Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

คาถา (1975) Black Magic

เศรษฐีนีม่าย (เถียนหนี, Tien Ni) เกิดชอบพอในตัววิศวกรหนุ่ม (ตี้หลุง, Ti Lung) เธอเลยขอให้หมอผีไสยดำ (กุ๊ฟง, Ku Feng) ช่วยใช้มนต์จนในที่สุดเธอก็สมหวัง แต่แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย

สมทบด้วย หลอลี่ (Lo Lieh), หลี่ลี่ลี่ (Lily Li), ฉีเส้าเฉียน (Norman Chu), เฉินผิง (Chen Ping), กู้เหวินจง (Ku Wen Chung), หลี่โช่วฉี (Lee Sau Kei) เขียนบทโดย เหง่ยคัง (Ni Kuang) และกำกับโดย เหอเมิ่งหัว (Ho Meng Hua) ครับ

ถือเป็นหนังที่ปลุกกระแสหนังแนวคุณไสยที่ดังไปทั่วเอเซีย ซึ่งผมไม่แปลกใจเลยครับที่หนังจะดังสนั่น เพราะพล็อตเรื่องมันออกแนวลี้ลับผสมด้วยการใช้เวทย์มนต์คาถา อันนี้ต้องยอมรับว่าเหง่ยคังเขียนบทออกมาได้ดี เรื่องราวมันชวนให้ติดตาม ดูแล้วอยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปทางไหนและบทลงเอยจะเป็นอย่างไร ซึ่งหนังก็ไม่ยาวมากด้วยครับ แค่ชั่วโมงครึ่งนิดๆ การเล่าเรื่องเลยเน้นที่เนื้อๆ ไม่ค่อยมีช่วงยืดยาดมาบั่นทอนความเพลิน

ไหนจะดาราที่ถือว่าแถวหน้าเกรดเอ ไว้ใจได้เสมอเรื่องการแสดง อย่างตี้หลุงก็ดูหล่อสมาร์ทจนไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ จะมาชอบ หรือเถียนหนีก็เล่นบทนี้ได้อย่างออกรส ดูแล้วเชื่อจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนี้ทำได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่เธอต้องการ ส่วนกุ๊ฟงนี่ไม่ต้องห่วงล่ะครับ บทร้ายๆ แบบนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เช่นเดียวกับหลอลี่ที่ดูเจ้าเล่ห์และน่าหมั่นไส้ ตามด้วยกู้เหวินจงที่บทพ่อหมอสายขาวก็จัดว่าเหมาะกับเขาไม่น้อยเหมือนกัน

งานสร้างงานฉากนี่ถือว่าเกรดเอเลยครับ ส่วนงานเทคนิคก็ถือว่าเข้าท่าเลยครับสำหรับสมัยนั้น แน่นอนว่าถ้าสมัยนี้มาดูก็อาจรู้สึกว่าบางอย่างดูปลอม แต่เอฟเฟคทำมือสมัยก่อนก็จะประมาณนี้น่ะครับ อาจดูไม่เนียนบ้าง แต่อย่างน้อยก็ช่วยเพิ่มอรรถรสให้หนังได้พอสมควร และที่สำคัญึคือมันทำให้เวทย์มนต์คาถาในเรื่องมันดูมีฤทธิ์มีเดช ดูมีพลังอำนาจตามท้องเรื่อง

อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไมได้ก็คือฉากเรตๆ เปลือยๆ ที่ถือว่าเสริมบรรยากาศให้กับหนังที่ว่าด้วยมนต์ดำ คุณไสย และตัณหาราคะได้อีกพอตัว – ว่าง่ายๆ คือดีกรีของหนังนั้นถือว่าดูแรงจนถึงระดับที่ชวนให้จดจำทีเดียว

เกร็ดเล็กๆ อย่างหนึ่งของหนังก็คือ ว่ากันว่าตอนแรกบทหนังถูกเซ็ตให้เกิดเหตุที่ประเทศไทยครับ แต่ในเวลาต่อมาก็มีการโยกย้ายถ่ายเรื่องไปที่มาเลเซียแทน

จัดเป็นหนังสยองว่าด้วยคุณไสยที่ทำได้เข้าท่าอยู่ครับ ดาราดี เทคนิคถือว่าได้ การเล่าเรื่องก็ไม่ช้าเกินไป อีกทั้งดีกรีความรุนแรงในเรื่องก็ได้ที่อยู่ แต่ก็แน่นอนว่าหนังไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนครับ ทั้งในเชิงภาพและเชิงเนื้อหา หรือไม่ก็ต้องมีคนคอยอธิบายคอยสอนให้ดีๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว นอกจากความสนุกที่หนังมีให้ หนังก็ยังสอนเราแบบตรงๆ นะครับ ว่าการไปยุ่งกับคุณไสยมนต์ดำนั้นมันจะไม่ให้ผลดีที่แท้จริงกับใครได้หรอก โอเค ในช่วงแรกๆ มันอาจตอบโจทย์ ทำให้คนผู้นั้นได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับว่าของแบบนี้มันมีราคาที่ต้องจ่าย โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ และฟรีๆ หรอก

ส่วนตัวผมว่าหนังสอนให้เรารู้จักปลงครับ รู้จักพอใจในสิ่งที่มี อย่าปล่อยใจให้หลงระเริงไปกับความอยากให้มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอยากได้ของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง

สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)