อาบี (เหลียงเฉาเหว่ย, Tony Leung Chiu-wai), อาเฟย (จางเซี๊ยะโหย่ว, Jacky Cheung) และอาหลง (หลี่จื้อสง, Waise Lee) คือ 3 เพื่อนซี้ที่คบหากันมานาน ไปไหนไปกัน มีศึกก็สู้ด้วยกัน
วันหนึ่งอาบีกับอาเฟยได้พลั้งมือฆ่าคนตาย ทำให้พวกเขาตัดสินใจหนีจากฮ่องกงไปเวียดนาม (ที่กำลังอยู่ในช่วงสงคราม) แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่านี่จะกลายเป็นการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล
สมทบด้วย เยิ่นต๊ะหัว (Simon Yam) เป็นลุค มือปืนที่พวกเขาได้ไปเจอที่เวียดนาม, หยวนเจี๋ยอิง (Fennie Yuen) เป็นเสี่ยวเจิน คนรักของอาบี, ซูซิ่งเฉวียน (So Hang Suen) เป็นแม่ของเสี่ยวเจิน, เจินฉู่เชี่ยน (Yolinda Yam) เป็นแซลลี่ นักร้องฮ่องกงที่ไปตกระกำลำบากที่เวียดนาม, เปาฉีจิ้ง (Paw Hee Ching) เป็นแม่ของอาบี, หลินชง (Lam Chung) เป็นคุณหยาง ผู้ทรงอิทธิพลในแถบนั้น ส่วนผู้กำกับก็คือ John Woo ที่โดดมาแสดงในบทเล็กๆ เป็นตำรวจที่มาตามจับอาบี
หนังมาถ่ายทำในไทยครับ ฉากที่เป็นเวียดนามนั้นคือในไทยทั้งหมด แล้วเราก็จะไดเห็น โกวิท วัฒนกุล กับ เทิดพร มโนไพบูลย์ มาร่วมแสดงเป็นทหารเวียดนามที่ไล่ล่าพวกอาบี
นี่คือหนังแอ็คชั่นดราม่าเข้มข้นระดับตำนานของ John Woo เลยครับ เอาจริงๆ แล้วแก่นหลักเนื้อหาของหนังก็ยังว่าด้วยเรื่องของมิตรภาพลูกผู้ชายตามสไตล์ของ Woo แต่ด้วยฉากหลังที่ว่าด้วยสงครามทำให้ดีกรีความแรงของเรื่องมันทวีขึ้นไปอีกขั้น หลายฉากนี่ดูแล้วนึกถึง The Deer Hunter เลยครับ โดยเฉพาะฉากในค่ายทหารที่ดูไปก็เกร็งไป มันเป็นอะไรที่กดดันได้โล่ห์จริงๆ

ดาราในเรื่องก็แสดงกันได้ถึงขีดล่ะครับ โดยเฉพาะเฮียเหลียงกับเฮียจางนี่ปล่อยของกันเต็มที่ มาเต็มทั้งสีหน้าแววตาที่สื่ออารมณ์ ส่วนฉากแอ็คชั่นก็กระหน่ำกระสุนกันสาแก่ใจ ไหนจะระเบิดตูมตามที่บางช่วงนี่เล่นเอาแทบแสบตา เพราะไฟจากระเบิดมันลุกอาบท่วมแทบจะทั้งฉากทีเดียว
ทุกตัวละครล้วนมีโมเมนต์ของตัวเอง อย่างอาบีกับอาเฟยนี่ดูแล้วเชื่อสุดๆ ครับว่าพวกเขาเป็นเพื่อนแบบที่พร้อมจะตายแทนกันได้ ในขณะที่อาหลงนี่ก็จะไปอีกทาง แต่บทก็เขียนมาโอเคละครับ ทำให้เข้าใจปูมหลังของตัวละครนี้ จากลูกคนเก็บขยะที่ไปเจอวินาทีเฉียดตาย เขาก็เลยกลายเป็นคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อยกระดับตัวเอง บทแบบนี้ต้องยอมรับครับว่าเหมาะกับหลี่จื้อสงจริงๆ
จริงๆ แล้วแรกเริ่มเดิ่มทีหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นภาคก่อนหน้าของ โหด เลว ดี (A Better Tomorrow) ครับ แต่เนื่องจาก Woo กับฉีเคอะที่ร่วมงานกันมาใน โหด เลว ดี 2 ภาคแรก เกิดมีปัญหากัน พวกเขาเลยแยกทางกันเดิน ทำให้บทหนังเรื่องนี้ที่ Woo เตรียมไว้ต้องดัดแปลงไปเป็นหนังเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโหด เลว ดี ในขณะที่ฉีเคอะซึ่งถือสิทธิ์เรื่องนั้นอยู่ก็เลยไปทำการสร้าง โหด เลว ดี 3 ในแบบฉบับของตัวเองแทน
และสำหรับ Woo แล้ว หนังเรื่องนี้มีความหมายเป็นการส่วนตัวกับเขาอยู่ เพราะโครงเรื่องหลักๆ นั้นก็อ้างอิงมาจากชีวิตจริงของ Woo เอง ซึ่ง Woo เล่าเอาไว้ว่า ครอบครัวของเขานั้นยากจนมากถึงขนาดต้องไปเก็บเศษอาหารที่เหลือในภัตตาคารกินเพื่อประทังชีวิต ที่ที่เขาอยู่ก็ไม่มีต้นไม้และมองไม่เห็นท้องฟ้า เห็นแต่ตึก ตึก แล้วก็ตึก อีกอย่างคือฝนตกแทบจะตลอด และบางทีแค่เขาก้าวออกไปนอกบ้านเขาก็จะเห็นคนติดยานั่งฉีดผงอยู่ หรือไม่ก็จะเห็นเล่นพนัน หรือคนที่ตีกันเพียงเพราะเงินแค่ 10 เซนต์ ฯลฯ เรียกว่าเขาโตมาในโลกที่โหดร้ายและหดหู่ครับ เขารู้สึกราวกับตัวเองตกนรกทั้งเป็น แล้วเขาก็ตัดสินใจเอาอะไรทั้งหลายที่เขาเจอนี่แหละมาเป็นพื้นให้กับหนังเรื่องนี้ – พอฟังแบบนี้ไม่แปลกใจเลยครับที่โลกในหนังมันถึงได้ดูโหดร้าย และสิ้นหวังถึงขนาดนั้น
และตัวละครอย่างอาเฟยและอาหลงนั้น Woo ก็อ้างอิงมาจากเพื่อนของเขาจริงๆ ซึ่งในชีวิตจริงนั้นเพื่อนของเขาคนหนึ่งได้เห็นหัวหน้าแก๊ง ส่วนเพื่อนอีกคนกลายเป็นคนติดยา – นอกจากนี้บทหนังดั้งเดิมยังได้แรงบันดาลใจมาจาก Apocalypse Now ด้วยครับ แล้วพอเขาต้องปรับบทใหม่เพื่อทำมาเป็นหนังเรื่องนี้ เขาเลยมีการเสริมบทที่อ้างอิงถึงเหตุการณ์ใหญ่ในช่วงนั้นอย่างเหตุสังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเพิ่มเข้าไปด้วย

แต่กว่าที่ Woo จะทำหนังเรื่องนี้ได้ก็ต้องเจอโจทย์ยากครับ เนื่องจากการที่เขาแตกหักกับฉีเคอะ และฉีเคอะซึ่งถือว่ามีอิทธิพลมากอยู่ในสมัยนั้นยังออกมาพูดผ่านสื่อเขา Woo เป็นคนทำงานด้วยยาก และทำให้ Woo โดนแบล็คลิสต์จนไม่มีใครอยากจะทำหนังกับเขา แล้วในที่สุด Woo ก็ต้องกระเสือกกระสนหาเงินก้อนมาเพื่อทำหนังด้วยตัวเอง ซึ่งหนังก็ใช้ทุนสูงถึง $3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ถ้าตีเป็นเงินฮ่องกงก็ประมาณ 27 ล้านได้) ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับสมัยนั้น
ครั้นพอหนังออกฉาย หนังกลับไม่ทำเงินนักครับ ทำไปแค่ 8 ล้านเหรียญฮ่องกง ซึ่งกล่าวกันว่าที่ผลออกมาเป็นแบบนั้นก็ด้วย 2 ปัจจัย ปัจจัยแรกคือการที่หนังพาดพิงถึงเหตุการณ์ที่เทียนอันเหมินทำให้คนจำนวนมากไม่สะดวกใจที่จะเข้าไปดู – ในขณะที่ Woo มองว่าคนจีนควรแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้กันบ้าง ไม่ใช่พยายามหลบเลี่ยง
อีกหนึ่งปัจจัยก็คือ ว่ากันว่าฉีเคอะพยายามเร่งเครื่องในการถ่ายทำ โหด เลว ดี 3 เพื่อจะได้ฉายตัดหน้าหนังเรื่องนี้ ซึ่งก็อย่างที่ทราบครับว่าจริงๆ 2 เรื่องนี้ก็ถือเป็นหนังคู่ขนานของกันและกัน รายละเอียดหลายอย่างก็มาทางเดียวกัน และยังมีฉากหลังเป็นสงครามเวียดนามเหมือนกัน ทีนี้พอ โหด เลว ดี 3 มาก่อนก็เลยทำให้กระแสความน่าสนใจของเรื่องนี้ลดลง (และ โหด เลว ดี 3 ก็ทำเงินไปราว $18 ล้านเหรียญฮ่องกง)
และถ้าว่ากันจริงๆ หนังเรื่องนี้ตอนฉบับตัดต่อแรกนั้นยาวถึง 3 ชั่วโมงครับ ซึ่งก็แน่นอนว่า Woo ย่อมถูกบังคับให้หั่นหนังออกจนหนังเหลือ 2 ชั่วโมงกับ 35 นาที แต่นั่นก็ยังยาวไป สุดท้ายเขาเลยหั่นจนเหลือแค่ 2 ชั่วโมงกับ 10 นาทีกว่าๆ ซึ่งส่งผลให้พล็อตรองบางอันต้องถูกยกออกทั้งกระบิ ตัวอย่างเช่นเรื่องช่วงที่อาบีโดนพวกแก๊งอริมาสาดน้ำกรดใส่หน้า หรือฉากที่ 3 ตัวเอกโดนคุณหยางบังคับให้ดื่มน้ำปัสสาวะหลังจากระแคะระคายว่าพวกเขาจะมาพาตัวแซลลี่ไป

กล่าวกันว่าที่ Woo ยอมนั้น จริงๆ แล้วเขาก็แอบหวังนะ ว่าถ้าวันหน้าเขาได้ดี เขาจะกลับมาซื้อสิทธิ์หนังที่เขาทำกลับมาตัดต่อใหม่ในแบบที่เขาต้องการ แล้วเมื่อถึงวันที่เขาประสบความสำเร็จใน Hollywood เขาก็ตั้งใจจะทำตามนั้น แต่กลายเป็นว่าฟิล์มฉากที่ถูกตัดทั้งหลายได้ถูกทิ้งลงถังไปตั้งนานแล้ว ความฝันของ Woo เลยมีอันต้องสลาย – รวมถึงคนดูด้วยครับ
เกร็ดที่ชวนรู้อีกอันคือ จริงๆ โจวเหวินฟะสนใจจะมาเล่นเป็นลุคครับ เพราะเฮียโจวอ่านบทแล้วสนใจมาก แต่เป็น Woo นี่แหละที่บอกให้เฮียโจวอย่าเล่นดีกว่า เพราะตัวละครนี้ไม่ใช่บทสำคัญ เดี๊ยวมันจะส่งผลเชิงลบ – ประมาณว่าตอนนั้นเฮียโจวอยู่ในสถานะดารานำน่ะครับ ดังนั้นการมาบทเล่นรองแบบนี้อาจทำให้สถานะดารานำของเขาสั่นคลอนได้
แล้วในเวลาต่อมาเฮียเยิ่น (ที่รับบทลุค) ก็ออกมาแสดงความเห็นครับ ว่าเขาน่ะชอบนะที่ได่ร่วมงานกับ Woo แต่เขาก็รู้สึกว่าตัวละครลุคของเขานี่ไม่ค่อยได้รับการประชาสัมพันธ์เท่าไหร่เลย – ก็เป็นแบบที่ Woo คิดจริงๆ น่ะครับ
และมีคนเคยเล่าว่า Woo เคยออกมาพูดในทำนองที่ว่า ดาราทุกคนในเรื่องเล่นได้สุดยอดมากๆ ยกเว้นหลี่จื้อสงที่ Woo มองว่าก็แสดงได้ดี แต่ดีในระดับทั่วไปเท่านั้น ไม่ถึงกับดีเป็นพิเศษ – ก็ว่ากันไปครับ
สุดท้าย มีการบันทึกไว้ว่า ในหนังเรื่องนี้ มีคนตาย (ในเรื่อง) เป็นจำนวน 185 ศพ – เยอะใช่ย่อยนะครับนั่น
เป็นอีกหนึ่งหนังของ John Woo ที่ไม่ควรพลาด
สามดาวครับ
(8/10)












