เรื่องนี้ผมคงไม่สรุปเนื้อหาน่ะนะครับ เล่าง่ายๆ แบบนี้ละกันว่ามันก็คือหนังสไตล์ Wes Anderson ที่รวมดารามาเยอะๆ มารับบทตัวละครแปลกๆ มีเอกลักษณ์ ส่วนฉากหลังในเรื่องก็คือเมืองแอสเตอรอยด์ ซิตี้ เมืองที่มีหลุมอุกกาบาต แล้วสิ่งที่ท่านจะได้เห็นจากหนังก็คือการมาปฏิสัมพันธ์กันของเหล่าตัวละคร ท่ามกลางเรื่องแปลกๆ เพึ้ยนๆ ตามสไตล์พี่ Wes นั่นแหละครับ
ถ้าให้ไล่เรียงแล้ว นี่คงเป็นงานของพี่ Wes ที่โดนใจผมน้อยที่สุด ที่ผมใช้คำนี้ก็เพราะมันยังพอจะโดนใจผมอยู่บ้าง แต่อาจไม่มากเท่างานเก่าก่อน ซึ่งความสนุกของหนังพี่เขาที่ยังคงมีในเรื่องนี้ก็คือการได้เห็นสารพัดดารามารับบทบาทแปลกๆ ซึ่งสำหรับผมมันก็เพลินดีครับ และส่วนที่ถือว่ายังถูกใจไม่มีเปลี่ยนคืองานกล้อง งานภาพ และงานฉาก อันนี้นี่ถือเป็นของดีที่มีส่วนทำให้ผมดูหนังได้จนจบ
งานกล้องงานภาพนี่ไว้ใจได้ครับ เพราะเป็นฝีมือของ Robert D. Yeoman ที่ร่วมงานกับพี่ Wes มาตั้งแต่งานกำกับเรื่องแรกของพี่เขา (Bottle Rocket) ส่วนงานโปรดักชั่น งานฉาก งานออกแบบนี่ก็ฝีมือ Adam Stockhausen รายนี้มาคู่บุญกับพี่เขาตั้งแต่ Moonrise Kingdom เรียกว่าใครที่ติดใจกับอะไรแบบนี้ในหนังของพี่ Wes มาเรื่องนี้ก็ยังได้พบเจออยู่นั่นแหละ
ในขณะที่ตัวเรื่องนั้นระหว่างที่หนังดำเนินไปก็มีทั้งที่ชอบและที่เฉย มันจะไม่จับใจเหมือนงานชิ้นก่อนๆ ซึ่งถ้าถามว่าชอบฉากไหนมากสุดผมก็คงยกให้ฉากตอนท้าย ฉากตรงระเบียงที่มีการพูดถึงฉากที่ถูกตัดออกน่ะครับ ผมว่าจังหวะการเล่า การตัดต่อ การร้อยเรียงมันกำลังดี มันพอเหมาะ และมันโฮลด์เราไว้ที่อารมณ์นั้นได้อยู่พักหนึ่ง
และอันนี้ขอแนะนำนะครับว่า การดูหนังเรื่องนี้นั้น ให้ดูเป็นฉากๆ ไป ประมาณว่าพอจบฉากนี้ก็ล้างสมองใหม่ตอนไปดูฉากอื่น ไม่ต้องพยายามเชื่อมโยงอะไรให้มากความ ให้รับรู้เป็นฉากๆ เป็นช่วงๆ ไป ซึ่งในตอนแรกท่านอาจรู้สึกว่ามันไม่ต่อเนื่องนะครับ แต่เชื่อผมเถอะ ดูแบบปล่อยจอย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องถอดความเยอะ ให้รับรู้ ณ ขณะนั้นของฉากนั้นเป็นฉากๆ ไป แบบนั้นจะได้ไม่หนักสมอง และสุดท้ายไอ้อะไรต่อมิอะไรที่อยู่ในหนังนั่นมันจะค่อยๆ เรียงตัวในหัวเราได้เอง
ยอมรับนะครับว่าระหว่างดูอาจมีสมาธิหลุดไปจากหนังบ้าง หรือแอบหลับบ้าง แต่พอดูจนจบจนถึงฉากสุดท้าย ผมก็ยังรู้สึกยินดีที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ที่ได้พบได้เห็นได้รู้จักกับกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่แวะมายังแอสเทอรอยด์ซิตี้ และมันคงเป็นอีกห้วงความทรงจำเล็กๆ ที่ผมคงนึกถึงในสักวันข้างหน้า
อย่างน้อยฉากตอนเครดิตขึ้น ที่เราได้เห็นรถของครอบครัวสตีนเบ็คค่อยๆ ขับไกลออกไป ไกลออกไป ไกลออกไป – ผมก็รู้สึกน่ะครับ ว่าการแวะมาเจอพวกเขาในเรื่องนี้ แม้อะไรๆ จะไม่โดนใจไปเสียทั้งหมด แต่มันก็สนุกดีในแบบของมัน
ในแง่รายได้ถือว่าหนังพอคุ้มทุนอยู่ครับ ลงทุนไป $25 ล้าน ได้คืนมาราว $53 ล้านจากทั่วโลก ไม่ถึงกับสวยงามแต่ก็พอได้ กำไรค่อยไปเก็บเอาทีหลัง
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
หมวดหมู่:Comedy, Drama, Movie Reviews, Romance, Sci-Fi












