เคที่ (Natalie Grace) ลูกสาวของชาร์ลี (Jack Reynor) และลาริสซ่า (Laia Costa) โดนลักพาตัวไปเมื่อ 8 ปีก่อน พวกเขาไม่เจอเงื่อนงำอะไรจนกระทั่งล่าสุดมีคนพบเธออยู่ในโลงศพโบราณอายุหลายพันปี และเมื่อพวกเขารับเคที่กลับบ้าน พวกเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะต้องรับเอาความสยองที่มาพร้อมเธอกลับมาด้วย
หนังมัมมี่ที่มาพร้อมตำนานใหม่สไตล์ Lee Cronin ที่ควบทั้งตำแหน่งเขียนบทและกำกับครับ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ผมมองว่าออกมากลางๆ คือมันมีความน่าสนใจอยู่นะ แต่ตัวหนังมันยังไม่สุดทั้งในแง่การเล่าเรื่อง ตัวบท หรือความสยองที่น่าจะเป็นจุดขายสำคัญของหนัง
Cronin เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการทำหนังเรื่องนี้มาจาก Poltergeist (ฉบับปี 1982), Seven และซีรี่ส์ Breaking Bad แต่ผมกลับมองว่าหนังมันคือการเอา Pet Sematary มาเจอกับ The Evil Dead แล้วก็เหยาะ The Exorcist เพิ่มไปอีกหน่อยมากกว่า
การเล่าเรื่องมันค่อนข้างเรื่อยครับ คือช่วงต้นก็พอจะน่าสนใจอยู่ แต่พอหนังตัดเล่าถึงเหตุการณ์ 8 ปีต่อมาและการกลับมาของเคที่ จังหวะหนังมันค่อนข้างช้า ซึ่งในบางจังหวะก็พอเข้าใจว่าหนังพยายามใช้พื้นที่เพื่อสื่ออารมณ์ตัวละคร แต่ส่วนใหญ่มันดูเรื่อยน่ะครับ กลายเป็นว่าความน่าสนใจมันค่อยๆ ลดระดับลง หลายฉากก็ชวนให้นึกถึงหนังที่ผมเอ่ยชื่อไป – แต่ยังทำได้ไม่ถึงระดับนั้น – มันเลยดูเรื่อยๆ แบบวนๆ ยังไงก็ไม่รู้
และผมยังรู้สึกว่าหนังท่ามากไปหน่อยด้วยครับ บางอย่างในเรื่องมันอ้อมแบบเกินจำเป็น อย่างตอนตำรวจสาวซาคี (May Calamawy) จะคุยกับพยานที่พูดไม่ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าเจ๊แกรออะไรน่ะครับ คือพยานพูดไม่ได้ใช่ไหม ก็ให้เขียนบนกระดาษสิจะได้ไวๆ แต่นี่หนังให้พยานพยายามพูดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายเธอจะทำมือเป็นสัญญาณว่า “เอากระดาษมาเถอะ” เจ๊เธอจะเอากระดาษมาให้ แล้วการเล่าก็ฉลุย จบลงอย่างรวดเร็ว แต่หนังเสียเวลากับตรงนั้นก็หลายนาทีอยู่
หรือฉากประเภท “ตัวละครพูดเรื่องหนึ่ง แต่อีกคนเข้าใจไปแบบหนึ่ง จนตัวละครนั้นต้องพูดย้ำ” เช่น ตอนที่ลาริสซ่าบอกกับชาร์ลีว่า “ฉันไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่อีกแล้ว” คือผมฟังแล้วเข้าใจเลยนะว่าเธอหมายถึงใคร แต่ชาร์ลีก็เข้าใจไปอีกอย่าง ฉากนั้นก็ยาวไปอีกหน่อย ก่อนที่ลาริสซ่าจะบอกว่าเธอหมายถึงใคร หรือตอนที่ลาริสซ่าคุยกับลูกคนเล็กตอนจัดกระเป๋าจะย้ายบ้าน หนังก็มามุกนี้อีก คือหนังใช้มุกนี้บ่อยครับ จนถ้าตัดทอนอะไรพวกนี้ออกไปนี้หนังน่าจะลดลงได้อีกหลายนาทีเลยนะนั่น

และกลายเป็นว่าท่ามกลางความยาวของหนังนั้น หนังกลับไม่ค่อยให้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับปีศาจตนนี้มากนัก ซึ่งจริงๆ มันคือหลักของหนังสยองเลยนะ ถ้าอยากให้คนดูอินนี่ต้องมีการเล่าเพื่อปูพื้น ให้คนดูจินตนาการจากคำบอกเล่าหรือตำนาน เพื่อที่เราจะได้รู้สึกเกรงขามหรือกลัวมันมากขึ้น แต่กลายเป็นว่าพอดูหนังจนจบ ผมยอมรับเลยว่ายังงงกับกฎกติกามายาทของปีศาจตนนี้ ว่ามันอะไรยังไง ยิ่งตอนท้ายนี่คำถามผมมีเยอะพอสมควรครับ ทว่ามันไม่ใช่คำถามแบบสนใจใคร่รู้นะ แต่มันแบบ “อ้าว อย่างงี้ก็ได้เหรอ?” หรือ “อ้าว ซะงั้นน่ะ?” มีไปจนถึงคำถามแบบ “อ้าว อิหยังวะ?”
หนังก็อาจอยากให้เราตามไปดูต่อในภาคหน้า (ถ้ามี) น่ะนะครับ ก็ถ้าพี่กล้าสร้างผมก็พร้อมดูต่อน่ะ แต่กับภาคนี้ผมว่ามันยังไม่กลมกล่อม การเล่าเรื่องและความน่าติดตามยังไม่เยอะดังคาด
ส่วนความสยอง ก็ถือว่ากลางๆ ครับ คือบรรยากาศน่ะพอได้ แต่ก็ยังไม่สยองจนหลอนจับใจ และความสยองจริงๆ ก็มาเอาตอน 30 นาทีท้าย ซึ่งที่ว่าสยองนี่คือสยองกว่าช่วงแรกน่ะนะครับ แต่ถ้าพูดถึงดีกรีความสยองแล้ว ผมว่า Evil Dead Rise งานชิ้นก่อนของ Cronin ยังค่อนข้างจัดเต็มกว่านี้ ที่สำคัญคือมันให้อารมณ์กดดันมากกว่านี้ ในขณะที่เรื่องนี้นี่ ช่วงท้ายผมว่าปีศาจมันดูอาละวาดแบบยั้งๆ ยังไงก็ไม่รู้ แล้วไหนจะเลเวลของฤทธิ์เดชอีก แหม มีอำนาจถึงขนาดก่อพายุได้ขนาดนั้น แต่การอาละวาดในบ้านกลับดูรั้งๆ รอๆ พิกล
====== สปอยล์หน่อยครับ ======
หรืออย่างตอนท้ายที่ซาคีรอดมาท่องคาถาได้ ก็ให้ไม่เข้าใจล่ะครับว่างปีศาจจะปล่อยให้เธอรอดทำไม ทำไมไม่จัดการเลยล่ะ โอกาสก็มีตั้งเยอะ จะแค่เจาะคอให้พูดได้ยากทำไม ขนาดตัวละครอื่นที่สำคัญน้อยกว่า (อย่างคุณยาย) ยังโดนเล่นซะถึงตาย แต่ซาคีนี้ท่องคาถากักได้เลยนะ แล้วปีศาจจะเพิ่มโอกาสให้ตัวเองโดนกักอีกทำไม อุตส่าห์ตั้งท่าลอกผ้าพันเพื่อปล่อยตัวเองขนาดนั้นแท้ๆ
คำตอบที่คิดออกก็มีแค่อย่างเดียวครับ คือปล่อยให้ตายไม่ได้ เดี๋ยวหนังจบไม่ลง ยังไงก็ต้องรอด 5555 – ผมเลยพลอยมองไปถึงเรื่องบทที่มันยังสุดได้อีกน่ะ บางอย่างก็แลนดิ้งง่ายจริงๆ
และจริงๆ หนังมีอีกประเด็นที่ผมว่าน่าสำรวจ คือการที่ชาร์ลีกับลาริสซ่าพยายามจะดูแลเคที่ที่มีสภาพแทบไม่เหมือนมนุษย์ปกติ พวกเขาดูแลเธอด้วยความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกจริงๆ หรือมันคือการทำเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดที่มีในใจ – กล่าวคือพวกเขาทำเพื่อปลอบโยนลูก หรือทำเพื่อปลอบโยนตัวเอง? – อันนี้ถือว่าเปิดมาได้น่าสนใจ แต่หนังก็ไม่ได้สำรวจประเด็นนี้มากเท่าที่ควร
====== หมดสปอยล์ครับ ======
แต่หนังทำเงินไม่เลวครับ ทำไปราว $90 ล้านจากทั่วโลก ทุนสร้างแค่ $22 ล้าน ก็กำไรแน่นอนล่ะครับ เพียงแต่มันยังไม่ถึงขั้นถล่มทลายเท่านั้นแหละ
ก็ต้องแล้วแต่ล่ะนะครับ อยากลองก็ไม่ว่ากัน
สองดาวครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Horror, Monster Horror, Monster Movies, Movie Reviews, Supernatural Horror












