เจ้าจิ้งจก (เยี่ยหัว, Yueh Hua) คือจอมโจรที่ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน ผู้คนมากมายเทิดทูนเขา แต่สำหรับตำรวจแล้วเจ้าจิ้งจกคือผู้ร้ายที่ทางการต้องจับกุม
ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าจิ้งจกก็คือเจิ้นหลง ตำรวจท่าทางไม่เอาอ่าวและติดอ่าง แต่สิ่งที่ใครต่อใครก็รู้กันไปทั่วก็คือ สารวัตรเฉินฉิว (หลอลี่, Lo Lieh) เปิดบ่อนและทำสิ่งชั่วร้ายเอาไว้มาก และเมื่อถึงเจ้าจิ้งจกกับสารวัตรก็ต้องปะทะกันขั้นเด็ดขาด
สมทบด้วย เฉินเป่าจู (Connie Chan) เป็นหยูเสี่ยวจี๋, หยางฉีอิง (Yang Chih Ching) เป็นหยูเทียนเปียว ปู่ของเสี่ยวจี๋ซึ่งเป็นตำรวจด้วย, เจิ้งคังเย่ (Cheng Kang Yeh) เป็นหยูเสี่ยวฝูเพื่อนของเจิ้นหลง, กู้เหวินจง (Ku Wen Chung) เป็นผู้การเจี่ย, เสิ่นเตี้ยนเสีย (Lydia Shum) เป็นภรรยาผู้การเจี่ย, อู๋หม่า (Wu Ma) เป็นเสี่ยวซัน, หม่าเจี้ยนถัง (Ma Chien Tang) เป็นเถ้าแก่จินไป๋อี้ หุ้นส่วนของสารวัตร
หยูเฟิง (Yu Feng) เป็นเสี่ยวฟ่ง ผู้หญิงที่โดนพี่พามาขัดดอก, จงหัว (Tsung Hua) เป็นอาไฉ คู่หมั้นของเสี่ยวฟ่ง, โอวหยางชาเฟย (Ouyang Sha Fei) เป็นภรรยาท่านกงสุลญี่ปุ่น, หวังชิงเหอ (Wong Ching Ho) มาเป็นผู้เฒ่าที่เจิ้นหลงช่วยเอาไว้ตอนกลางเรื่อง ส่วนหนังเขียนบทและกำกับโดย ฉู่หยวน (Chor Yuen) ครับ
ตอนแรกก็นึกว่าหนังจะมาแนว Robin Hood หรือ Zorro ที่เราจะได้เห็นตัวเอกปล้นคนรวยช่วยคนจน ซึ่งพล็อตมันก็ใช่แหละครับ แต่กลายเป็นว่าเจ้าจิ้งจกปรากฏตัวจริงๆ แค่ไม่กี่หน และได้สำแดงฝีมือจริงๆ ก็ไม่เยอะ ไปๆ มาๆ เราจะได้ยินคนพูดถึงเจ้าจิ้งจกมากกว่าจะได้เห็นตัวจริงซะอีก
และไปๆ มาๆ คนที่ดูเด่นสุดในเรื่องกลับเป็นหยูเสี่ยวจี๋ นางเอกของเรื่องที่เราจะได้เห็นลีลาพะบู๊ของเธอ รวมถึงวีรกรรมสู้คน ถึงขั้นบุกเดี่ยวไปฟัดกับคนของเถ้าแก่จินแบบไม่กลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม ส่วนคนที่เด่นรองลงมาก็คือหลอลี่ในบทสารวัตร รายนี้ยามเล่นบทร้ายก็ร้ายได้โล่ห์ ซ้ำยังเป็นวายร้ายที่ฉลาดและหัวไวไม่เบาอีกด้วย
ส่วนเยี่ยหัวในบทตัวเอกดูจะมีบทบาทน้อยกว่าครับ เอาแค่ฉากบู๊นี่ผมยอมรับเลยว่าผมติดตากับการบู๊ของเฉินเป่าจูมากกว่าเสียอีก ไหนจะแผนของเป่าจูในการช่วยเจ้าจิ้งจก ยอมรับเลยครับว่านางเอกเรื่องนี้นี่เข้าขั้นยอดหญิงจริงๆ
สำหรับตัวหนังก็ถือว่าเรื่อยๆ ครับ ในแง่ความสนุกผมมองว่ากลางๆ เพราะหนังใช้เวลาไปกับฉากประเภท “ยืดเรื่อง” ไม่น้อยเหมือนกัน อย่างตอนต้นตรงฉากในบ่อนที่เจิ้นหลงไปเล่นเพื่อแก้มือให้กับเสี่ยวซัน ฉากนั้นก็กินเวลาไปเป็นสิบนาที ไหนจะช่วงกลางตอนที่สารวัตรพยายามจะจับตัวเจ้าจิ้งจกให้ได้กลางคฤหาสน์ของท่านผู้การ ฉากนั้นก็กินเวลาไปอีกไม่น้อยเหมือนกัน เอาแค่ตอนสารวัตรขานชื่อนี่ก็หลายนาทีแล้ว กลายเป็นว่าฉากนั้นแทนที่จะดูลุ้น (ว่าเจิ้นจงจะโดนจับได้ไหม) มันกลับออกแนวยืดไปน่ะครับ ซึ่งหนังก็เสียพื้นที่กับอะไรแบบนี้ไปไม่น้อยเหมือนกัน
แต่หนังจะมาเวิร์คจริงๆ ก็ตอนบู๊ช่วงไคลแม็กซ์น่ะครับ ฉากฟัดตอนท้ายถือว่าทำออกมาได้มันส์พอตัว แล้วหนังก็เสริมความขลังให้ฉากนั้นด้วยภาพต้นไม้หลากสี แม้จะดูไม่ใช่ของจริงไปบ้างแต่ก็ทำให้ฉากนั้นดูเข้าท่าไม่เลว
โดยรวมผมเลยรู้สึกกับหนังในระดับกลางๆ ครับ คือยังไม่ถึงขั้นดี ไม่ถึงขั้นน่าจดจำ แต่ก็ได้ฝีมือของเฉินป่าจูและหลอลี่มาช่วยไว้ ไหนจะเยี่ยหัวและหยางฉีอิงอีก ก็ช่วยกันประคองหนังได้ไม่เลว เพียงแต่มันยังไม่ถึงขั้นสนุกเท่านั้นแหละ
สองดาวหน่อยๆ ครับ
(6/10)
หมวดหมู่:Action, Chinese/Hong Kong/Taiwan Movies, Comedy, Crime, Kung Fu, Martial Arts, Movie Reviews












