พอรู้ครับว่า Robert Eggers เป็นผู้กำกับที่เก่ง เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะสามารถรีเมค Nosferatu ออกมาได้ถึงเครื่องขนาดนี้
พอรู้ครับว่า Robert Eggers เป็นผู้กำกับที่เก่ง เพียงแค่นึกไม่ถึงว่าพี่เขาจะสามารถรีเมค Nosferatu ออกมาได้ถึงเครื่องขนาดนี้
หนังสงครามระดับออสการ์ที่เรียบเรียงมาจากประสบการณ์ตรงของผู้กำกับ Oliver Stone ที่เคยไปรบในสงครามเวียดนามของจริงมา
เรื่องนี้ผมคงไม่สรุปเนื้อหาน่ะนะครับ เล่าง่ายๆ แบบนี้ละกันว่ามันก็คือหนังสไตล์ Wes Anderson ที่รวมดารามาเยอะๆ มารับบทตัวละครแปลกๆ มีเอกลักษณ์ ส่วนฉากหลังในเรื่องก็คือเมืองแอสเตอรอยด์ ซิตี้ เมืองที่มีหลุมอุกกาบาต แล้วสิ่งที่ท่านจะได้เห็นจากหนังก็คือการมาปฏิสัมพันธ์กันของเหล่าตัวละคร ท่ามกลางเรื่องแปลกๆ เพึ้ยนๆ ตามสไตล์พี่ Wes นั่นแหละครับ
ถือเป็นหนังที่น่าเห็นใจเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะทุนสร้างระดับ $250 ล้าน แต่ทำเงินทั่วโลกได้เพียง $284 ล้าน (ในอเมริกาได้ไปแค่ $73 ล้านเท่านั้น) ขาดทุนเต็มประตู ซึ่งในแง่หนึ่งมันก็เข้าใจได้ล่ะครับ เพราะหน้าหนังมันไม่ได้แปลกแหวกอะไร มันคือสูตรคุ้นเคยที่ว่าด้วยตัวเอกจากดินแดนอื่น ไปกอบกู้สวัสดิภาพของอีกดินแดนหนึ่ง – เรียกว่าเห็นกันมาเยอะแล้ว
อีกหนึ่งหนังที่บอกได้เลยว่า “ไม่ใช่สำหรับทุกคน” ครับ อย่างผมนี่ชอบนะ แต่ภรรยาผมดูแล้วงงว่านี่มันหนังอะไร ภาพที่เห็นบนจอก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย มีคนเดินผ่านไปมาคุยกันตลอดเรื่อง จนเธอถามผมว่านี่มันหนังเกี่ยวกับอะไรกันแน่นี่
หลายปีกว่าจะมีภาคต่อ ผมนี่ก็รอจนเงกเหมือนกันนะครับ เพราะมีข่าวแพลมออกมาเรื่อยๆ จนผมเองก็ทำใจแล้วล่ะว่าอาจไม่มีการทำภาคต่อออกมา แต่ในที่สุดวันนั้นก็มาถึงครับ แล้วหนังยังทำเงินแบบสาแก่ใจ โกยไป $451 ล้านจากทั่วโลก ซึ่งก็โคตรคุ้มทุนสร้าง $100 ล้านเป็นอย่างยิ่ง
ดัลตัน รัสเซลล์ (Clive Owen) กับพวกได้ลงมือปล้นธนาคารแมนฮัตตัน ทรัสต์และจับคนไว้เป็นตัวประกัน ส่งผลให้นักสืบคีธ เฟรเซียร์ (Denzel Washington) ถูกตามมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ซึ่งคีธก็พยายามพลิกตำราหาทางเจรจากับดัลตันเพื่อให้เขาปล่อยตัวประกัน แต่ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไร คีธก็ยิ่งมีสังหรณ์ในใจ คล้ายกับว่าการปล้นครั้งนี้มันเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เขารู้
เรื่องราวชีวิตของมหาเศรษฐีโฮเวิร์ด ฮิวจ์สนั้นมีคนจดๆ จ้องๆ จะเอามาทำเป็นหนังมานานมากๆ และที่เกือบจะเป็นรูปเป็นร่างก็นับได้ 7 ครั้งเป็นอย่างน้อย
มาแล้วครับ Death Note เวอร์ชั่นอเมริกัน ซึ่งผมก็ยอมรับว่าตอนดูตัวอย่างมันยังรู้สึกไม่โดนสักเท่าไร ส่วนจะ “ใช่” แบบต้นฉบับหรือไม่นั้นผมคงไม่สามารถตอบได้เพราะไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนเลย รู้แค่ว่าชอบหนังมากๆ (2 ภาคแรกน่ะนะครับ)
ขอบอกครับว่า “รักหนังเรื่องนี้จุงเบย “