เรื่องราวของโจแอนนา (Keira Knightley) และไมเคิล (Sam Worthington) คู่สามีภรรยาที่กำลังจะพบบททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิตคู่ เมื่อไมเคิลเดินทางไปทำงานยังต่างเมือง โดยเขาต้องเดินทางไปกับลอร่า (Eva Mendes) ที่โจแอนนาก็แอบกลัวว่าไมเคิลจะปันใจไปหาเธอไหม
เรื่องราวของโจแอนนา (Keira Knightley) และไมเคิล (Sam Worthington) คู่สามีภรรยาที่กำลังจะพบบททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิตคู่ เมื่อไมเคิลเดินทางไปทำงานยังต่างเมือง โดยเขาต้องเดินทางไปกับลอร่า (Eva Mendes) ที่โจแอนนาก็แอบกลัวว่าไมเคิลจะปันใจไปหาเธอไหม
ความที่เจ้าชายกงเด (Julian Glover) ต้องการกลับมาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Julian Sands) เจ้าชายจึงได้มีการจัดงานเลี้ยงอันใหญ่โตเพื่อรับรองพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กับข้าราชบริพารนับพัน โดยงานที่ว่านี่จัดต่อเนื่องกัน 3 วัน 3 คืน และฟรองซัวส์ วาเตล (Gérard Depardieu) คือพ่อบ้านของปราสาทที่ต้องจัดงานให้ดีที่สุดเพื่อมิให้เสื่อมเกียรติของเจ้านาย
อาบี (เหลียงเฉาเหว่ย, Tony Leung Chiu-wai), อาเฟย (จางเซี๊ยะโหย่ว, Jacky Cheung) และอาหลง (หลี่จื้อสง, Waise Lee) คือ 3 เพื่อนซี้ที่คบหากันมานาน ไปไหนไปกัน มีศึกก็สู้ด้วยกัน
หนังแนวๆ ว่าด้วยความฝันที่หากมันไม่ทำให้ท่านรู้จักตัวเองมากขึ้น ก็อาจทำให้ท่านงงกันไปข้างหนึ่งเลยก็ได้ครับ 5555
หนังฝรั่งเศสอีกเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกได้ถึงพลังบวก และมันรู้สึกดีครับที่ได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนบางกลุ่มพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อประโยชน์ของผู้คนในกลุมเปราะบาง
อีกหนึ่งหนังที่เปิดเผยให้โลกรับรู้ถึงเหตุการณ์จริงที่ชวนสลดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ส่งผลให้ชาวยิวกว่า 13,000 คนต้องจบชีวิตลงที่ห้องรมแก๊ส
วิลล์ (Ben Foster) และทอม (Thomasin McKenzie) ลูกสาวของเขาอาศัยอยู่ร่วมกันในเขตพื้นที่สีเขียวในพอร์ตแลนด์ แต่แล้ววันหนึ่งตำรวจก็มาพบพวกเขาและพาพวกเขาออกมา (เพราะการอยู่แบบนั้นมันผิดกฎหมาย) แล้วก็คนมีจัดหาที่อยู่พร้อมทั้งตระเตรียมสิ่งต่างๆ ให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง
หนังดีที่ได้ยินกิตติศัพท์มานาน ครั้นพอได้ดูก็เหมือนโดนของน่ะครับ กลายเป็นชอบแบบชอบมากๆ ไปเลย
คนทำขนมปัง มาร์แต็ง จูแบร์ (Fabrice Luchini) พบว่ามีสามีภรรยาคู่ใหม่เพิ่งย้ายมาอยู่ใกล้ๆ สามีคือชาร์ลี โบเวอรี (Jason Flemyng) ส่วนคนเป็นภรรยาคือเจมม่า (Gemma Arterton) ซึ่งนั่นทำให้มาร์แต็งรู้สึกว่ามันก็บังเอิญดีที่ชื่อของเพื่อนบ้านมันชวนให้นึกถึงวรรณกรรมเรื่องดังอย่าง Madame Bovary
การดูหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฟองสบู่น้อยๆ ที่ลอยไปตามลม ลอยไปตามทิศทางที่หนังจะพาไป คือมันรู้สึกได้เลยน่ะครับว่าตัวเองตอนดูนี่ช่างบอบบางเสียเหลือเกิน – อีกนัยหนึ่งก็คือหนังทำให้เราได้สัมผัสถึงด้านที่ผมไม่ได้รู้สึกมานานแล้วเหมือนกัน… “ความรู้สึกตอนที่เรารอคอยให้ใครส้กคนมารัก” น่ะครับ