Action

Fast & Furious 8 (2017) เร็ว..แรงทะลุนรก 8

18033805_1599247316772730_78468155205580256_n

ดูตัวอย่างแล้วก็เตรียมใจเข้าไปเสพความเว่อร์วังแบบเต็มขั้นครับ ยิ่งทุนสร้างตั้ง $250 ล้าน มันก็ต้องจัดเต็มแอ็กชันและฉากทำลายล้างแบบระเบิดระเบ้อแน่นอน (พูดถึงรายได้ ตอนนี้ทั่วโลกโกยไปแล้ว $531 ล้าน ถึงจุดคุ้มทุนแล้วครับ ไม่เกินสัปดาห์นี้ก็จะได้งบโฆษณาคืน และเข้าสู่โซนกำไรแน่นอน)

ถามว่าดูสนุกไหม ก็ตอบได้เลยว่าดูเพลินดีครับ หวังอะไรเอาไว้ก็ได้แบบนั้นเลย
สไตล์มันออกแนว Mission: Impossible แบบเต็มตัว มีองค์กรร้ายกับตัวร้ายระดับบิ๊กมาให้ขับเคี่ยว โจทย์ที่ทีม Fast ต้องรับมือกับนับว่าใหญ่ระดับโลกอยู่เหมือนกัน

สารภาพว่าผมแอบฮาตอนมีบทพูดประมาณว่า “หากนายทำภารกิจนี้แล้วโดนจับได้ ทางการจะปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น” คือมันทำให้นึกถึง Mission แบบสุดๆ น่ะครับ ก็เข้าใจว่าหนังคงล้อทั้ง Mission และล้อตัวเองไปในตัว

ภาคนี้ทีม Fast ของเราก็มาทำงานเป็นทีมเพื่อสู้กับเหล่าร้าย แต่หนนี้มีปมประมาณว่า ดอม (Vin Diesel) เกิดแปรพักตร์ไปช่วยงานตัวร้ายอย่างไซเฟอร์ (Charlize Theron) ทำให้คนที่เหลือต้องหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับดอม และพวกเขายังต้องหาทางขวางแผนร้ายของพวกไซเฟอร์อีกด้วย

ในบรรดาหนัง Fast นั้น ผมชอบภาค 5 สุดครับ มันเหมือนเป็นภาคที่ลงตัวพอเหมาะที่สุด หลังจากเป็นหนังแนวแข่งรถ+ตำรวจจับผู้ร้ายใน 3 ภาคแรก แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสายแอ็กชันในภาค 4 แต่ก็ยังไม่ถึงกับเปลี่ยนสไตล์แบบชัดเจน

จุดเปลี่ยนสำคัญก็คงต้องยกให้ภาค 5 ครับ ที่สามารถผสมลีลาแอ็กชัน+ไล่ล่าด้วยรถ+ปฏิบัติการเป็นทีม เข้าด้วยกันแบบพอดี เหมือนรวมเอา Fast ดั้งเดิมมาผสม Mission และ Ocean’s น่ะครับ เป็นภาคที่ความมันส์และความแรงมาเจอกัน แม้จะไม่ใช่สิ่งที่สดใหม่เต็มร้อย แต่ก็เป็นการยำสูตรได้อร่อยประมาณหนึ่ง และถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้กับหนังชุด Fast ได้อย่างงดงาม

ส่วนภาค 6 กับ 7 ก็เดินตามสูตรที่ภาค 5 ตั้งต้นไว้ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดูสนุกล่ะครับ ภาค 6 จัดว่ามันส์ ส่วนภาค 7 ก็ถือว่าน่าพอใจ (แต่แน่นอนว่ามันอาจไม่สมบูรณ์ ส่วนหนึ่งก็เพราะการจากไปของ Paul Walker) แต่อาจเพราะภาค 5 เป็นหมุดไมล์แรกของสไตล์นี้ เลยทำให้ผมออกจะประทับใจภาค 5 ที่สุดในบรรดา Fast ภาคที่ผ่านๆ มา

ส่วนภาค 8 นี่ก็ต่อยอดกันมา สูตรก็มาแนวเดียวกับภาค 5 แต่เพิ่มความใหญ่ของเรื่องลงไป รวมถึงฉากแอ็กชันที่หนนี้เอารถมาพังเล่นเยอะแยะมากมาย ตัวร้ายก็มีแผนถล่มโลกแบบหนังบอนด์ ดูเอามันส์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบครับ

จุดที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกคือภาคนี้มีปมมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเรื่องของดอม หรือตัวร้ายจากภาค 7 อย่าง เดคคาร์ด (Jason Statham) ก็มาพร้อมปมที่ชวนให้เราอยากรู้ว่าตกลงอะไรมันเป็นอะไร ซึ่งหลายปมก็เปิดไว้เพื่อสานต่อในภาคหน้า เพราะเขาวางแผนทำไปถึงภาค 10 ครับ และภาคนี้ถือเป็นการเปิดไตรภาคใหม่นั่นเอง (และยังอาจจะมีภาคแยกออกไปอีกด้วย)

ดาราในเรื่องก็เล่นกันได้เข้าขากันแล้วครับ เล่นกันได้ลื่นทั้งฉากบู๊และฉากฮา โดยเฉพาะโรมัน (Tyrese Gibson) ที่สร้างเสียงฮาได้แทบทุกฉาก ส่วนผู้มาใหม่อย่าง Theron ก็เป็นไซเฟอร์ได้อำมหิตดี ดูเจ๊แกมีบารมีจนน่าขนลุกครับ และอีกหนึ่งดาราใหญ่ที่มาสมทบอย่าง Helen Mirren ก็เล่นได้น่าจดจำมากๆ จนควรค่าแก่การคารวะ

ผมชื่นชมความพยายามของทีมงานที่โยงเรื่องราวในภาคนี้ไปสู่ภาคเก่าๆ แต่ก็ยอมรับครับว่าบางอย่างมันอาจขัดทางความรู้สึกหรืออาจยังไม่เนียนเต็มที่บ้าง แต่ก็พยายามคิดว่าทีมงามคงจะหาทางลงที่ดียิ่งขึ้นและหาวิธีอุดรอยรั่วบางอย่างในภาคต่อๆ ไป (โดยเฉพาะเรื่องของเดคคาร์ดที่เชื่อว่าบางคนก็ยังติดใจ “เรื่องเกี่ยวกับฮาน” ที่เขาทำไว้)

โดยรวมแล้วดูเอามันส์ได้เลยครับ ฉากบู๊มาเรื่อยๆ ฉากมันส์มาไม่ยั้ง มีเรื่องมิตรภาพและครอบครัวแทรกเป็นยาดำ แล้วก็มีโครงเรื่องและมีปมผสมลงไปให้หนังดูไม่โล่งโถง และหากมองในแง่ “ความเป็นหนังเปิดไตรภาคใหม่” แล้ว ก็ถือว่าหนังเปิดได้ดีเลยครับ ทำให้อยากตามดูภาคต่อไปว่าเรื่องมันจะไปทางไหน และครอบครัว Fast จะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

++++++++++++++++++++++
++++ถัดจากนี้มีสปอยล์++++++
++ไม่อยากทราบ อย่าอ่านครับ++
+++++++++++++++++++++++

ไม่นานมีนี้มีการพูดถึงเกี่ยวกับ “ฮาน” ประมาณว่าหลายคนคิดถึงฮาน กระทั่งทีมผู้สร้างเองก็ยังนึกถึงฮานอยู่บ่อยๆ และยังตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ด้วยว่าจะเอาฮานกลับมาไหม

ก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าจะเอาฮานกลับมาจริงไหม แต่โดยส่วนตัวผมมองว่าที่หลายคนไม่ชอบ เดคคาร์ด ก็เพราะยังติดตาว่าหมอนี่ฆ่าฮาน ดังนั้นทางเดียวที่จะเอาเดคคาร์ดมาใส่ตระกร้าล้างน้ำ (ในความรู้สึกคนดู) ได้ ก็คงต้องหาทางคืนชีพฮาน แต่จะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ ^_^

และสำหรับไซเฟอร์นั้น ผมรู้สึกเกลียดเจ๊แกในระดับพีคตอนสั่งฆ่าเอเลน่าน่ะครับ คือรู้สึกสะเทือนนะ และอยากเห็นจุดจบเจ๊แกเหลือเกิน (เสียดาย ต้องรอภาคต่อๆ ไป)

Advertisements