เรื่องเกิดในยุค 30 ครับ เรย์ฟอร์ด กิ๊บสัน (Eddie Murphy) และ คล้อด แบงค์ส (Martin Lawrence) มีเหตุให้ได้มาเจอกันและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม (ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ) จนต้องมาติดคุกแบบยาวๆ ร่วมกันหลายสิบปี
เรื่องเกิดในยุค 30 ครับ เรย์ฟอร์ด กิ๊บสัน (Eddie Murphy) และ คล้อด แบงค์ส (Martin Lawrence) มีเหตุให้ได้มาเจอกันและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม (ที่พวกเขาไม่ได้ก่อ) จนต้องมาติดคุกแบบยาวๆ ร่วมกันหลายสิบปี
ตอนแรกผมเดาคร่าวๆ ว่าหนังจะมาในแนวสยองขวัญเกี่ยวกับวัยรุ่นที่ดูรายการแนวลึกลับตอนดึกๆ แล้วพอเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นมาพวกเขาเลยต้องมาไขปริศนา แต่พอได้ดูจริงๆ กลับไม่ใช่แบบที่เดาแฮะ
ดูจากชื่อฝรั่งตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นหนังแนวผจญภัยตามหาสมบัติ ครั้นพอดูจริงๆ ก็พบว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ ก็คือเป็นหนังพะบู๊ตีกันสไตล์ Shaw Brothers นั่นแหละ
ผมคว้าเรื่องนี้มาดูในวันวุ่นๆ ครับ คือดูแบบไม่ตั้งตัว แล้วก็กลายเป็นความมันส์แบบไม่ตั้งใจ 5555
เจ้าหน้าที่ตำรวจเรเน โลมิโต (Mary J. Blige) ถูกจับคู่ให้ไปตรวจตราเมืองร่วมกับ แดนนี่ ฮอลเลดจ์ (Nat Wolff) เจ้าหน้าที่หน้าใหม่ แล้วทีนี้เธอก็ไปเจอรถของเพื่อนตำรวจคนหนึ่งจอดอยู่ครับ ครั้นพอดูจากกล้องที่บันทึกไว้ก็ราวกับว่านายตำรวจคนนั้นโดนเล่นงานโดยพลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง นั่นทำให้เธอต้องไขปริศนาและหาความจริง ก่อนที่จะมีคนบาดเจ็บล้มตายไปมากกว่านี้
ผมดูหนังเรื่องนี้แบบปราศจากความคาดหวังใดๆ ครับ อันที่จริงคือแอบมองหนังในแง่ลบด้วยซ้ำเพราะคะแนนนิยมของหนังเรื่องนี้ต่ำมาก ที่ IMDB คะแนนอยู่ประมาณ 4.9/10 ส่วนที่มะเขือเน่านี่นักวิจารณ์ให้แค่ 27% ยิ่งคนดูทั่วไปยิ่งแล้วใหญ่ครับ ให้แค่ 15% เท่านั้น
ผมเป็นคนชอบดูสารคดีครับ โดยเฉพาะที่มาพร้อมภาพสวยๆ ไม่ว่าจะธรรมชาติสวยๆ, ภาพภูมิประเทศบ้านเมือง หรือตึกรามบ้านช่องที่มีเอกลักษณ์ ยิ่งสมัยนี้ดูได้แบบภาพชัดๆ มันยิ่งเต็มอารมณ์
สิ่งแรกที่ต้องบอกเลยคือหนังไม่ได้เน้นในเรื่องความบันเทิงครับ แต่จะเน้นไปในแนวไซไฟ ตลกร้าย จิกกัดเสียดสีมนุษย์และสังคมอะไรทำนองนั้น – แต่ถ้าท่านคาดหวังความสนุกสนานหรือแอ็คชั่นล่ะก็ ไม่ใช่เรื่องนี้ครับ
ดูรอบแรกแล้วชอบ ครั้นดูซ้ำดูซ้อนก็ยังคงรู้สึกสนุกอยู่ – บอกตรงๆ เลยว่าอยากดูภาคต่อมากๆ ครับ
นี่คือหนังไซไฟสายฮาที่เหมาะสำหรับคอหนังมนุษย์ต่างดาวเป็นอย่างยิ่งครับ