โทนี่ (กั๊วฟู่เฉิง, Aaron Kwok) ต้องการท้าประลองกับยอดฝีมือยูโด ซือถูเป่า (กู่เทียนเล่อ, Louis Koo) แต่ตอนนี้อาเป่าได้ผันตัวเองมาทำไนต์คลับ และดูเหมือนเขาจะไม่มีท่าทีที่จะอยากประลองอะไรทั้งสิ้น หรือกระทั่งเป้าหมายชีวิตก็ดูจะเคว้งคว้าง ซึ่งหนังก็จะพาเราตามไปดูครับ ว่าสุดท้ายแล้วอาเป่าจะสามารถกอบรวมตัวตนกลับมาอีกครั้งได้หรือไม่
สมทบด้วย อิงไฉ่เอ๋อ (Cherrie Ying), เหลียงเจียฮุย (Tony Ka Fai Leung), จางเจ้าฮุย (Eddie Cheung), หลูไห่เผิง (Lo Hoi Pang), เฉินเสี่ยวชุน (Jordan Chan) และหนังกำกับโดยกำกับโดย ตู้ฉีฟง (Johnnie To) ครับ
หนังสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ยอดผู้กำกับแห่งแดนอาทิตย์อุทัย Akira Kurosawa โดยการนำเอาองค์ประกอบจาก Sanshiro Sugata (Judo Saga) งานกำกับชิ้นแรกของ Kurosawa มาใช้อ้างอิงครับ และเนื่องจากผมยังไม่เคยดูหนังดังกล่าวก็เลยจะขอพูดถึงเฉพาะที่รู้สึกกับหนังเรื่องนี้น่ะนะครับ
จากธีมหนังแล้ว มันคือหนังแนวคนที่หลงทางและสับสนในชีวิต จนใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปอย่างไร้ความหมาย แต่แล้วในที่สุดเขาก็จะสามารถกลับมาตั้งสติให้กับตนเองได้อีกครั้งเมื่อผ่านเรื่องราวมากมาย ซึ่งผมเข้าใจคอนเซปต์ครับ และโอเคกับครึ่งหลังของหนังเมื่อยามที่อาเป่าเริ่มกลับมาเป็นผู้เป็นคน แต่ก็ยอมรับเลยว่าค่อนข้างเฉยกับครึ่งแรก ที่โดยหลักแล้วคือการบอกเล่าช่วงที่สับสนของอาเป่า ซึ่งถ้าหนังจะเล่าความสับสนของอาเป่าน่ะผมก็พอเข้าใจครัขบ แต่กลายเป็นว่าทิศทางของหนังในครึ่งแรกมันก็ดูจะสับสนตามไปด้วย

คือมันรู้สึกว่าหนังไปซ้ายทีขวาทีน่ะครับ โฟกัสมันดูมึนๆ และโทนหนังก็โดดไปโดดมาระหว่างดราม่าและตลก อันนี้สารภาพเลยว่าช่วงต้นหนังจับความสนใจผมไว้ไม่อยู่เท่าไหร่ มันเหมือนเราน่ะพอรู้เรื่องและเข้าใจว่าหนังจะพาเราไปไหน แต่ด้วยการเล่าเรื่องมันก็เหมือนจะทำให้ไม่รู้เรื่องให้ได้ซะงั้น (5555) ว่าง่ายๆ คือครึ่งแรกสำหรับผมมันยังไม่กลมกล่อมเท่าไหร่ครับ บางฉากก็ทำได้ดีอย่างตอนที่ 3 ตัวเอกต้องมานั่งคุยนั่งเจรจากับคู่กรณีที่มาพร้อมกันในวันเดียว หรือตอนที่เสี่ยวม่าน (อิงไฉ่เอ๋อ) หอบเงินวิ่งหนีออกมาจากบ่อน เรียกว่าดีเป็นฉากๆ ครับ แต่ครึ่งแรกนี่มันยังไม่ค่อยเป็นเนื้อเดียวกันสักเท่าไหร่
แต่ครึ่งหลังนี่ได้เลยครับ เมื่ออาเป่าเริ่มกลับมาเป็นผู้เป็นคน แล้วก็พร้อมจะประลองกับทุกคน ช่วงนี้ผมถือว่าหนังทำได้ชวนติดตาม แต่ละการประลองมันคือสิ่งที่มีความหมายสำหรับเขา โดยเฉพาะการประลองสุดท้ายที่เหมาะทั้งโลเคชั่นและองค์ประกอบต่างๆ จนแอบคิดน่ะครับว่าถ้าหนังมีความสม่ำเสมอ ดูกลมกล่อมทั้งเรื่องผมคงจะชอบหนังมากกว่านี้
และสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกก่อนคือ หนังไม่ได้เน้นแอ็คชั่นนะครับ คือลีลายูโดในเรื่องถือเป็นส่วนเสริม หนังไม่ได้เน้นอะไรขนาดนั้น ดังนั้นใครคาดหวังจะดูเอามันส์นี่ต้องคิดใหม่เลย และเอาเข้าจริงๆ การต่อสู้ด้วยยูโดนั้นมันก็จะไม่ได้มันส์แบบหนังกังฟูครับ หลักๆ คือการทุ่มและการจับจังหวะซึ่งจะไม่ได้มีการออกหมัดพัวพันแบบหนังกังฟูฮ่องกงทั่วๆ ไป
แต่อย่างหนึ่งที่ผมชอบเลยคือชอบบรรยากาศยามค่ำคืนของฮ่องกงครับ หนังนำเสนอได้ดีมาก ซึ่งต้องบอกก่อนว่าบรรยากาศนี้ไม่ได้หมายถึงย่านตัวเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีนีออน แต่คือท้องถนนยามค่ำของฮ่องกงที่ไร้ผู้คน ซึ่งมันดูเงียบและดูมีเสน่ห์อย่างประหลาดทีเดียว
โดยรวมผมมองว่าหนังโอเคครับ แค่ต้องทำใจรับกับครึ่งแรกสักหน่อย ตอนแรกผมก็ใจแป้วแล้วนะ กลัวว่าจะเฉยทั้งเรื่อง แต่พอครึ่งหลังนี่กู้ความชอบคืนมาได้เยอะเหมือนกัน
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)












