เจ้าบ้านฟาง (จิงเหมี่ยว, Ching Miao) มีลูกชาย 2 คน คือ ฟางเฉิง (เยี่ยหัว, Yueh Hua) และฟางฝง (เฉินหงลี่, Chen Hung Lie) ในขณะที่ฟางเฉิงดูแลความเป็นไปในบ้านแทบทุกอย่าง แต่เจ้าบ้านฟางกลับรักฟางฝงมากกว่า เพราะมีหมอดูทำนายว่าต่อไปฟางฝงจะเป็นใหญ่เป็นโต
แล้วก็ตามสูตรครับ ฟางฝงสะมำเลเทเมา เอาแต่ใจและทำสิ่งเลวร้ายไว้มาก แต่กระนั้นพ่อก็ยังรักและไล่ฟางเฉิงไป จนในที่สุดทุกสิ่งก็เป็นไปตามกรรม
สมทบด้วย ซือซือ (Shih Szu) เป็นหลินเสี่ยวหง, จินฟง (Chin Feng) เป็นชางเกิน, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นลุงไค พ่อบ้านตระกูลฟาง, ซื่อเทียน (Dean Shek) เป็นหลีเติงเหยา ลูกชายคนโตของท่านผู้ว่าการศาล, หลี่เผิงเฟย (Li Peng Fei) เป็นท่านผู้ว่าการศาล, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นผู้บังคับการตำรวจ, เป่ยตี้ (Betty Pei Ti) มารับเชิญอยู่ฉากหนึ่งในหอนางโลม – หนังเขียนบทโดย เหง่ยคัง (Ni Kuang) และกำกับโดย ฉู่หยวน (Chor Yuen) ครับ
หลักๆ แล้วหนังถือว่าเน้นดราม่าครับ ส่วนแอ็คชั่นก็มีไว้เพื่อประกอบเรื่องราว ไม่ได้เน้นบู๊ต่อยตีกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้นใครคาดหวังแอ็คชั่นก็ต้องปรับความคาดหวังก่อนดูครับ
ยอมรับว่าระหว่างดูผมค่อนข้างใช้ความอดทนในการดูพอสมควร เพราะเนื้อเรื่องออกแนวพ่อแม่รังแกฉันน่ะครับ คนพ่อก็หลงลูกคนเล็กเหลือเกิน ทำอะไรก็ตามใจ ทำอะไรก็ไม่ผิด ส่วนลูกคนโตที่ทำดีก็โดนมองข้าม จนสุดท้ายยังถึงขั้นโดนไล่ออกจากบ้าน สารภาพว่าดูแล้วก็แอบหงุดหงิดบ้างตามประสาคนที่ไม่ค่อยชอบเห็นอะไรที่มันไม่เป็นธรรม

แต่ก็เข้าใจได้ครับ ว่าหนังแบบนี้มันต้องดูจนถึงตอนจบ เมื่อนั้นกรรมใครก็กรรมมัน สุดท้ายผลแห่งการกระทำมันก็จะออกฤทธิ์เอง ซึ่งเมื่อดูจนจบแล้วผมว่าหนังก็ทำได้ดีครับ ถือเป็นหนังแนวอุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่ได้ดีเลย ว่าการที่ท่านเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลย ตามใจอะไรก็ได้ และไม่สอนให้อยู่ในลู่ในทางนั้น มันคือการทำร้ายลูกอย่างแท้จริง แม้ตอนแรกๆ ท่านจะสามารถปกป้องเขาได้ แต่เมื่อเขาทำผิดหนักขึ้นๆ จนถึงขั้นกู่ไม่กลับ เมื่อนั้นยังไงลูกของท่านก็จะหนีจากสิ่งที่ตัวเองทำไม่พ้น หรือถ้าพ่อแม่บางคนยังจะส่งเสริมให้ลูกหนี ลูกของท่านก็ต้องหนีไปชั่วชีวิตนั่นแหละ
ดูหนังแล้วก็สะท้อนใจครับ ถ้าให้พูดกันตรงๆ ก็คือผมอยู่มาเกินครึ่งชีวิตแล้ว จึงได้เห็นและได้รับรู้เรื่องราวมามากพอสมควร โดยเฉพาะจุดจบของผู้คนที่บางคนก็เหมือนในหนังเป๊ะ ดังนั้นใครคิดว่าเรื่องที่เห็นในหนังนั้นมันไม่มีจริงหรอกน่ะคงต้องคิดใหม่นะครับ เพราะดีไม่ดีบางเรื่องในโลกความจริงมันก็น่าอนาถหนักกว่าในหนังซะอีกก็มี
เรื่องประเภทคนที่มีมรดกเยอะแต่กลับไม่รักษา เอาแต่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายจนหมดตัว จนต้องขายที่ดินและข้าวของที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้จนหมด และที่แย่คือบางคนน่ะขนาดขายทุกอย่างไปจนหมดแล้ว ก็ยังอุตส่าห์มีหนี้สินล้นพันตัวอีก หรือเรื่องอย่างพ่อแม่ที่รักลูกไม่เท่ากัน หรือพ่อแม่ที่ตามใจลูกแบบสุดซอย ประมาณว่าลูกทำผิดก็หาทางปกปิดและช่วยเหลือ ที่แย่คือนอกจากจะไม่ด่าแล้ว ยังมีการสอนลูกว่าต้องโกงให้เก่งกว่านี้ ต้องโกงให้คนจับไม่ได้ในครั้งต่อไป – มันมีขนาดนี้เลยนะเอ้า
ดังนั้นถ้ามองในแง่หนัง ก็ถือว่าหนังเล่าได้ดีในระดับหนึ่งครับ เพียงแต่อาจยังมีที่ขาดที่เกินบ้าง หรือมีจุดที่ทำให้หนังดูยังไม่กลมกล่อมบ้าง แต่รวมๆ ผมว่าก็น่าลอง ที่แน่ๆ คือเหมาะสำหรับการเอาไปดูเพื่อเตือนใจตนครับ… แต่ผมก็ไม่รู้น่ะนะครับว่าจะเตือนใจได้ไหม เพราะคนที่คิดได้ ส่วนใหญ่ก็จะคิดได้อยู่แล้ว แต่ถ้าใครคิดไม่ได้ (หรือคิดได้แค่นี้) ถ้าไม่มีอะไรมากระทุ้งแรงๆ พวกเขาก็จะไม่เปลี่ยนความคิดหรือวิธีการใช้ชีวิตหรอก
แต่อย่างน้อย ผมดูแล้วก็มองว่าหนังมีสาระที่ดีครับ แม้จะทำออกมาดราม่ามากไปบ้างก็ตาม ประมาณว่าพยายามเค้นอารมณ์ให้หลั่งน้ำตา แต่ผมสารภาพว่าคงไม่ใช่ทางครับ เพราะนอกจากน้ำตาจะไม่ไหลแล้ว ยังแอบรู้สึกว่าหนังมันดูตั้งใจไปบ้างในบางวาระ
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
ชื่ออื่นๆ
มังกรปราบพยัคฆ์
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Drama, Movie Reviews












