Action

ศึกยุทธจักรหงส์บิน (1977) The Sentimental Swordsman

Untitled07200

ศึกยุทธจักรหงส์บิน ก็คือ ฤทธิ์มีดสั้น ลี้คิมฮวง ครับ ได้ตี้หลุงมารับบทลี้คิมฮวง แล้วก็ได้เอ๋อตงเซินมาเป็นอาฮุย

เนื้อเรื่องหลักๆ ก็คือยุทธภพกำลังวุ่นวายเพราะโจรดอกเหมยออกอาละวาด ลี้คิมฮวงเลยเดินทางมาเพื่อจะช่วยปราบ แต่ไปๆ มาๆ ชาวยุทธกลับเข้าใจไปว่าลี้คิมฮวงนี่แหละคือโจรดอกเหมย พี่ลี้ของเราเลยต้องหาทางพิสูจน์ตนเองรวมทั้งกระชากหน้ากากโจรดอกเหมยตัวจริงออกมาให้ได้

หนังรวมดารามาแบบคับคั่งครับ นอกจากตี้หลุงและเอ๋อตงเซินก็ยังมีจิงลี่ในบทหลินเซียนเอ๋อ สตรีที่ประกาศจะแต่งงานกับใครก็ตามที่ปราบโจรดอกเหมยลงได้, เยี่ยหัวเป็นเล่งเซียวฮุ้น ผู้มีคุณของพี่ลี้ที่พี่ลี้ถึงขั้นยกคนรักของตนให้เพื่อแทนคุณ (ขออนุญาตชี้แจง ณ จุดนี้ว่า ผมทราบครับว่าตามหลักแล้วตัวละครนี้ควรจะชื่อ เล้งโซ่วฮุ้น ในขณะที่ตามนิยายนั้น เล้งเซียวฮุ้น คือคนลูก แต่ตามบทพากย์ไทยแล้วเขาเรียกว่าเล่งเซียวฮุ้นครับ ผมเลยขอใช้โดยอิงตามบทพากย์ไว้ก่อน ซึ่งหากสร้างความสับสนให้กับท่านที่เคยอ่านนิยาย ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับ)

ฉีเส้าเฉียนเป็นบุรุษขลุ่ยเหล็ก และหวีอันอันเป็นลิ้มซีอิม คนรักเก่าของพี่ลี้ที่ตอนนี้กลายเป็นภรรยาของเล่งเซียวฮุ้น, กุ๊ฟง เป็น จ้าวเจิ้งอี้ นอกจากนี้ก็ยังมีดาราหน้าคุ้นอย่างหยวนหัว, เฝิงเค่ออัน และกู้กวนจงโผล่มารับบทสมทบกันคนละนิดละหน่อยครับ

ตัวหนังจัดว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ ยอมรับเลยว่าที่รู้สึกเพลินก็เพราะเหล่าดาราที่แสดงกันได้อย่างพอเหมาะ แล้วก็งานฉากที่หลายตอนก็จัดว่าสวยอยู่ สำหรับพี่ลี้ฉบับตี้หลุงนี้ก็อาจจะต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ อยู่บ้างตรงที่พี่เขาไม่ค่อยจะดูอมทุกข์และอมโรคมากนัก ดูเผินๆ บางทีนี่ให้อารมณ์ชอลิ้วเฮียงด้วยครับ ยิ่งตอนสู้ใช้พัดนี่ยิ่งเหมือนเลย ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนเผื่อใครติดภาพมาจากเวอร์ชั่นอื่นๆ ที่พี่ลี้มักจะดูทุกข์ตรมและหนักสุรา ก็จะได้ปรับรับกับพี่ลี้เวอร์ชั่นนี้ซึ่งก็ดูองอาจไปอีกแบบ

คิวบู๊ก็ดูมันส์ตามมาตรฐานครับ ส่วนเนื้อเรื่องก็ผสมกันระหว่างหนังผจญภัยเผชิญเหลี่ยมในยุทธภพ บวกด้วยการตามล่าตัวตนที่แท้จริงของโจรดอกเหมย ซึ่งเนื้อเรื่องก็ซับซ้อนใช้ได้ และสิ่งหนึ่งที่รู้สึกคือหนังนำเสนอภาพชาวยุทธในเรื่องเป็นเหมือนพวกตามแห่ตามกระแสน่ะครับ ประเภทใครเสียงดังว่าแบบไหน กระแสความเชื่อก็จะไหลไปทางนั้น ไม่ใคร่จะไตร่ตรองคิดคำนึงถึงเหตุผลกันสักเท่าไร

Untitled07201

สารภาพเลยว่าตอนหลังๆ พอใครพูดประโยคอย่าง “เจ้าคือโจรดอกเหมย” หรือ “เจ้าคือคนร้าย” พร้อมชี้มือไปที่ชาวบ้านนี่ผมจะรู้สึกฮาอยู่ลึกๆ เหมือนเป็นการจิกกัดความตื้นเขินของเหล่าชาวยุทธได้อย่างน่าสนใจเหมือนกัน

และท่ามกลางคนที่ไหลไปตามความเชื่อและกระแสนั้น พี่ลี้ของเราจะมาในแนวหนักแน่น เวลามองอะไรก็จะมองแบบรอบด้าน คิดอะไรก็จะคิดให้ลึก วิเคราะห์อะไรก็จะใช้หลักฐานแวดล้อมและเหตุผลมาประกอบ อะไรเหล่านี้ทำให้พี่ลี้ของเราดูสมเป็นตัวเอก เพียงแต่ภาพบางอย่างอาจไม่ตรงตามความรู้สึกของคนที่เคยอ่านนิยาย – อันนี้ก็ไม่แปลกครับ หนังเขาดัดแปลงมาน่ะ ย่อมมีทั้งส่วนที่ตรงและไม่ตรง ยิ่งจินตนาการของคนอ่านก็มีความแตกต่างด้วย ก็แล้วแต่จะตีความกันไป – ส่วนผมเลือกเสพตามที่หนังเขานำเสนอ ถ้ามันไม่ได้ขัดใจหนักๆ ก็พอรับได้

เอ๋อตงเซินก็ดูเป็นอาฮุยที่เย็นชา มีความมุทะลุอยู่บ้าง แต่น่าสังเกตว่าอาฮุยเวอร์ชั่นนี้จะไม่ใช้อารมณ์และไม่หลงไปกับอะไรง่ายๆ (โดยเฉพาะกับสตรีที่มีมารยา) ซึ่งถ้าว่าตามนิยายก็อาจรู้สึกไม่เหมือนอาฮุยในหน้ากระดาษ แต่ถ้าดูจากที่หนังนำเสนอ ก็อาจคิดได้ว่าไหวพริบของอาฮุยมีอะไรที่น่าศึกษานำไปปรับใช้ในชีวิตอยู่เหมือนกัน

ชอบตอนที่อาฮุยพูดว่า “ยุทธภพก็เป็นแบบนี้ ดาบใครเร็ว คนนั้นก็มีเหตุผล” เป็นการจิกกัดตบหน้าเหล่าชาวยุทธได้แบบสะใจใช้ได้

ก็ถือเป็นหนังที่ดัดแปลงจากงานของโกวเล้งที่ไม่เลวครับ ดูได้เรื่อยๆ สะท้อนทั้งด้านสว่างและด้านมืดของเหล่าชาวยุทธ (ที่บางทีก็เชื่ออะไรง่ายดายเหลือเกิน)

แต่ก็ต้องสารภาพตามจริงว่าแม้จะดูแล้วเพลิน ดูแล้วโอเค แต่ในแง่ความชอบยังไม่ถึงกับเยอะครับ อาจเพราะดีกรีความน่าติดตามยังไม่มาก หนังยังเดินเรื่องแบบเรื่อยๆ ไปตามสไตล์หนังเก่า แต่จริงๆ จะบอกว่าเพราะเป็นหนังเก่าเลยเดินเรื่องไม่เร้าใจก็ไม่น่าใช่ เพราะหนังเก่าหลายเรื่องที่เดินเรื่องแบบชวนให้ติดตามและดูสนุกเร้าใจก็มีอยู่ – เอาเป็นว่าเรื่องนี้ดูสนุกตามสไตล์หนัง Shaw Brothers เพียงแต่ความเข้มข้นเร้าใจในการเดินเรื่องอาจยังไม่เยอะเท่านั้นครับ

สองดาวกว่าๆ บวกๆ ครับ

Star21

(6.5/10)