Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies

บานรักเริงสุข (1964) The Dancing Millionairess

คุณกัว (เจียงกวงเฉา, Chiang Kuang Chao) เจ้าของคณะเต้นรำกำลังต้องการเงินทุนอย่างหนัก เลยปรึกษาลูกสาววัย 19 ปีนามกัวหลิงหลิง (Landi Chang) จนได้ความคิดที่จะขอเงินสนับสนุนจากธนาคาร

จริงๆ ก็จะไม่ได้รับอนุมัติหรอกครับ แต่พอดีผู้จัดการเขาเข้าใจผิดว่า เฉินจุนม่าย (เฉินโฮ่ว, Peter Chen Hou) หนึ่งในนักแสดงเป็นแฟนเก็บของเหมยซินหยู (เล่อตี้, Betty Loh Ti) คุณหนูเจ้าของธนาคารและกิจการใหญ่โต ก็เลยทำการอนุมัติเงินทุนไป แล้วเรื่องมันก็ไปถึงหูคูณหนูเหมยครับ เธอเลยลองปลอมตัวมาสืบหาความจริงว่าตกลงเรื่องมันเป็นไงมาไง

แล้วพอเธอได้เจอกับจุนม่ายเข้าจริงๆ ความรักก็เริ่มก่อตัวขึ้นจนได้

สมทบด้วย เกาเป่าชู่ (Kao Pao Shu) เป็นคุณนายซุน, หูจินเฉวียน (King Hu) เป็นเสี่ยวลี่, หลี่คุน (Li Kun) เป็นเสี่ยวหัว 2 คนนี้คือเพื่อนของจุนม่าย, โอวหยางชาเฟย (Ouyang Sha Fei) เป็นป้าของคุณหนูเหมย, แองเจล่า หยูซิน (Angela Yu Chien) เป็นคุณเซี่ย เลขาของคุณหนูเหมย และหนังกำกับโดย เถาฉิน (Doe Ching) ครับ

จริงๆ พล็อตน่ะลงสูตรอยู่แล้ว ถ้าหนังชงดีๆ ปรุงเหมาะๆ หนังก็น่าจะโอเค แต่กลายเป็นว่าตัวหนังค่อนข้างธรรมดาครับ เริ่มจากเรื่องสำคัญอย่างความรักที่ก่อตัวระหว่างจุนม่ายกับคุณหนูเหมยที่ดูแล้วไม่รู้สึกคล้อยตามเท่าไหร่ มันไม่ค่อยมีวาระหวานหรือวาระที่ใจเชื่อมกัน จนระหว่างดูนี่ผมยังแอบถามตัวเองเลยว่าไปรักกันตอนไหนล่ะนี่ คือก็รู้ว่าเป็นหนังน่ะนะครับ แต่หนังแนวนี้หลายเรื่องมันก็เล่าเรื่องความรักได้ชวนให้คล้อยตามได้มากกว่านี้เยอะ

แล้วหนังก็ใช้เวลาไปกับการเข้าใจผิดเสียมาก แรกๆ ก็พอโอเค แต่พอผ่านไปสักพักใจก็เริ่มคิดว่าคนกลุ่มนี้นี่จะเข้าใจผิดอะไรกันนักหนา เข้าใจผิดถี่มากจนไม่รู้เหมือนกันว่าพวกพี่โตมาจนป่านนี้ได้ยังไง (5555) พวกคณะเต้นรำก็อย่างหนึ่งครับ แต่บางคนนี่เป็นนักธุรกิจนายธนาคารใหญ่อยู่นะ มันก็น่าจะมีวิธีคิดวิเคราะห์อะไรบ้าง แต่นี่คือเข้าใจไปเรื่อยกันทั้งบาง คือเข้าใจแหละครับว่าหนังตลก แต่ถ้าพี่จะเล่าเรื่องแบบไม่คำนึงถึงเหตุผลอะไรเลยมันก็ทำให้หนังโหวงอยู่นะ

อีกอย่างที่หนังค่อนข้างเน้นคือฉากเต้นรำทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมากลางๆ ครับ คือดูสวยอยู่แต่ยังสู้หนังฝรั่งไม่ได้ โดยเฉพาะมุมกล้องที่ค่อนข้างถ่ายจากระยะไกล มันเลยได้อารมณ์เหมือนเราดูละครเวทีแบบห่างๆ มากกว่า – แต่ซีนเต้นรำที่ถือเป็นไฮไลต์ก็คือตอนท้ายน่ะครับ อันนี้ยอมรับว่าทำได้ดี ดีแบบที่ถ้ทำแบบนี้ได้ทั้งเรื่องคงจะทำให้ฉากเต้นรำมีแรงดึงดูดมากกว่าที่เป็นเยอะพอสมควร

ก็สรุปง่ายๆ ว่าหนังกลางๆ ครับ ยังไม่ถึงขั้นน่าจดจำ

สองดาวครับ

(6/10)