Action

Fast & Furious 7 (2015) เร็ว..แรงทะลุนรก 7

furious-7

ฉากที่ผมอยากดูที่สุดใน Fast and Furious 7 คือฉากสรุปส่งท้ายบทของ Paul Walker ครับ

ผมไม่ห่วงเรื่องแอ็กชัน เพราะรู้ว่าทีมงานไม่พลาดในจุดนี้แน่นอน มันต้องจัดเต็ม และมาในหลายลีลาทั้งล่ากันด้วยรถ ทั้งซัดกันด้วยหมัด ทั้งสาดกันด้วยกระสุน แล้วไหนจะมีฉากโม้ๆ อย่างร่อนรถลงมาจากเครื่องบินและซิ่งทะลุตึกที่อาบูดาบีอีก… ถ้าเป็นเรื่องซีนแอ็กชันล่ะถึงแก่ความมันส์ไม่ใช่น้อยทีเดียว

ส่วนเรื่อง “บท” ผมก็ไม่ห่วงครับ เพราะรู้ว่ามันต้องออกมาไม่ลงตัว ต้องมีขาดมีเกินแน่นอน เพราะบทแรกเริ่มที่ Chris Morgan (ที่เขียนบทหนังชุดนี้มาตั้งแต่ภาค 3) เขียนไว้นั้น จะมีบทของไบรอัน (Walker) มากกว่านี้ อีกทั้งยังเตรียมที่จะเปิดเป็นไตรภาคใหม่ (7 – 8 – 9) ให้กับหนังชุดนี้ โดยยกระดับเรื่องราวให้อลังขึ้นกว่าเดิม

ครั้นเมื่อ Walker จากไป และทางผู้สร้างยืนยันที่จะไม่ตัดตัวละครไบรอันออก บทที่ได้ออกมาก็เลยมีขาดมีเกิน การร้อยเรียงมีโดดบ้างสะดุดบ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ ก็ในเมื่อบทยังมีไบรอัน แต่ไม่มีคนแสดงเป็นไบรอันอีกต่อไป ภาพที่เห็นกับเรื่องราวที่หนังเล่า จะให้มันออกมาสมบูรณ์แบบนี่ย่อมเป็นไปได้ยาก

ระหว่างดูก็รู้สึกตลอดถึงช่องโหว่และจุดสะดุด แต่ขณะเดียวกันก็รู้ครับว่าทีมงานพยายามเต็มที่แล้วที่จะประสานรอยตะเข็บนั้นอย่างสุดฝีมือ… สำหรับผมเลยคิดตลอดว่า “ทั้งที่ขาดองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดไป แต่ยังทำได้ออกมาประมาณนี้ ผมก็นับถือแล้ว”

(ถัดไปอาจมีสิ่งที่เรียกว่าสปอยล์นะครับ ข้ามได้เลยครับ)

หลายคนบอกว่าตัวละคร แด็กการ์ด ชอว์ (Jason Statham) ตัวร้ายประจำตอนที่เปิดตัวอย่างเทพ แต่พอเดินๆ เรื่องไปกลับไม่เทพดังคาด หรือไม่ได้ก่อให้เกิดความมันส์เป็นล้นพ้นดังที่คิด อันนี้ผมก็เห็นด้วยครับ เพราะพี่แกเปิดตัวดีจริงๆ จนอดไม่ได้ที่จะคาดหวังในความเก่งความเก๋า แต่หลังจากนั้นความเด่นอาจไม่มากเท่าที่ควร แต่ผมก็แอบคิดว่าทีมงานอาจยังไม่ใส่ของลงมาแบบเต็มที่ แล้วเก็บพี่แกเผื่อไว้ปล่อยของแบบเต็มๆ ในภาคต่อๆ ไป (ถ้ามี) ก็ได้

อีกอย่างคือทุกคนในกองถ่ายก็รู้น่ะครับ ว่าทำภาคนี้ออกมามันต้องมีจุดสะดุดแน่นอน เพราะมีกรอบเรื่องการจากไปของ Walker เป็นข้อจำกัด ดังนั้นเลยไม่อยากจะใส่ของดีของตัวละครนี้ลงไปแบบเต็มๆ นี่ก็เป็นไปได้เหมือนกัน… อันนี้ต้องรอดูกันต่อไป

แต่จริงครับ ถ้าพูดถึงเฉพาะภาคนี้ โดยไม่คิดมโนถึงภาคต่อไป มันก็มีดีในแง่แอ็กชันละลานตา แต่ด้านบทมันมีขาดมีเกินจริงๆ (อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าถ้า Walker ยังอยู่ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร… ผมว่าต้องสุโค่ยกว่านี้แน่ๆ)

James Wan ทำได้ดีครับ กำกับหนังได้เร้าใจ คุมหนังออกมาสนุกเท่าที่มันจะเป็นไปได้ ดนตรีของ Brian Tyler ก็เสริมอารมณ์ความมันส์ได้ดี นักแสดงทุกคนส่วนมากก็เล่นบทเดิมครับ ดังนั้นความลื่นไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะไอ้คุณพี่โรมัน (Tyrese Gibson) นี่ก็ชงมุขชงฮาได้เรื่อยๆ ส่วนผู้มาใหม่อย่าง Kurt Russell ก็มาเนิ่บๆ อาจไม่ถึงกับขโมยซีนไดมากมายแต่ก็เป็นบทที่น่าสนใจ และพี่จา พนมของเรา ก็ออกลีลาเท่าที่บทจะเปิดโอกาสครับ (แอบคิดว่าถ้าบทมีคาแรคเตอร์มากกว่านี้อีกนิดก็น่าจะเจ๋งน่ะนะครับ แต่เอาเถอะ ได้ร่วมจอก็น่ายินดีแล้วล่ะ)

ครับ สำหรับผมแล้ว อย่างที่บอกไปตอนต้น ผมดูเพราะอยากเห็นฉากสุดท้าย อยากรู้ว่าหนังจะสรุปเรื่องราวของไบรอันลงในรูปไหน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดครับ จบลงแบบชวนให้รำลึกถึงเขา และลงท้ายด้วยฉากที่ดอมกับไบรอัน ขับรถแยกกันไปคนละทาง…

นั่นคือฉากที่ผมคิดเลยครับ คิดเลยว่ามันคือตอนจบที่สวยงาม ถ้าผมเป็นพี่ James Wan ผมก็จะทำฉากออกมาแบบนี้เลยครับ เอาภาพวันวานของ Walker ใส่ลงไป และจบลงด้วยรอยยิ้มแห่งความทรงจำ

ผมดูหนังมานานครับ และหนังที่ดาราตัวหลักๆ ต้องมาจากไปทั้งที่หนังยังถ่ายไม่เสร็จก็มีอยู่หลายเรื่อง ซึ่งผมแอบคาดหวังเสมอมาว่ามันจะมีสักครั้งไหมที่บทสุดท้ายบนจอหนังของใครสักคน จะได้รับการถ่ายทอดให้สอดรับทางอารมณ์กับการจากไปของเขา

กล่าวคือเป็นการจบแบบชวนรำลึก ไว้อาลัย และโบกมืออำลาอย่างสอดคล้องกับเรื่องราว

และหนังเรื่องนี้ทำได้ครับ

ผมไม่ปฏิเสธว่าสำหรับหลายๆ คนอาจจะมองว่ามันคือการฉวยโอกาสใช้ความตายมาสร้างความซึ้ง

แต่ประเด็นก็คือความตายนั้น… เรากะเกณฑ์ไม่ได้หรอกครับ…

ทว่าเราเลือกได้ว่าเราจะเคารพต่อการจากไปของดาราท่านนั้นๆ อย่างไร

การจบของ Fast 7 อาจเป็นการฉวยโอกาสทางความรู้สึกของผู้ชมจริงๆ ก็ได้… แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกดีที่ได้โบกมืออำลาดาราคนนี้ พร้อมการรำลึกช่วงเวลาดีๆ และมองเห็นเขาขับรถจากไป

จากไปบนเส้นทางที่สักวันหนึ่ง เราก็ต้องเดินทางไป

ขอบคุณทีมงานทุกคนที่ถ่ายหนังเรื่องนี้จนจบ… ผมรู้ว่าพวกท่านทำหนังออกมา หลักๆ ก็เพื่อเอาเงินจากคนดูอย่างผม แต่ผมก็ยังอยากขอบคุณในความพยายามนั้น และขอบคุณที่ทำให้เราหลายคนได้เห็น Paul Walker อีกสักครั้ง

Fast 7 อาจไม่ได้มี “ของดี” เหมือนที่หนังเรื่องอื่นๆ มี

แต่ Fast 7 ก็มี “ของดี” บางอย่าง ที่ไม่มีในหนังเรื่องอื่นๆ เหมือนกัน

ผมไม่ได้ชอบ Fast 7 มากมายหรอกครับ

แต่มันเป็นหนึ่งในหนังแห่งความทรงจำสำหรับผม เพราะมันมี Story เกิดขึ้นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้หลายอย่างจริงๆ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

 

โฆษณา