อีกหนึ่งหนังที่เปิดเผยให้โลกรับรู้ถึงเหตุการณ์จริงที่ชวนสลดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ส่งผลให้ชาวยิวกว่า 13,000 คนต้องจบชีวิตลงที่ห้องรมแก๊ส
หนังเล่าถึงเหตุการณ์ Vel’ d’Hiv Roundup หรือ การกวาดล้อมเวล เดอ ฮีฟ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1942 ขณะนั้นฝรั่งเศสซึ่งพ่ายแพ้ต่อกองทัพนาซีเยอรมัน ได้ถูกปกครองโดยรัฐบาลหุ่นเชิดภายใต้การนำของจอมพล ฟิลิปป์ เปแตง ที่ให้ความร่วมมือกับพวกนาซีในการกวาดต้อนชาวยิวในฝรั่งเศสกว่า 13,000 ชีวิตให้มาอยู่แออัดรวมกันในสนามกีฬาในร่ม เวโลโดรม เดอ อีแวร์ โดยไม่มีทั้งน้ำและอาหาร ก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันแดรนชี แล้วที่สุดชีวิตของพวกเขาเกือบทั้งหมดก็ต้องไปจบลงที่ห้องรมแก๊สในค่ายเอาชวิทซ์
มีการบันทึกว่า จากจำนวนผู้ถูกกวาดต้อนราว 13,100 คน มีผู้รอดชีวิตมาได้เพียงไม่กี่ร้อยคน – บางแหล่งก็บันทึกว่ารอดเพียงหลักสิบเท่านั้น…
และสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถือว่าเป็นตราบาปของฝรั่งเศสก็เพราะผู้รับหน้าที่กวาดต้อนในครั้งนี้ หาใช่เหล่าเกสตาโปหรือทหารเยอรมัน แต่เป็นเหล่าตำรวจฝรั่งเศส จนทำให้ทางการพยายามปกปิดเรื่องนี้อยู่นานหลายสิบปี จนกระทั่งปี 1995 อดีตประธานาธิบดี Jacques Chirac ถึงจะออกมายอมรับว่ารัฐบาลฝรั่งเศสในขณะนั้นมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้จริงๆ
กล่าวกันว่าเหตุผลหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ถือกำเนิดขึ้นมาก็เพราะ Alain Goldman ผู้อำนวยการสร้างหนังอย่าง 1492: Conquest of Paradise, Casino และ The Crimson Rivers อยากจะสร้าง Schindler’s List ฉบับฝรั่งเศสขึ้นมาสักเรื่อง เนื่องจากเขามองว่าหนังฝรั่งเศสที่จับเรื่องนี้มาเล่านั้นแทบไม่มีเลย
หลังจากดูจบ ก็ขอบอกตามที่คิดเลยว่า เรื่องนี้เป็นหนังดีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอาจไม่ถึงกับขึ้นหิ้งหรือยอดเยี่ยมมากๆ เท่า Schindler’s List หรือ The Pianist แต่ก็เป็นอีกหนึ่งหนังที่บอกเล่าความโหดร้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างน่าจดจำ หลายฉากทำเอาผมสลดจนบอกไม่ถูก – โดยเฉพาะตอนที่เด็กๆ ถูกพรากจากพ่อแม่ ฉากนี้ใครเป็นพ่อเป็นแม่คงยากจะทำใจในการดูได้ เพราะสถานการณ์มันชวนสลด มันบีบคั้น และมันน่าหดหู่เสียเหลือเกิน แล้วลองคิดดูเถอะครับว่าตอนเกิดขึ้นจริงๆ มันจะขนาดไหน
คิดดูแล้วกันว่าพ่อแม่ต้องดูลูกถูกพรากไปโดยไม่ได้ร่ำลา ไม่ได้ตั้งตัว แล้วอีกฝ่ายก็มีปืนเล็งมาพร้อมยิงทุกเมื่อ สถานการณ์นี้… คือสิ่งที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันจริงๆ…
การเล่าเรื่องของหนังในตอนต้นๆ ก็อาจมีช่วงเรื่อยๆ บ้าง หรือตอนพีคๆ ที่เหล่าชาวยิวถูกกวาดต้อนและทรมานสารพัด ว่าตามจริงมันอาจยังไม่ถึงกับหนักหนาตรึงตราเท่าหนังแนวเดียวกันหลายๆ เรื่องที่ทำออกมาก่อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าแค่นี้ก็หดหู่เอาเรื่องแล้ว
ผมชอบที่หนังมีการนำเสนอรายละเอียดช่วง “ก่อนจะเกิดเหตุ” แบบตัดสลับระหว่างเหล่าประชาชนชาวยิวที่ส่วนใหญ่จะไม่คิดว่าทางการจะกล้าทำอะไรที่รุนแรง เช่น ไม่เชื่อว่าพวกนั้นจะมาจับพวกเขาไปจริงๆ หรอก หรือต่อให้จับก็ไม่น่าจะจับเด็กๆ กับผู้หญิงหรือคนชราไปหรอก แต่ขณะเดียวกันเราจะได้เห็นการคุยกันของเบื้องบนที่ยืนยันให้เราได้ยินแบบชัดเจนว่าพวกเขาทำแน่แบบไม่สนเด็กไม่สนผู้ใหญ่ ส่วนตัวผมรู้สึกขนลุกนะ เพราะในขณะที่คนทั่วไปไม่คิดว่าคนจะกระทำต่อกันได้โหดร้ายถึงเพียงนั้น แต่มันก็มีคนที่คิดจะทำเรื่องโหดร้ายระดับนั้นจริงๆ อยู่บนโลก และคนพวกนั้นยังเป็นผู้มีอำนาจซะอีก

แล้วหนังก็ทำให้เราเข้าใจว่าการที่ชาวยิวในฝรั่งเศสไม่คิดว่าตำรวจฝรั่งเศสจะทำอะไรแบบนั้นก็เพราะพวกเขาอยู่ร่วมกันมา บางคนก็ร่วมเป็นทหารออกศึกเพื่อฝรั่งเศสมา คือพวกเขานึกภาพไม่ออกจริงๆ น่ะครับว่าเพื่อนร่วมชาติจะมากระทำต่อกันแบบนั้นได้อย่างไร – บางทีความจริงของโลกมันก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ
แต่กระนั้นหนังก็ยังกล่าวถึงเรื่องดีในเรื่องร้าย นั่นคือจริงๆ แล้วชาวยิวในฝรั่งเศสที่จะถูกกวาดต้อนนั้นต้องมีถึง 24,000 คน แต่เพราะมีชาวฝรั่งเศสที่กล้าหาญจำนวนหนึ่งให้ที่หลบซ่อนกับชาวยิวบางส่วน จึงทำให้ชาวยิวอีกนับหมื่นสามารถรอดพ้นจากความตายมาได้
สิ่งหนึ่งที่ผมคิดขึ้นมาระหว่างการดูหนังก็คือ โลกผ่านอะไรมาเยอะ ประวัติศาสตร์ก็เกิดอะไรขึ้นมามากมาย “แต่ทำไมเราถึงไม่ช่วยกันทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นซะที?” ผมไม่ได้หมายถึงแค่คนที่ทำให้เกิดสงครามนะครับ แต่เอาแค่คนธรรมดาทั่วไปนี่แหละ ทำไมถึงต้องเบียดเบียนกัน ทำไมถึงต้องเอาเปรียบกัน ทำไมถึงต้องทำร้ายกัน เพราะเอาแค่โลกธรรมดาๆ นี่ก็อยู่ยากพออยู่แล้ว จะมาเสริมเพิ่มความลำบากให้สังคมมวลรวมอีกทำไม?
แต่ก็เข้าใจว่าสำหรับบางคนแล้ว การเบียดเบียนสามารถทำให้พวกเขาอยู่ดีขึ้นได้ ดังนั้นโลกจะน่าอยู่น้อยลงก็ช่างมัน… เฮ่อ มนุษย์
กลับมาที่ตัวหนังนะครับ โดยรวมแล้วหนังอาจยังไม่ถึงกับสุดยอด แต่ถ้าใครอยากรู้เรื่องราวอีกเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องนี้ถือว่าคุ้มค่าแก่การรับชมครับ สำหรับผมก็มองว่าหนังทำได้น่าติดตาม และเล่าเรื่องได้ดี เพียงแต่หลายๆ อย่างอาจยังไม่ถึงขั้นสุดเท่านั้น
สองดาวกับสามสี่ส่วนดวงครับ
(7.5/10)
ชื่ออื่นๆ
La rafle
หมวดหมู่:Drama, History, Movie Reviews, Recommended Movies, War













