ไมค์ (Mike Norris) คืออดีตตำรวจที่ผันตัวมาเป็นนักสะกดจิต แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้สะกดจิตให้กับชาร์ลส์ วอลแกน (Timothy Bottoms) ผู้เชื่อว่าตนเองคือแจ็ค เดอะ ริปเปอร์ กลับชาติมาเกิด!
เป็นหนังที่มีองค์ประกอบน่าสนใจหลายอย่างครับ แต่กฃายเป็นว่าจุดด้อยแค่ 2 จุด – แต่เผอิญเป็นจุดสำคัญ – ทำให้หนังทั้งเรื่องเหลวเป๋วไปเลย
อย่างแรกที่ผมว่าเข้าท่า คือการแสดงของ Bottoms ที่ดูชวนผวาดี โดยเฉพาะตอนออกอาการแบบฆาตกรโรคจิต ฉากที่เขายืนดูเป้าหมายจากหอสูงในยามค่ำคืนนั้นดูน่ากลัวและหลอนเอาเรื่อง และอย่างต่อมาคือตัวบทที่เขียนโดย Phil Sears ผมว่ามีโครงที่น่าสนใจครับ มันอาจไม่ได้ซับซ้อนนะ แต่ถ้าเล่าให้ถูก กะจังหวะในการสร้างความสยองให้พอดี หนังจะเป็นอะไรที่เข้าท่าเลย
ทีนี้มาถึง 2 จุดด้อยที่ทำให้หนังเละล่ะนะครับ อันแรกเลยคือการแสดงของ Mike Norris พระเอกของเรื่อง ซึ่งเขาคนนี้คือลูกชายของป๋า Chuck Norris ครับ แต่บอกตรงๆ ว่าโหงวเฮ้งไม่ได้ ดูไม่เหมาะกับบทพระเอกเลยครับ ดูไม่เก่ง ไม่แกร่ง ยิ่งคู่ปรับในเรื่องคือ Bottoms นี่เขายิ่งกลายเป็นดูไม่มีพลังไปเลย และในแง่การแสดงก็ดูไม่เด่นน่ะครับ ดูไม่มีแรงดึงดูดสักเท่าไหร่ ยอมรับว่าดูไปขัดใจไป และมันทำให้ความน่าติดตามของหนังลดลงกว่าครึ่ง เพราะเป็นพระเอกที่ดูไม่ใช่พระเอกเลย
แล้วอย่างต่อมาก็คือการกำกับของ Sears ใช่ครับ เขาเขียนบทและกำกับ ซึ่งตัวบทเนี่ยผมว่าใช้ได้ แต่การเล่าเรื่องกลับอ่อน จำฉากที่ผมบอกได้ไหมครับ ที่ชาร์ลส์ไล่ล่าเหยื่อโดยมองจากหอคอยก่อนในตอนแรกน่ะ ฉากนั้นจริงๆ เข้าท่า มันดูหลอนและน่ากลัว แต่ขณะเดียวกันมันก็มีความไม่เนียนในการเล่า จุดสำคัญเลยคือมันจะมีฉากที่เหยื่อพยายามหนี แล้วก็หนีไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเราก็นึกว่าเธอจะรอดแล้วน่ะนะครับ ประมาณว่าถ้าผู้ชายคนนี้อยู่ชาร์ลส์ก็คงไม่ลงมือหรอก

แล้วชายคนนี้ก็พาเหยื่อไปส่งที่รถเมล์ แต่กลายเป็นว่าปุ๊บปั๊บพอผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถ หนังก็ตัดให้เห็นว่าคนขับรถคันนั้นคือชาร์ลส์ และมันได้ฆ่าคนขับรถตาย จากนั้นประตูก็ปิดแล้วผู้หญิงก็ติดอยู่บนรถกับชาร์ลส์ ในมุมหนึ่งฉากนี้ก็ดูช็อคดีน่ะนะครับ แต่ผมมีคำถาม… แล้วไอ้คุณผู้ชายที่มาส่งผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถน่ะ มันหายไปไหน คือจู่ๆ ก็หายไปจากฉากเฉยเลย ก็เมื่อกี้พี่เพิ่งยืนอยู่นี่หว่า ประตูรถก็ยังไม่ทันปิด แล้วพี่หายไปเลยได้ไง พี่เป็นนินจาเหรอ
แล้วยังเรื่องศพคนขับอีก คือมันเห็นอยู่บนรถน่ะครับ ในตำแหน่งที่ถ้าผู้หญิงเห็น ผู้ชายที่มาส่งก็ต้องเห็น คำถามในหัวคือ อ้าว แล้วมันยังไง สรุปว่าผู้ชายวิ่งหนีเหรอ หรือยังไง คือผมงงนะเนี่ย
นั่นล่ะครับ หนังมาพร้อมการเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยมีพลังให้ชวนติดตามมากนัก แล้วพระเอกยังดูไม่เป็นพระเอกอีก แล้วมันมีความไม่ต่อเนื่องอีกหลายช่วงเลยครับ จนทำให้หนังเรื่องนี้เข้าข่ายเหลวทีเดียวในความรู้สึกของผมน่ะนะครับ
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า Sears เขาเจอปัญหาระหว่างถ่ายทำหรือเปล่า ผลงานเลยออกมาไม่เวิร์คแบบนี้ เพราะนี่คืองานเขียนบทแรก และงานกำกับแรกของเขาครับ แล้วก็กลายเป็นงานกำกับเดียวของเขาไปเลย ส่วนงานเขียนบทนั้น นอกจากเรื่องนี้ก็ยังมีไปร่วมดัดแปลงบทให้หนังเรื่อง Flyboys อีกเรื่อง (ซึ่งเรื่องนั้นสนุก) แล้วก็หายหน้าจากวงการไป
ก็ตามนั้นครับ สรุปคือหนังออกไปทางเหลวจนน่าเสียดาย และเกร็ดเล็กๆ ที่อยากนำมาเล่าก็คือ ตอนที่หนังไปฉายที่ญี่ปุ่นนั้น หนังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Last Scream ครับ เนื่องจากช่วงนั้นหนัง Scream กำลังดัง อันส่งผลให้หนังเรื่องนี้มีสภาพกลายเป็นหนัง Mockbuster (หนังเลียนแบบหนังดัง) ไปโดยปริยาย
อีกหนึงหนังในคอลเลคชั่น หนีไปไม่ต้องห่วงผม ครับ
ดาวเดียวครับ
(4/10)
หมวดหมู่:Action, Horror, Movie Reviews, Thriller












