หนังทำเงินสวยงาม คำชมมาเต็มจนผมก็อยากรู้น่ะนะครับว่ามันดีมากขนาดไหนกัน ครั้นพอได้ชมผมก็อยู่ในข่ายชอบครับ หรือจริงๆ ใช้คำว่าชอบก็อาจไม่ตรง ใช้คำว่าตกหลุมรักน่าจะตรงกว่าครับ
เรื่องของครูวิทยาศาสตร์ ไรแลนด์ เกรซ (Ryan Gosling) ที่ไปตื่นบนยานอวกาศลำหนึ่งเพียงลำพัง เขาก็เลย้องค่อยๆ ปะติดปะต่อว่าเขามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง และมาตรงนี้เพื่อทำอะไรกันแน่
หนังยาว 2 ชั่วโมงครึ่งกว่าๆ ครับ ตอนก่อนดูผมว่ามันก็ยาวอยู่นะ ซึ่งช่วงต้นๆ ก็รู้สึกบ้างถึงความอืดบางประการ แต่หนังก็สามารถเล่าเข้าเรื่องและสร้างความสนใจให้ผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว ทีนี้พอดูไปสักพักมันเริ่มอยู่ตัวครับ เริ่มพร้อมจะดูแบบตามหนังไปเรื่อยๆ คือในแง่ความน่าติดตามมันอาจไม่ได้ถึงขั้นติดหนึบ หรืออยากรู้ตอนต่อไปแบบจัดๆ น่ะนะครับ แต่มันออกแนวเพลิน เหมือนเดินเล่นในสวนที่บรรยากาศพอเหมาะ องค์ประกอบกำลังดี เราก็พร้อมจะอยู่ตรงนั้นต่อไปเรื่อยๆ คือสำหรับผมหนังทำให้เกิดอารมณ์นั้นขึ้นมาได้จริงๆ
หนังมาพร้อมของดีหลายอย่างครับ เริ่มจากการแสดงของ Gosling ที่จริงๆ นายคนนี้ก็เล่นดีเสมออยู่แล้วน่ะนะครับ ดังนั้นสำหรับผมมันก็ไม่เซอร์ไพรส์อะไร – ไว้พี่แกเล่นเรื่องไหนแล้วเล่นแย่สิค่อยเซอร์ไพรส์หน่อย – เช่นเดียวกับดาราคนอื่นๆ ที่ไม่ว่าบทจะเยอะหรือน้อยแต่ก็สามารถทำให้เราหันไปสนใจตัวละครนั้นๆ ในโมเมนต์ที่พวกเขามีบทบาทได้ทุกครั้งไป
และผมว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หนังคล่องคอสำหรับผมคือมันฉาบอารมณ์ขันไว้ตลอดทั้งเรื่องครับ มันทำให้ดูเพลิน เหมือนอาหารรสพอดีที่กินได้เรื่อยๆ และที่ผมชอบคือเจ้าอารมณ์ขันเนี่ยบางอันต้องใช้การสังเกตด้วยครับ เพราะมันจะมาแบบโผล่ประกอบในฉษกหลัง บางครั้งก็มาแว้บๆ ซึ่งมันเพิ่มสมาธิที่ผมมีต่อหนังได้ไม่เลวเหมือนกัน

งานภาพสวยครับ ยิ่งช่วงไปถึงดาวนี่ทั้งภาพและสีสันเต็มตากันไป และผมชอบลีลาการถ่ายภาพของ Greig Fraser (The Batman, Dune ทั้ง 2 Part) ที่เวลาฉากไหนต้องการความกว้างใหญ่อลังการ มุมกล้องก็จะจับกว้างแบบได้รายละเอียดโดยรอบครบ แต่ฉากไหนต้องการให้รู้สึกถึงความคับแคบของสถานที่ มุมกล้องก็จะทำให้สัมผัสถึงความแคบแบบพอดี คือไม่ถึงกับอึดอัด แต่ก็ไม่โล่งโปร่งสบาย เรียกว่างานภาพมาพร้อมความพอดีที่สามารถจับอารมณ์คนดูไปวางไว้ได้อย่างถูกตำแหน่ง
อ้อ แล้วใครคาดหวังความตื่นเต้นลุ้นระทึก หรือความมันส์แบบหนังกู้โลกอย่าง Armageddon นี่ต้องทราบไว้เลยครับว่าหนังไม่ได้ไปในเวย์นั้น ไม่ใช่เลยจริงๆ แต่มันคือหนังที่พาเราไปอยู่ ไปกิน ไปนอน ไปสัมผัสห้วงอารมณ์และห้วงความคิดของไรแลนด์เป็นหลัก แล้วครึ่งหลังยังมีเรื่องมิตรภาพอีก ผมมองว่ามันคือหนังท่องอวกาศแบบ Feel Good น่ะครับ ดังนั้นใครคาดหมายแอคชั่นหรือความระทึกล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้เด็ดขาดเลย
มันคือหนังไซไฟที่ดูแล้วให้ความหวังแบบไม่ฟุ้ง ไม่โปรฮีโร่ ไม่บิ้วอะไรมากมาย แค่เรื่องของสิ่งมีชีวิต 2 หน่อที่พยายามทำให้ดีที่สุด ณ จุดที่ยืนอยู่ มันทำให้คิดน่ะครับว่าบางทีชีวิตไม่ต้องเน้นคิดใหญ่มากก็ได้ เอาแค่ทำสิ่งตรงหน้าให้ดีและสุดฝีมือ ทำเป็นรอบๆ ไป ส่วนรอบหน้าค่อยว่ากันใหม่ ไม่ต้องคิดเผื่อเยอะ
ส่วนเรื่องมิตรภาพนี่ถือว่าทำถึงครับ ถึงแบบสวยงามมากๆ จนเราอยากเอาใจช่วยพวกเขาไปตลอดเรื่อง – ส่วนตัวผมมองว่าอะไรทั้งหลายนี่มันไม่ได้แปลกใหม่นะ จริงๆ หนังไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย มันคือ Summary ของสูตรหนังแนวท่องอวกาศและกู้โลกแบบยำๆ รวมกัน แต่มันยำแบบพอดี มีเครื่องแน่นแต่ไม่ล้น มีรสชาติแต่ไม่จัด

ผมว่าความกล้าอย่างหนึ่งของ 2 ผู้กำกับ Phil Lord และ Christopher Miller คือพวกเขากล้าทำหนังให้ออกมาแบบพอดี ไม่พยายามผลักมันให้เข้มข้นสุด จัดจ้านสุด เร่งเร้าสุด หรือลุ้นสุด จนมันออกมาเป็นความพอเหมาะ ซึ่งอาจไม่ถูกใจคนที่อยากได้อะไรฉูดฉาด แต่ถ้าท่านคาดหวังหนังไซไฟท่องอวกาศสักเรื่อง ผมว่าเรื่องนี้ตอบโจทย์สวยๆ เลย
บางทีในการทำหนัง (หรือสร้างสรรค์ผลงาน)สำหรับยุคสมัยนี้ การกระทำที่เรียกว่า “กล้า” อาจไม่ใช่เพียงแค่การสรรหาสิ่งแปลกใหม่มาใส่ แต่คือการทำความรู้จักกับสิ่งเยี่ยมๆ จากของเก่าๆ แล้วเอามาปรับใช้ให้ลงตัวเหมาะสมกับผลงานของตน
ดนตรีก็ของดีครับ พอดูชื่อแล้วก็ร้องอ้อ เขาคือ Daniel Pemberton เจ้าของผลงานที่ผมชอบอย่าง The Man from U.N.C.L.E., Enola Holmes 2 ภาคแรก และที่ลืมไม่ได้คือ See How They Run ที่หนังไม่ได้สนุกมากมาย แต่เพลงธีมนี่ยอดเยี่ยมมากจนผมเอามาเปิดฟังบ่อยๆ (ช่วยให้ตื่นได้ดีครับ) แล้วผมชอบเพลงที่หนังเลือกใช้ปิดท้ายตอนจบนะ เป็นอะไรที่เหมาะสุดๆ ไปเลย
ผมชอบการตัดสินใจในตอนท้ายของไรแลนด์นะ ผมว่ามันเหมาะกับเขาแล้วล่ะ
นี่คือหนังกู้โลก Feel Good ที่ผมต้องเอามาดูซ้ำแน่ๆ ครับ ไม่ใช่เพราะมันยิ่งใหญ่อลังการหรือทำให้เราติดหนึบตอนดู แต่เพราะมันอบอุ่น มันกินใจแบบไม่ต้องน้ำตาไหลพรากๆ โดยเฉพาะเรื่องของมิตรภาพที่แสนจะน่ารัก
หนังทุนสร้าง $200 ล้านเรื่องนี้ ทำเงินทั่วโลกไป $683 ล้าน ประสบความสำเร็จอย่างดีครับ รู้สึกดีใจแทนเลย
สามดาวครึ่งครับ
(8.5/10)












