3 เพื่อนซี้ อีธาน (Joseph Gordon-Levitt), ไอแซค (Seth Rogen) และคริส (Anthony Mackie) มักจะนัดเที่ยวดื่มกินสวิงกันสุดติ่งในช่วงคริสต์มาส และสำหรับคืนนี้ถือว่ามีความพิเศษครับ เพราะพวกเขากำลังจะทำแบบนี้เป็นหนสุดท้าย เนื่องจากต่างคนต่างก็มีภาระหน้าที่จนอาจไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนี้กันอีก
แล้วก็ตามสูตรครับที่คืนสุดท้ายมันต้องจัดหนักจัดเต็มกันหน่อย แล้วก็แน่นอนอีกเช่นกันความวุ่นวายบ้าบอต้องตามมาอย่างเพียบ
ออกตัวก่อนครับว่าผมไม่ใช่นักเที่ยวหรือนักดื่ม ผมเลยจะไม่ค่อยอินกับหนังสไตล์นี้ อย่างพวก The Hangover นี่ว่ากันจริงๆ ผมก็รู้สึกกลางๆ นะ คือดูได้แบบเอาฮาแต่อาจจะไม่อิน แต่ถ้าเรื่องไหนมีสาระติดปลายนวมกลับมาผมก็จะจูนกับมันได้มากหน่อย
สำหรับเรื่องนี้ ผมว่าถ้าท่านชอบหนังแนวนี้หรือชอบเที่ยวชอบมันส์ยามราตรีก็น่าจะสนุกกับมันได้แบบไม่ยากเย็น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ในหนังก็จะพาเราไปเจอกับความป่วนฮาของ 3 ซี้ที่เมาเหล้าบ้างเมายาบ้าง แล้วก็มาทำอะไรเพี้ยนๆ จนวุ่นและรั่วกันไปทั่ว ในขณะที่ผมนั้นก็สารภาพเลยครับว่าออกแนวเฉยกับสารพัดฉากวุ่นวายเหล่านั้น บางจังหวะมีสัปหงกอีกต่างหาก คือมันคงไม่ทางจริงๆ น่ะครับ
แต่อย่างน้อย 3 ดารานำก็แสดงกันได้สุดเหวี่ยงดีครับ ดูแล้วเชื่อว่าพวกเขาซี้กัน แล้วก็ยังมีดาราสมทบหน้าคุ้นอย่าง Jillian Bell, Lizzy Caplan, Michael Shannon, Mindy Kaling มาร่วมแจม ซึ่งพวกเขาเหล่านี้นี่แหละที่พอจะทำให้ผมยังตามดูหนังต่อได้

สิ่งที่ผมได้จากหนังแนวนี้เสมอคือการดูแล้วมาพึงตระหนักว่า สติเป็นเรื่องสำคัญ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำให้ตัวเองมีสติอยู่เสมอ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำแล้วจะส่งผลให้ขาดสติผมก็จะพยายามหลีกเลี่ยง อย่างการดื่มหรือการเล่นยานี่ยอมรับเลยครับว่าผมไม่อิน ยานี่ไม่เคยเล่น แต่ดื่มนี่เคยอยู่ เหล้านี่เคยหนนึงแล้วก็บอกศาลาไม่ดื่มอีก ส่วนเบียร์ก็มีบ้างเมื่อตอนวัยรุ่น แต่ก็ไม่ได้ดื่มมา 20 ปีเห็นจะได้ เพราะเคยดื่มหนักหนนึงจนอาเจียน ตามด้วยการเห็นสภาพของเพื่อนๆ ที่ผมคงขอไม่เล่าตรงนี้ (เพราะหลายท่านอาจทานข้าวไม่ลง) จากนั้นผมก็บอกศาลาอีกเหมือนกัน – ไม่ได้จะบอกว่าดีหรือไม่ดีครับ เพียงแต่ตระหนักว่าผมคงไม่เหมาะกับอะไรแบบนั้นเท่าไหร่
กับหนังนี่ช่วงชั่วโมงแรกก็อย่างที่บอกครับ เน้นเมาเน้นฮา ซึ่งผมไม่อินนัก แต่จะมาเริ่มจูนติดเมื่อหนังเริ่มเน้นประเด็นมิตรภาพ พยายามจะสื่อสารบอกกับเราว่าการเที่ยวเตร็ดเตร่ กินเหล้าเมายา แดนซ์ฟันมันส์กระจาย มันคือส่วนเสริมที่มีไว้เพิ่มรสชาติและความสนุก แต่แก่นสำคัญจริงๆ คือมิตรภาพ คือการที่มีใครสักคน (หรือหลายคน) ที่พร้อมจะไปกับเราทุกหนแห่ง พร้อมจะฟังเราทุกเรื่อง และพร้อมจะกอดคอหัวเราะหรือร้องไห้ร่วมกันได้เสมอ ประมาณว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขน่ะครับ ซึ่งอันนี้แหละคือไฮไลต์จริงๆ ของเรื่อง
การมีเพื่อนแท้และมิตรไมตรีที่จริงใจ (แบบจริงๆ) คือโชคดีที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์
อีกอย่างในการไปปาร์ตี้แต่ละทีนั้น เราก็สามารถเลือกได้ครับว่าจะให้มันส่งผลอย่างไรกับตัวเรา – จะให้มันเป็นแค่ความสนุกเพลิดเพลินชั่วคืนที่ตื่นแล้วลืมก็ได้ หรือจะให้มันเป็นอีกหนึ่งวาระที่คุณกับเพื่อนได้มาใช้เวลาร่วมกัน แบ่งปันเรื่องราวชีวิตกันและกัน ได้เติบโตไปด้วยกัน
ในแง่รายได้ถือว่าหนังพอเท่าทุนครับ ทำเงินทั่วโลกไป $52 ล้าน จากทุนสร้าง $25 ล้าน ไม่ฮิตแต่ก็ไม่ล่ม และคาดว่าตอนนี้คงทำกำไรให้ผู้สร้างได้แล้วล่ะ
แม้หนังอาจไม่ใช่ทางสำหรับผม แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธสาระดีๆ ที่หนังมีให้ – ไม่ว่าจะหนังเรื่องไหนก็ตาม มันจะมีสาระหรืออะไรสักอย่างให้เราคิดติดหัวกลับมาเสมอ แค่ต้องมองให้เห็นและหาให้เจอ
เอาเป็นว่าใครชอบหนังห่ามฮาก็น่าจะโอเคกับเรื่องนี้ครับ ส่วนผมก็อย่างที่บอกว่าถ้าเน้นห่ามเป็นหลักมันจะไม่ค่อยทางสำหรับผมเท่าไหร่ แต่ถ้าห่ามฮาแบบกลมกล่อม ใส่ส่วนผสมพอดีระหว่างความตลกกับสาระ มีทั้งความห่ามและละมุนกวนรวมกันจน Feel Good (แบบ American Pie 2 ภาคแรก) นั่นแหละที่จะเข้าทางผม
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Christmas Movies, Comedy, Fantasy, Movie Reviews












