Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

อภินิหารฮ่องเต้ (1976) Emperor Chien Lung

เฉียนหลงฮ่องเต้ (หลิวหย่ง, Tony Liu) ทรงเบื่อกับการต้องติดอยู่ในวัง เลยปลอมองค์เป็นเกาเทียนชื่อเสด็จประพาสทั่วหล้า อันนำไปสู่เรื่องราวมากมายที่ทำให้พระองค์ทรงเข้าใจแผ่นดินของตนมากขึ้น

ร่วมด้วย เสิ่นเหลา (Shen Lao) เป็นหัวหน้าขันทีจิ้งอัน, เจียงหนาน (Chiang Nan) เป็นท่านอ๋องเจียง, จิงเหมี่ยว (Ching Miao) เป็นพระอาจารย์หลิวหยง, ฉื่อจ้งเถียน (Shih Chung Tien) เป็นหมอดูหม่าปั้นเซียน, หวังยี่ (Wong Yue) เป็นหนุ่มกะล่อนโจวยื่อชิง, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) เป็นลูกจ้างโรงจำนำ, เจียงหยาง (Chiang Yang) เป็นเจ้ามือบ่อน, เทียนชิง (Tien Ching) เป็นพระเก้าพันปี

หลูหวั่นหยิน (Lo Yuen Yan) เป็นฮูหยินรองของนายอำเภอ, เจียนเซิน (Chan Shen) เป็นนักพรต/ร่างทรง, เซี่ยผิง (Teresa Ha, Ha Ping) เป็นแม่หมอ 3 คนนี้ร่วมมือกันหลอกลวงชาวบ้านด้วยเรื่องเจ้าสาวเจ้าสมุทร และหนังกำกับโดยหวังเฟิง (Wong Fung) ครับ

หลิวหย่งถือว่าเหมาะเลยครับกับบทเฉียนหลงฮ่องเต้ ดูสง่า ภูมิฐาน ซ้ำยังเปี่ยมไหวพริบปฏิภาณ ครั้นถึงตอนที่ฮ่องเต้ทรงไม่เข้าพระทัยในบางเรื่อง สีหน้าแววตาของเขาก็ดูเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ เรียกว่าแสดงได้ถึงครับ แต่สิ่งที่ออกจะผิดคาดหน่อยคือบทบาทของฮ๋องเต้ในเรื่องดูจะน้อยกว่าที่คิด ตอนแรกนึกว่าจะมาทุกฉากและมีบทบาทตลอด แต่กลายเป็นว่าพอเดินเรื่องไปสักครึ่งทาง หนังก็แบ่งพื้นที่ให้กับหวังยี่ไปไม่น้อย ซึ่งสำหรับผมแล้วช่วงที่น่าสนใจคือตอนที่ฮ่องเต้ทรงใช้ไหวพริบในการรับมือกับปัญหา ส่วนตอนของหวังยี่นั้นเน้นกะล่อนเป็นหลัก ซึ่งผมมองว่ามันเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรขนาดนั้น – แต่ถ้าใครชอบมุกกวนๆ ยวนๆ สไตล์หวังยี่ก็น่าจะโอเคครับ

จุดที่ผมชอบคือหนังสะท้อนประเด็นไว้หลายหลากและน่าสนใจพอสมควร อย่างตอนที่ฮ่องเต้เพิ่งทราบว่าแท้จริงแล้วมีคนแอบอ้างพระราชโองการสั่งทำนั่นทำนี่ตามอำเภอใจ เช่นกรณีที่ทหารหรือมือปราบในเมืองมาหยิบของฟรีกินของฟรีแล้วก็อ้างพระราชโองการ (ทั้งๆ ที่ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงรู้เห็นอะไรเลย) นี่ก็สะท้อนภาพการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อย่างชัดเจน และสิ่งนี้มีมานานนมเนแล้วจริงๆ

หรือกรณีที่คนหลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านด้วยเรื่องงมงาย อย่างกรณีที่มีคนมาอ้างว่าต้องทำพิธีบูชายัญโดยส่งผู้หญิงไปเป็นเจ้าสาวของเจ้าสมุทร ท่านจะได้ไม่ทรงกริ้ว และไม่ทำให้น้ำท่วม ซึ่งกลับกลายเป็นว่านี่คือการรวมหัวกันต้มชาวบ้านเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตนเอง เรื่องแบบนี้ก็มีมานานนมเนแล้วเช่นกัน แล้วที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าน่าขันดีหรือไม่ก็คือ แม้ทุกวันนี้เรื่องแบบนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่มันยังเกิดอยู่เป็นเพราะองค์ความรู้ที่ตีแผ่เฉลยเรื่องพวกนี้มันยังกระจายไปไม่ถึงคนส่วนใหญ่ หรือคนไม่ยอมที่จะตื่นรู้กับเรื่องราวเหล่านี้กันแน่

ชวนให้นึกถึงคำของหมอดูหม่าปั้นเซียนที่บอกว่า “ไม่ฟังคำเตือน ยากจะพ้นเคราะห์” ซึ่งบริบทในหนังนั้นก็ถือว่าใช้คาบเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ (ประมาณ “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”) แต่ผมอยากยกคำกล่าวนี้มาใช้โดยแยกออกจากบริบทในหนังครับ เอามาใช้เพื่อเตือนสติผู้คน ว่าบางครั้งบางคราวยามได้ยินคำเตือนคำกล่าวคำทัดทาน เราก็ควรไตร่ตรองใคร่ครวญ ยังไม่ต้องเชื่อคำเตือนนั้นในทันทีก็ได้ครับ แค่เรารับมาพินิจพิจารณา ใช้สมองตรองดู ถ้ายังไม่เข้าใจก็หาความรู้เพิ่ม จะจากหนังสือ จากผู้คน หรือจาก Google ก็ได้ ค่อยๆ ประมวลให้ออกมาเป็นความรู้ ไม่แน่นะครับท่านอาจจะพ้นเคราะห์หลายๆ ครั้งได้ จากการฟังคำตักเตือนทั้งหลายที่ไม่ได้น่าฟังเท่าคำชมคำอวย

โลกนี้มีภูมิปัญญาลอยไปลอยมาอยู่มากหลาย ส่วนคนเราจะเอามาใช้มาเรียนรู้หรือไม่ก็ขึ้นกับแต่ละคนว่าจะเอาเวลาที่มีไปใช้กับเรื่องอะไร – ส่วนตัวมองว่าทรัพยากรทางเวลานั้นเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ในการบริหารจัดการมากที่สุดอย่างหนึ่ง ใครบริหารเวลาเป็นอาจสามารถใช้มันพลิกชีวิตได้เลยทีเดียว

ถือเป็นหนังที่ดูสนุกอยู่ครับ แต่ส่วนตัวผมอาจยังไม่ถึงขั้นชอบมากหรือเพลิดเพลินแบบเต็มๆ แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าหนังเน้นแสดงให้เห็นวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ของเฉียนหลงฮ่องเต้ หนังก็อาจสนุกเพลินขึ้นก็ได้

สองดาวกว่าๆ ครับ

(6.5/10)