เรื่องราวของโจแอนนา (Keira Knightley) และไมเคิล (Sam Worthington) คู่สามีภรรยาที่กำลังจะพบบททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิตคู่ เมื่อไมเคิลเดินทางไปทำงานยังต่างเมือง โดยเขาต้องเดินทางไปกับลอร่า (Eva Mendes) ที่โจแอนนาก็แอบกลัวว่าไมเคิลจะปันใจไปหาเธอไหม
ขณะเดียวกันระหว่างที่ไมเคิลไม่อยู่ โจแอนนาก็ได้เจอกับอเล็กซ์ (Guillaume Canet) ถ่านไฟเก่าที่แวะผ่านมาพอดี แล้วเธอก็ตัดสินใจที่จะไปดินเนอร์กับเขา… แล้วค่ำคืนนี้จะจบลงเช่นไร?
ผมนิยามว่าเรื่องนี้เป็น Before Sunrise ฉบับแยกคู่ครับ คือแทนที่คู่ตัวเอกจะมาใช้เวลาด้วยกันทั้งคืน ก็กลายเป็นว่าพวกเขาถูกแยกกัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็ไปเจอกับคนรักเก่าของตนเอง แล้วเราก็ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะไปทำอะไรต่อมิอะไรกันกับอีกคนไหม แล้วเมื่อโจแอนนากับไมเคิลกลับมาเจอกันอีกครั้ง พวกเขาจะเป็นอย่างไรกันต่อไป
จุดที่ถูกใจผมมากคือการที่หนังจะมาพร้อมรายละเอียดให้เราได้อ่านตัวละครอยู่ตลอด อย่างตอนที่โจแอนนากำลังดินเนอร์กับอเล็กซ์และเพื่อน แล้วพอดีเธอเจอคนรู้จักผ่านมาทักทาย อาการเธอออกชัดเลยครับว่าเธอตกใจและทำตัวไม่ถูก จนเธอไม่ได้แนะนำเพื่อนร่วมโต๊ะต่อเพื่อนของเธอเลย หรือตอนที่ไมเคิลกำลังจะไปดื่มกับลอร่าอีกรอบ เขาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำและโทรหาโจแอนนาก่อน คือมันเป็นภาษาที่อ่านได้ชัดเลยน่ะครับว่าพวกเขากำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนบางประการ
หรือภาษากายของอเล็กซ์และลอร่าก็น่าสังเกตไม่แพ้กัน อย่างสีหน้าของอเล็กซ์ยามที่โจแอนนาพูดถึงสามี หรือตอนที่ลอร่าถามไมเคิลว่า “หลังแต่งงานแล้วเคยมีคนอื่นไหม?” ไมเคิลก็ตอบว่าไม่มี แต่พอลอร่าถามต่อว่า “แล้วเคยคิดจะมีไหม?” ไมเคิลชะงักไปนิดหนึ่ง – มันคืออะไรที่ผมชอบน่ะครับ มันคือ “ระหว่างบรรทัด” ที่จะสนุกมากๆ หากท่านชอบสังเตอากัปกิริยาของผู้คน แล้วหนังเรื่องนี้ก็มีอะไรแบบนั้นมาเสิร์ฟในระดับที่น่าพอใจทีเดียว
ก็ต้องขอชม Massy Tadjedin ที่ทั้งเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งนี่เป็นงานกำกับเรื่องแรกของเธอด้วยครับ โดยเท่าที่ทราบมานั้น ตอนแรก Tadjedin คิดจะเขียนบทหนังออกมาในโทนลึกลับผสมโรแมนติก แต่พอเขียนไปสักพักเธอก็ตระหนักว่าจริงๆ เธอสนใจที่จะสำรวจพวกความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมากกว่าเรื่องแนวซ่อนเงื่อน บทหนังเลยเปลี่ยนมาเป็นเขียนเรื่องนี้แทน

ดาราถือว่าแสดงได้ดีครับ ส่วนตัวผมมองว่า Worthington ดูเด่นน้อยสุดเมื่อเทียบกับ 4 ตัวละครหลัก ในขณะที่คนที่เด่นจัดๆ ต้องยกให้ Knightley กับ Canet ที่รับส่งอารมณ์ความรู้สึกต่อกันได้ดีมากๆ จนเรามองออกหมดเลยน่ะครับว่าสายใยระหว่างโจแอนนากับอเล็กซ์นั้นมีถึงระดับไหน และเห็นชัดเลยในตอนท้ายว่าพวกเขามีความรักให้ต่อกันจริงๆ ไหม
ส่วน Worthington ก็อย่างที่บอกครับว่ายังไม่เด่นนัก อารมณ์หลายๆ อย่างเลยยังไม่ชัด แต่ Mendes ก็ถือว่าแสดงได้ดีครับ ว่ากันว่าตอนแรก Mendes เธอจะบอกปัดไม่มาแสดงบทนี้เพราะเธอไม่อยากรับบทมือที่สามสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ตัวละครนี้มีอะไรมากกว่าแค่มือที่สามเธอเลยตกลงที่จะมาเล่นให้
แต่ตัวละครที่ผมชอบที่สุดในเรื่องคือทรูแมน (Griffin Dunne) ครับ ผมมองว่าเขาเป็นตัวละครที่มีมิติมากๆ แล้วก็เปี่ยมสีสันสุดๆ แล้วในเรื่อง อย่างตอนที่ทรูแมนถามโจแอนนาด้วยสารพัดคำถามมันบ่งบอกเลยครับว่าตัวละครนี้ไม่ได้อยากเผือก แต่อยากช่วยตรวจสอบความรู้สึกของอีกฝ่ายว่าแน่ใจแน่หรือว่าจะทำสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ อันนี้ยอมรับเลยว่า Dunne เล่นได้ดีจริง
โดยรวมผมเลยรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้ครับ แต่กระนั้นก็ยังไม่ถึงกับชอบแบบสุดๆ นะ มันยังพร่องนิดหน่อยตรงการแสดงของ Worthington ที่ผมว่าถ้าสื่ออารมณ์ได้ดีกว่านี้คงจะแจ๋วเลย แล้วก็ตรงตัวบทที่ช่วงกลางๆ เรื่องน่ะน่าสนใจ แต่ตอนต้นกับตอนท้ายอาจยังไม่แน่นแบบเต็มร้อยนัก – โดยเฉพาะองก์สุดท้ายน่ะครับ ซึ่งผมเข้าใจนะว่าหนังพยายามจะเล่าน้อยแล้วปล่อยให้คนดูไปคิดเอาเอง จุดนั้นน่ะผมเข้าใจ แต่ในแง่การแสดงอารมณ์ระหว่างตัวละคร ถ้าเพิ่มได้อีกหน่อยก็น่าจะดี
แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งหนังที่น่าลองครับ แม้จะยังไม่สุดแต่ก็ถือว่าผ่านในระดับที่สวยงามใช้ได้ จริงๆ ผมว่าแค่เรามานั่งดู Knightley กับ Canet รับส่งอารมณ์กันก็จัดว่าคุ้มแล้วล่ะครับ
สองดาวใกล้ครึ่งครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Drama, Romance, Romance Romance, Slice of Life Movies












