เคท (Vera Farmiga) และจอห์น (Peter Sarsgaard) ตัดสินใจรับเด็กหญิงเอสเธอร์ (Isabelle Fuhrman) มาเลี้ยง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยครับว่านั่นจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดขนานใหญ่ ที่จะก่ออันตรายให้กับคนทั้งครอบครัว
ผมดูหนังเรื่องนี้หลังจากรู้จุดพลิกผันสำคัญของหนังแล้วน่ะนะครับ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสนุกน้อยลงเลย ตัวหนังถือว่าน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งผมว่าจริงๆ พล็อตมันก็เรื่อยๆ นะ คือไม่ได้ซับซ้อนอะไรแล้วก็ไม่ถึงกับเข้มข้นแบบคลั่กๆ แต่อะไรๆ มันพอเหมาะ ทุกตัวละครมีโมเมนต์ของตัวเอง ตัวเรื่องแม้จะพอเดาได้แต่การเล่าเรื่องจัดว่าน่าติดตาม อันนี้คงต้องชมผู้กำกับ Jaume Collet-Serra ที่คุมหนังได้อยู่มือ และถือเป็นผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่จดจำแบบจริงๆ จังๆ หลังจากผลงานก่อนหน้าอย่าง House of Wax และ Goal II: Living the Dream ที่ถือว่าออกมากลางๆ แต่เรื่องนี้นี่ผมถือว่าปังกำลังดีทีเดียว – แล้วก็ถือเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เขามีโอกาสทำหนังอย่าง Unknown, Non-Stop, Run All Night, The Shallows ในเวลาต่อมา
ครับ ผู้กำกับคุมหนังได้ดี แล้วก็มาบวกกับการแสดงระดับเอาอยู่ของ Farmiga และ Sarsgaard ที่ทำให้ตัวละครของพวกเขาดูน่าเชื่อ ผมชอบตรงที่พวกเขาเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ มีข้อเสีย ซึ่งนั่นทำให้การรุกรานของเอสเธอร์ดูเป็นไปได้มากขึ้น แต่แน่นอนว่ารายที่โดดเด่นจนน่าขนลุกก็คือ Fuhrman ที่เป็นเอสเธอร์ได้อย่างสุดยอด ตอนทำท่าเรียบร้อยก็ดูหงิมๆ เหมือนผ้าพับไว้ แต่พอถึงคราวต้องฉายแววความน่ากลัว เธอก็สามารถแผ่รังสีอำมหิตออกมาได้อย่างน่าสะพรึง

ว่ากันว่าตามบทดั้งเดิมแล้ว เอสเธอร์จะมีรูปลักษณ์ที่ดูบอบบาง ผิวขาวใส หน้าตาจิ้มลิ้ม พร้อมด้วยผมสีบลอนด์ เรียกว่าน่ารักราวกับตุ๊กตาเลยครับ ซึ่ง Fuhrman นี่ถือว่าไม่ตรงตามนั้นเลยสักข้อ แต่ด้วยเหตุที่ตอนแคสตัวเธอแสดงได้อย่างสุดยอดมากจนทุกฝ่ายประทับใจ ทีมงานเลยพร้อมใจโยนรายละเอียดจากบททิ้ง แล้วมอบบทเอสเธอร์ให้เธอไปเลย
จริงๆ แค่ 3 ดารานำก็พอแล้วล่ะครับ แต่นี่ยังได้ CCH Pounder, Margo Martindale แล้วก็ Jimmy Bennett และ Aryana Engineer ในบทลูกๆ ของตัวเอก พวกเขาเหล่านี้ก็สามารถเพิ่มความเพลินให้กับหนังได้อย่างเยี่ยม อย่าง Bennett นี่ตอนแรกก็ดูกวนๆ อยุ่ แต่พอถึงจุดหนึ่งเราจะตระหนักได้เลยครับว่ายังไงๆ เขาก็ยังเป็นแค่เด็กนั่นแหละ ไม่ได้เก่งกล้าอย่างที่แสดงออกหรอก แล้วยิ่ง Engineer นี่ก็ถือว่าแสดงน้อย แต่ได้ใจมาก ทำเราแอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเธอจะโดนเอสเธอร์ทำอะไรเข้าให้ตอนไหนหรือเปล่า
หนังทำเงินสวยๆ เลยครับ ทำไปราว $77 ล้านจากวั่วโลก คุ้มทุนสร้าง $20 ล้านแบบสุดๆ แล้วก็มีภาคต่อออกมาตามระเบียบ
หนังยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครับ แต่ผมแทบไม่รู้สึกว่ามันยาวเลยนะ แสดงว่ามันเพลินมากเลยสำหรับผม อะไรต่างๆ ในเรื่องมันดูพอดีไปหมด ซึ่งในฐานะคนชอบดูหนังสยองก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะทำได้ในระดับนี้ โอเคครับ มันอาจไม่ได้สุดยอด แต่ก็อยู่ในโซนหนังดีที่ผมอยากแนะนำ เพราะมันได้หมด ตั้งแต่ดาราดี บทดูง่ายๆ แม้จะเดาได้แต่ก็ไม่น่าเบื่อ ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด หรือในแง่ความสยองก็ถือว่าเอาเรื่อง
เอาเป็นว่าใครชอบหนังสยองขวัญแนวระทึกปั่นประสาทที่มาพร้อมการแสดงดีๆ โทนที่ดูอึมครึมชวนผวา และการเล่าเรื่องที่ดูเพลินชวนติดตามแล้วล่ะก็ เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะเลยครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
หมวดหมู่:Horror, Movie Reviews, Mystery, Recommended Movies, Slasher Movies, Thriller












