รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Ricki and the Flash (2015)

e25cc6b5049f98e935b91d7cce5851de.jpg

หนังเรื่องนี้อาจไม่ได้สมบูรณ์เจ๋งเป้งอะไรมากมายนะครับ และหากพิจารณาจากดารานำอย่าง Meryl Streep และ Kevin Kline แล้ว ก็ไม่แปลกหากจะทำให้เกิดความคาดหวังในระดับหนึ่ง

แต่สำหรับผมแล้ว แม้หนังจะไม่เด็ดขาดเต็มร้อย แต่ก็ถือเป็นหนังสนุกดูเพลินให้อารมณ์เหมือนหนังดราม่าผสมตลกยุค 90 ที่ทำออกมาง่ายๆ แต่ก็ดูเพลินพอสนุกได้เหมือนกัน

Streep รับบท ริคกี้ สาวใหญ่ขาร็อคที่ตระเวนแสดงคอนเสิร์ตของเธอไปทั่วสารทิศ ซึ่งการที่เธอทำตามความฝันนี้ก็ส่งผลให้เธอต้องเลือกที่จะทิ้งครอบครัวเธออันได้แก่สามีและลูกไว้เบื้องหลัง ซึ่งก็แน่ล่ะครับว่าความรู้สึกทั้งของเธอและของครอบครัวนั้นย่อมไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีต่อกันแน่ๆ

อยู่มาวันหนึ่งเธอก็มีเหตุให้ต้องกลับมาเจอกับครอบครัวอีกครั้ง (เนื่องในโอกาสที่ลูกสาวมีปัญหาอย่างหนัก) และเธอก็พบว่านี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่เธอจะแก้ตัวด้วยการทำอะไรสักอย่างที่ดีๆ ให้กับครอบครัวของเธอ

ว่าตามจริงบทหนังไม่ได้เข้มอะไรมากครับ พล็อตวางไว้อย่างหลวมๆ แล้วก็ปล่อยให้ดาราสำแดงฝีมือกันไป ให้สถานการณ์นำพาไปจนจบเรื่อง ดังนั้นมันอาจจะไม่ได้มาพร้อมสาระที่ลึกซึ้งหรือแง่คิดแบบเข้มข้นอะไร แต่ก็อย่างที่บอกน่ะครับ สไตล์หนังมันเหมือนหนังชีวิตผสมตลกยุค 90 ของฮอลลีวู้ด ที่สมัยนั้นยังไม่เน้นความลึกซึ้งของบทเท่ากับระยะหลังๆ แต่จะเน้นดาราและความสนุกดูเพลินเป็นหลักมากกว่า

อาจเพราะผมเองก็เป็นคนยุค 90 น่ะครับ พอเจอหนังสไตล์นี้เข้าไปก็เลยรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า ที่แม้เพื่อนเก่าคนนี้จะไม่ได้คมเข้มเปี่ยมคุณค่าเท่าหนังสมัยใหม่หลายๆ เรื่อง แต่รสชาติหอมมันเพลินลิ้นที่หนังมอบให้ มันก็ทำให้เราพอจะเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวและการเดินเรื่องแบบนี้ได้

หนังกำกับโดย Jonathan Demme หนึ่งในผู้กำกับหนังที่ดังมากมายในยุค 90 (เขาได้ออสการ์จาก The Silence of the Lambs) ทำหนังเรื่องนี้แบบเบาๆ ครับ จริงๆ พี่แกน่ะทำหนังเข้มหรือลึกน่ะได้นะ อย่าง Philadelphia หรือ Beloved เป็นต้น แต่สำหรับเรื่องนี้ผมก็ไม่รู้ว่ามือแกดร็อปลงหรือเขาตั้งใจทำหนังออกมาแบบไม่หนักมากกันแน่ แต่กระนั้นก็อย่างที่ผมย้ำนั่นแหละครับ มันก็ดูได้เรื่อยๆ สนุกในแบบของมัน ไม่ล้ำลึกแต่ก็ไม่ได้เลวร้าย

หนังได้พลังดาราเป็นตัวพยุงสำคัญเลยครับ ด้านบทก็ไม่เด่นอะไรนัก หากดูคร่าวๆ แล้วก็ชวนให้นึกถึง The Royal Tenenbaums ที่ผมว่าแก่นหลักมาทางเดียวกันนะ นั่นคือการที่ตัวละครในครอบครัวพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ความผิดพลาดที่ตนเคยก่อ และทำให้ครอบครัวที่เคยถูกเขา (หรือเธอ) ทอดทิ้งได้รับสิ่งดีๆ จากเขาบ้าง เพียงแต่เรื่องนั้นจะทำได้ครบเครื่องและกลมกล่อมกว่าเท่านั้นเอง

ผมรู้สึกโอเคกับหนังครับ ดาราเล่นได้เรื่อยๆ มีฉากง่ายๆ ที่สื่อความหมายได้เข้าท่าหลายฉากอยู่เหมือนกัน (ผมชอบฉากสรุปจบมากๆ น่ะครับ คือมันดูเหมือนลงสูตรนะ แต่มันดูงดงามตามท้องเรื่องในแบบของมัน)

ระหว่างดูหนังก็สะกิดให้คิดถึงคำว่าครอบครัวและความรับผิดชอบเหมือนกันนะครับ หนังชวนให้เราทบทวน 2 คำนี้ดีๆ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป อย่างการตัดสินใจของริคกี้นั้น หากมองในแง่ความฝันมันก็เป็นการตัดสินใจที่ดูกล้า ดูสตรอง และดูเท่ห์ดี แต่ถ้าถามคนในครอบครัวที่เธอหันหลังจากมา พวกเขาก็ย่อมมองเป็นอีกอย่างหนึ่ง

การเป็นมนุษย์นั้นไม่เคยง่ายครับ แต่กระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียเวลา หากเราจะลองพยายามทำความเข้าใจมันดู ^_^

เอาเป็นว่าใครชอบหนังชีวิตดูเพลินๆ หรือชอบป้า Meryl ที่งานนี้สวมบทร็อคเกอร์สาวได้อย่างยอดเยี่ยม (เหมือนที่เธอทำได้ดีมาเสมอ) ก็ลองชมกันได้เลยครับ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements