เคยดูเรื่องนี้มาแล้วรอบหนึ่งประมาณปี พ.ศ. 2553 ครับ พอดูแล้วก็ชอบเลย ครั้นพอ HBO max มาเอาลงอีกหนก็จัดซะ และผลก็คือยังคงชอบอยู่ สนุกดี
เรื่องของเบอร์แทรม พินคัส (Ricky Gervais) ทันตแพทย์หนุ่มที่ชอบใช้ชีวิตสันโดษไม่ค่อยอยากยุ่งกับใคร แต่แล้ววันหนึ่งเขาเกิดเห็นผีขึ้นมาครับ ทีนี้พอผีๆ รู้เข้าว่าเบอร์แทรมเห็นก็เลยพากันตามติดเพราะอยากให้เขาช่วยปลดเปลื้องห่วงให้หมดไป เหล่าผีๆ จะได้ข้ามภพเสียที
และผีร้ายที่ตามติดเบอร์แทรมมากสุดก็คือแฟรงค์ (Greg Kinnear) ที่ไหว้วานให้เบอร์แทรมช่วยไปหาภรรยาของเขา (Téa Leoni) แล้วก็จับเธอแยกจากแฟนที่คบอยู่คนปัจจุบัน (Billy Campbell) เพราะแฟรงค์มองว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกัน แต่ไปๆ มาๆ ก็ตามสูตรครับ หลายเป็นว่าเบอร์แทรมตกหลุมรักภรรยาของแฟรงค์เข้าจนได้
ก็เป็นหนังรอมคอมฮาๆ ที่ดูเพลินอย่างยิ่งครับ คนแรกเลยที่ต้องชมคือ Gervais ที่บทเบอร์แทรมนี่จัดว่าเขียนมาเพื่อเขาเลยล่ะ คือดูเป็นคนแข็งๆ ไม่สุงสิงกับชาวบ้าน ชอบทำอะไรแปลกๆ พูดจากไม่เข้าหู แล้วก็ออกแนวเห็นแก่ตัวหน่อยๆ ซึ่งมันคือคาแรคเตอร์ประจำของ Gervais จริงๆ และหนังมันก็ดูสนุกเพราะพี่แกนี่แหละครับ ส่วนดาราแวดล้อมอย่าง Kinnear หรือ Leoni ก็ช่วยกันเสริมหนังให้ฮาเพิ่มขึ้นอีกพอตัว
แต่ขณะเดียวกันหนังก็ไม่ลืมครับว่าตัวเองก็มีความเป็นหนังโรแมนติกอยู่ด้วย ซึ่งดูไปเราก็พอเชื่อนะ ว่าเบอร์แทรมกับเกวน (ภรรยาของแฟรงค์) จะเริ่มจูนหัวใจเข้าหากัน เพียงแต่อารมณืโรแมนติกในเรื่องมันอาจจะต่างจากชาวบ้านซะหน่อย คือมันไม่ได้จูนกันติดแบบหวานแหวว แต่มันจะจูนติดในเชิงว่าเข้ากันได้ พูดกันรู้เรื่อง เล่นมุกแล้วก็ขำกันสองคน หรือสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เกวนทำให้เบอร์แทรมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม – อันนี้มาทางเดียวกับ As Good As It Gets ครับ – ซึ่งอะไรพวกนี้แหละที่ทำให้เราเชื่อได้ว่าพวกเขาเหมาะกัน

หนังกำกับโดย David Koepp มือเขียนบทหนังอย่าง Misison: Impossible ภาคแรก และดัดแปลงบทให้ Jurassic Park โดยเขาเคยชิมลางงานกำกับมาแล้วใน Stir of Echoes และ Secret Window สำหรับเรื่องนี้ก็ถือว่าเขามาจับงานหนังเบาๆ เป็นครั้งแรก แล้วก็สามารถสอบผ่านได้สวยๆ เลยครับ การเล่าเรื่องถือว่าลื่น อารมณ์ขันถือว่ามาเรื่อยๆ ซึ่งผมว่างานเขาน่าจะเบาลงเยอะครับ เพราะ Gervais แกเอาอยู่
ของดีอย่างต่อมาคืองานกำกับภาพของ Fred Murphy ที่เคยผ่านงานอย่าง Murder in the First, October Sky แล้วก็งานกำกับ 2 เรื่องที่เอ่ยไปของ Koepp ก็ฝีมือเขาครับ มาเรื่องนี้นี่พี่เขาสามารถจับบรรยากาศสวยๆ งามๆ ของมหานครนิวยอร์คมาขึ้นจอได้อย่างดีเยี่ยม อันนี้ยอมรับนะครับว่าพอดูหนังเรื่องนี้แล้วมันนึกถึงหนังรอมคอมสมัยโน้นขึ้นมาเลย ซึ่งไฮไลต์อย่างหนึ่งที่ทำให้หนังเหล่านั้นน่าจดจำสำหรับผม ก็คือบรรยากาศสวยๆ จากเมืองที่หนังไปใช้เป็นฉากหลังนั่นแหละ
ชอบครับ ออกตัวเลยว่าชอบจริงๆ และผมว่ามันเป็นหนังรอมคอมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะนะ คือมันไม่ได้รอมคอมหวานจ๋อยแบบทั่วๆ ไป แต่มันโรแมนติกผสมตลกโดยมีคาแรคเตอร์ของตัวเอกที่ไม่ได้มาในแนวเทพบุตรมาเป็นจุดที่ทำให้หนังชวนติดตาม ว่าง่ายๆ คือถ้าใครชอบ As Good As It Gets ก็น่าจะสนุกกับเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยครับ
แต่เสียดายที่หนังไม่ทำเงินเท่าไหร่ ทำไปแค่ $27 ล้านจากทั่วโลก (ในอเมริกาได้ไปแค่ $13 ล้านเท่านั้นครับ) แต่ทุนสร้างน่ะ $20 ล้าน ก็เข้าเนื้อกันไป
เอาเป็นว่าใครชอบหนังรอมคอมที่มาพร้อมบรรยากาศสวยๆ มุกตลกแบบตัวเอกหน้าตาย แล้วก็แซมๆ แนมๆ ด้วยเรื่องราวกินใจเล็กๆ ระหว่างทาง ผมว่าหนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ครับ
สองดาวครึ่งครับ
(7/10)
หมวดหมู่:Comedy, Drama, Fantasy, Movie Reviews, Recommended Movies, Romance, Romantic Comedy












