่ แต่ประเด็นคือมันจะมีอะไรเป็นหลักประกันล่ะว่าพวกเขาจะรอด? ไม่ว่าจะรอดจากการถูกสอบสวนหรือรอดจากการถูกตามฆ่า เพราะขนาดคนในวงการค้ายาด้วยกันยังฆ่ากันตายอยู่บ่อยๆ แล้วคนวงนอกอย่างพวกเขานี่ถ้าก้าวเข้าไปในโลกใบนั้น โอกาสรอดจะมีสักแค่ไหน และพวกเขาจะเชื่อคำพูดของเจ้าพ่อที่ทำให้คนตายมาแล้วนับหมื่นได้ยังไง
อีกอย่างที่แทบจะเป็นแพตเทิร์นเลยสำหรับผู้มีอิทธิพลก็คือพวกเขามักจะพูดอวดสรรพคุณ ชอบพูดว่าเขาสร้างนั่น สร้างนี่ ทำประโยชน์ให้สังคมหรือเด็กๆ มากขนาดไหน ในทางหนึ่งก็ชวนให้คิดน่ะนะครับ ว่าพวกเขาก็คงรู้แหละว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันไม่ใช่เรื่องถูก เพราะขนาดตัวเองยังไม่อยากพูดถึงมันเลย – บางทีสิ่งที่คนผู้หนึ่งพูดหรือไม่พูดเกี่ยวกับตัวเองนั้น มันก็สื่ออะไรในใจคนผู้นั้นได้ไม่น้อยเหมือนกัน
แนะนำเลยครับเรื่องนี้ อาจไม่สุดยอดมากมาย แต่ผมชอบนะ ถือว่าทำได้ออกรสและน่าติดตามพอตัวสำหรับหนังแนวนี้ครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
ชื่ออื่นๆ
La Captura
Categories: Movie Reviews, Action, Crime, Recommended Movies, Thriller












