หยวนเฉิงจื้อ (กั๊วะจุย, Phillip Chung-Fung Kwok) ลูกชายแม่ทัพหยวนผู้เป็นตงฉินแต่กลับถูกใส่ความจนต้องตาย ด้วยชาติกำเนิดที่น่าเห็นใจ ทำให้เทพกระบี่มู่เหยินชิง (หลี่โช่วฉี, Lee Sau Kei) เจ้าสำนักหัวซานรับเฉิงจื้อเป็นศิษย์
17 ปีต่อมา เฉิงจื้อได้พบที่ซ่อนของเทพบุตรงูทอง เซี่ยเซียะอี่ (หลงเทียนเสียง, Lung Tien Hsiang) ซึ่งบัดนี้เหลือเพียงซากศพที่ไร้วิญญาณ แล้วเฉิงจื้อก็ได้พบกับสมบัติและเคล็ดวิชาที่เซียะอี่ได้ทิ้งไว้ รวมถึงคำสั่งเสียที่ได้บอกให้ใครก็ตามที่ค้นพบศพของเขา ให้ช่วยเดินทางไปยังสำนักสะพานหิน ไปส่งข่าวให้สตรีนามว่า เหวินอี้ (จิงลี่, Ching Li) ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด และนั่นคือจุดเริ่มต้นการผจญภัยของเฉิงจื้อครับ
สมทบด้วย เหวินเซียะเอ๋อ (Candy Man, Wen Hsueh Erh) ในบทเหวินชิงชิง, เจียงเซิน (Chiang Sheng) เป็นเหวินเจิ้ง, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นอาจารย์ลุง มู่ซัง, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นหัวหน้าพรรคมังกรทอง, หวังลี่ (Wang Li) เป็นท่านตาของชิงชิง, ลุฟง (Lu Feng) เป็นเหวินหนานหยาง ท่านลุงใหญ่ของชิงชิง, หยูไท่ผิง (Yu Tai Ping) เป็นเหวินเป่ยหยาง ท่านลุงสี่ของชิงชิง, จูเถี่ยเหอ (Chu Tiet Wo) เป็นพู่กันทองลูกคิดเหล็ก หวงเจิน ศิษย์พี่ใหญ่ของเฉิงจื้อ
หนังดัดแปลงจากนิยาย เพ็กฮวยเกี่ยม (Sword Stained with Royal Blood) ของกิมย้ง (Jin Yong, Louis Cha) โดยมีเหง่ยคัง (Ni Kuang) ร่วมดัดแปลงเป็นบทหนังกับจางเชอะ (Chang Cheh) ที่รับหน้าที่กำกับด้วยครับ

ก็ถือเป็นเพ็กฮวยเกี่ยมสไตล์จางเชอะครับ คือในแง่ของเรื่องราวอาจไม่เด่นมากนัก แต่จุดที่จัดหนักและจัดเต็มเลยคือคิวบู๊ที่ใส่กันมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะครึ่งหลังนี่ต้องเรียกว่าใส่กันไม่ยั้ง ใครนิยมชมชอบหนังบู๊กำลังภายในแบบจางเชอะ และชอบลีลาของเหล่าจอมโหดก็น่าจะสนุกกับหนังได้ไม่ยาก อย่างผมนี่ก็อยู่ในกลุ่มชอบครับ ด้านเนื้อหาน่ะทำใจอยู่แล้ว เพราะมันย่อมมีแปลงไปจากนิยายแหงๆ บางอย่างก็ตัด บางอย่างก็รวบ แต่เน้นดูเอามันส์ แล้วผลที่ได้ก็นับว่ามันส์ไม่เลว
ถ้าให้เทียบกับเพ็กฮวยเกี่ยมอีกฉบับของ Shaw ที่ฉายไล่ๆ กันอย่าง ศึกกระบี่มังกรฟ้า (1980) ก็บอกได้ว่าผมชอบฉบับนี้มากกว่าหน่อยครับ ที่ชอบก็เพราะลีลาบู๊มาเต็ม ดูเอามันส์ได้เพลินๆ นี่แหละ และที่ชอบอีกอย่างคือการแสดงของกั๊วะจุยที่ดูเป็นจอมยุทธเปี่ยมคุณธรรม โดยเฉพาะตอนสอนบทเรียนให้ศิษย์หลานนี่ถือว่าทำได้น่าจดจำ คือดูจากสีหน้าและแววตาของเขาแล้ว มันทำให้เชื่อน่ะครับว่าเขาต้องการสอนศิษย์หลาน ไม่ได้อยากเอาชนะหรือคิดจะหักหาญน้ำใจทำให้อาย ทำให้เฉิงจื้อคนนี้ได้คะแนนแดนบวกในใจผมไปไม่น้อย
ก็ถ้าอยากได้เนื้อหาแบบครบๆ ก็แนะนำให้อ่านนิยายหรือไม่ก็ไปดูฉบับหนังชุดครับ แต่หากใครเป็นแฟนจางเชอะ, เป็นแฟนเหล่าจอมโหด และอยากดูอะไรมันส์ๆ ล่ะก็ เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
ชื่ออื่นๆ
เพ็กฮวยเกี่ยม












