ภาคต่อที่ย้อนไปทำเป็นภาคบีกินนิ่งครับ ว่าด้วยตี๋เหรินเจี๋ยวัยหนุ่ม (จ้าวโหย่วถิง) กับคดีประหลาดที่สะเทือนเมืองหลวง เมื่อมีการพบเห็นเทพมังกร สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นกลางทะเลสร้างความเสียหายให้กับกองทัพเรือของแผ่นดินถังไปอย่างมหาศาล
ภาคต่อที่ย้อนไปทำเป็นภาคบีกินนิ่งครับ ว่าด้วยตี๋เหรินเจี๋ยวัยหนุ่ม (จ้าวโหย่วถิง) กับคดีประหลาดที่สะเทือนเมืองหลวง เมื่อมีการพบเห็นเทพมังกร สัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นกลางทะเลสร้างความเสียหายให้กับกองทัพเรือของแผ่นดินถังไปอย่างมหาศาล
ตี๋เหรินเจี๋ยคือบุคคลในประวัติศาสตร์จีนอีกท่านหนึ่งท่านได้รับการกล่าวขวัญถึง โดยดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ถัง และที่สำคัญคือได้รับใช้ราชสำนักในรัชสมัยพระนางบูเช็กเทียน กล่าวกันว่าตี๋เหรินเจี๋ยมีบทบาทอย่างยิ่งในการทูลเสนอแนะให้พระนางบูเช็กเทียนปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง โดยลดความรุนแรงโหดร้ายลง และให้มาใช้หลักคุณธรรมและเมตตาแทน
เป็นหนังที่ผมสนใจใคร่ดูมากๆ ครับในตอนแรก… ลองว่าขึ้นต้นแล้วมีคำว่า “ในตอนแรก” ก็คงพอเดาได้นะครับว่าในตอนหลังนั้นผมจะรู้สึกอย่างไร 555
สร้างจากนิยายของ Peter Benchley ผู้ประพันธ์ Jaws น่ะนะครับ กับเรื่องราวกลางทะเลลึกแต่ครั้งนี้ไม่ได้มีสัตวร้ายที่ไหน แต่เป็นการขับเคี่ยวระหว่างคนด้วยกัน
เป็นหนังแนวภัยพิบัติอีกเรื่องที่อาจจะไม่โดดเด่นอะไร แต่ก็ดูได้พอเพลิน มีลุ้นมีตื่นเต้น มีตัวละครพร้อมคาแรคเตอร์ประจำตัว มี Special Effect ให้ตื่นตาบ้าง เรียกว่าหนังมีองค์ประกอบครบสูตรครับ
ภาคก่อนถือว่าทำเอาใจคอแอ็กชันให้เพลิดเพลินแบบสาแก่ใจ พอมาภาคนี้ทีมงานก็มีข่าวออกมาตั้งแต่ตอนสร้างครับ หลังจากโดนแฟนๆ ส่วนหนึ่งบ่นในเรื่องบทของภาค 2 ที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ติดตามนัก ภาค 3 นี่จึงเป็นการแก้มือโดยทีมงานสัญญาว่าจะใส่แอ็กชันและบทกับเรื่องราวให้พอเหมาะ มีสมดุลพอดีๆ ไม่เบาโหวงเกินไปอีก และผลที่ได้ก็ถือว่าทีมงานทำตามสัญญาได้ไม่เลวเลยครับ
ภาคต่อที่อุดมฉากแอ็กชันมากกว่าเก่าครับ เรื่องราวคราวนี้เริ่มเมื่อแซม วิทวิคกี้ (Shia LaBeouf) ตัวเอกจากภาคแรกที่อยากหันมาใช้ชีวิตธรรมดาแบบคนอื่นเขา เลยขอออกห่างจากเหล่าผองเพื่อนหุ่นยนต์ออโต้บอทเพื่อมาเรียนให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที
Transformers ถือเป็นหนังที่เติมเต็มความฝันวัยเด็กได้ดีเรื่องหนึ่งครับ เพราะเชื่อว่าเด็ก (โดยเฉพาะผู้ชาย) โดยมากอยากเห็นภาพหุ่นที่อัดกันในการ์ตูนหรือในขบวนการเรนเจอร์ทั้งหลายมาอัดกันแบบมันส์ๆ ในจอใหญ่ให้มันเต็มตาเต็มอารมณ์กันไป
แม้ผลงานเรื่องแรกในฮอลลีวู้ดของ John Woo อย่าง Hard Target จะไม่ค่อยทำเงินสักเท่าไร แต่อย่างน้อยลีลาการบู๊เท่ห์ ยิงแบบสโลว์ ถือปืนสองมือ สไลด์ตัวไปลั่นกระสุน แอ็กชันทั้งหมดที่ Woo พยายามถ่ายทอดมันก็ยังเข้าตาคนดูกลุ่มหนึ่ง รวมถึงผู้สร้างหลายคนก็จับตามองครับเพราะของแบบนี้ถือว่าสดพอสมควรสำหรับฮอลลีวู้ดยุคนั้น อันทำให้เขาได้โอกาสที่ 2 ในการทำหนังสัญชาติอเมริกันเรื่องนี้ครับ
2012 เป็นหนังที่ผมชอบคว้ามาเปิดดูบ่อยมากๆ เรื่องหนึ่งครับ จนพอจะสรุปคร่าวๆ ได้ว่าผมชอบหนังเรื่องนี้พอสมควร