หนึ่งในหนังที่นิยามได้ว่า “เละ” และเรื่องราวเบื้องหลังงานสร้างอาจจะน่าสนใจกว่าตัวหนังด้วยซ้ำครับ
พล็อตว่าด้วยโจ (Michael Biehn) นักต้มตุ๋นที่เผลอทำให้ไมค์ (James Coburn) พ่อของเขาตายไปในการทำงานครั้งล่าสุด เขาเลยพยายามตามหาพี่น้องฝาแฝดของพ่อที่ชื่อลู (Coburn เช่นกัน) แล้วก็คิดจะสานงานต่อ แต่ทว่าเรื่องราวต่อจากนี้กลับเต็มไปด้วยการทรยศ หักหลัง และโจเองก็ไม่อาจไว้ใจใครได้ทั้งสิ้น
เอาจริงๆ คือหนังไม่มีอะไรเลยครับ แต่มีดาราระดับฝีมือมารวมกันหลายคน ไม่ว่าจะ Nicolas Cage, James Coburn, Peter Fonda, Charlie Sheen, Talia Shire, Angus Scrimm แต่ทุกคนก็ไม่อาจช่วยหนังเอาไว้ได้ และสำหรับบางคนแล้ว หนังเรื่องนี้ยังถือเป็นผลงานที่น่าลืมสุดๆ ในชีวิตการแสดงของพวกเขา
คือจริงๆ พล็อตมันก็มีความซับซ้อน แล้วก็มีการพลิกผันตามสูตรหนังว่าด้วยคนตุ๋นคนน่ะครับ แต่การเล่าเรื่องมันชืดและชวนสับสน ตัวละครดูแบนไร้มิติ หลายฉากทำออกมาแล้วดูชวนขำ โดยเฉพาะการแสดงของพี่ Nic ที่เอาแค่วิกที่พี่เขาสวมนี่ก็ดูไม่เหมาะกับใบหน้าแล้วครับ ไหนจะการแสดงแบบล้นๆ จนทำให้บางซีนดูฮา (ทั้งที่ตามเหตุการณ์จริงๆ มันไม่ฮา) ซึ่งพี่ Nic เองก็ออกมายอมรับในภายหลังว่า จริงๆ เขาไม่อยากเล่นหนังเรื่องนี้เลย เพราะแค่อ่านบทก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว แต่เผอิญว่าคนร่วมเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้คือ Christopher Coppola พี่ชายแท้ๆ ของเขาเอง เขาก็เลยต้องยอมมาช่วย

ส่วนเบื้องหลังงานสร้างก็วุ่นวายไม่น้อย เพราะตอนแรกคนที่จะมาแสดงเป็นโจจะต้องเป็น Val Kilmer ซึ่งมีการทำสัญญากันแล้ว แต่ไปๆ มาๆ Kilmer กลับบอกยกเลิกเด้วยเหตุผลว่าเขามีปัญหากับผู้สร้าง แต่ภายหลัง Christopher Coppola ก็ไปสืบจนรู้ว่าจริงๆ แล้ว Kilmer ยกเลิกเล่นหนังของเขาเพื่อไปรับงานแสดงใน The Real McCoy แทน ซึ่งเรื่องนั้น Kilmer ได้ค่าตัวถึง $1 ล้าน (แน่นอนว่ามากกว่าที่เขาจะได้จากเรื่องนี้)
แล้วความซวยก็มาสู่ทีมงานครับ เพราะพอ Kilmer ออก ทางสตูดิโอ Trimark ก็ตัดงบจากที่เคยวางไว้ว่าจะให้ $8 ล้าน โดนตัดเหลือแค่ $3.4 ล้านเท่านั้น งานสร้างเลยกลายเป็นต้องจำกัดจำเขี่ย หลายฉากต้องตัดออก แล้วทีมงานที่เหลือก็ต้องพยายามไปตามญาติๆ และคนรู้จักมาช่วยกันทำหนังแทนเพื่อประหยัดงบ
ครั้นพอออกฉาย หนังก็เจ๊งสนิทครับ น่าจะทำเงินไปแค่ไม่กี่หมื่นเท่านั้น ส่วน Biehn ก็ออกมาบอกว่า นี่คือหนึ่งในหนังที่แย่ที่สุดเท่าที่เขาเคยร่วมแสดงมา, Francis Ford Coppola (ลุงของผู้กำกับ) ก็ยังบอกว่าเขาเกลียดมัน หรือกระทั่งผู้กำกับเองก็ยังบอกว่านี่คือหนังที่เขาชอบน้อยที่สุดแล้วในบรรดาหนังที่เขาทำ และเหตุผลเดียวที่เขาดูหนังเรื่องนี้ก็เพื่อหัวเราะการแสดงของน้องชาย (พี่ Nic นั่นแหละครับ)
ยอมรับครับว่าตอนดูนี่ก็ต้องใช้ความอดทนพอตัว เพราะหนังมันไม่มีอะไรที่ดึงดูดให้อยากดูต่อเลย เออ.. อาจจะมีบ้างก็คือการแสดงล้นๆ ของพี่ Nic นี่แหละ บอกตรงๆ ว่าแค่เห็นพี่เขาสวมวิกแบบในเรื่องผมก็ต้องกลั้นขำแล้วล่ะ ไหนจะฉากอาวะวาดขย่มเตียงอีก เฮ่อ ทำไปได้น่ะพี่ Nic
อย่างที่บอกไว้แต่แรกครับ ว่าหนังเรื่องนี้ เข้าอีหรอบเละจริงๆ
ดาวเดียวเถอะครับ
(4/10)
หมวดหมู่:Crime, Drama, Movie Reviews












