รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Love at the Shore (2017)

23517719_1829369910427135_3655850933058581530_n

เหตุผลหนึ่งที่ผมชอบดูหนังรักโรแมนติก ก็เพราะบางทีหนังแนวนี้จะไม่ได้มีแต่ความรักหรือเรื่องหวานๆ เพียงอย่างเดียว แต่จะมีการสอดแทรกปม ประเด็น หรือเรื่องเกี่ยวกับชีวิตให้เราได้เก็บกลับมาคิดเป็นอาหารสมองด้วย

อย่างเรื่องนี้ตัวเอกคือ เจนนี่ เทอร์เนอร์ (Amanda Righetti) นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวครับ เธอต้องทำงานพร้อมกับดูแลลูกสาวและลูกชายที่เธอรัก แต่ก็แน่นอนว่าการที่เธอต้องทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยนั้น ก็ย่อมทำให้เธอไม่สามารถทำหน้าที่แม่ได้แบบเต็มร้อย

แล้ววันหนึ่งเธอก็ตัดสินใจพาลูกๆ ไปพักตากอากาศกันที่ริมหาด ทั้งเพื่อพักผ่อนและเพื่อสร้างฟีล หาไอเดียในการเขียนหนังสือเล่มใหม่ไปในตัว

แต่แล้วเพียงวันแรกที่เธอไปอยู่ในบ้านพัก เธอก็เจอกับเรื่องไม่สบอารมณ์ เมื่อเพื่อนบ้านข้างห้องคือหนุ่มนักวินด์เซิร์ฟ ลูคัส แม็คคินนอน (Peter Porte) ซึ่งพ่อหนุ่มคนนี้ก็ชอบทำเท่ห์ ทำตัวรักสนุกตามใจแบบออกหน้าออกตา จนกลายเป็นขวางหูขวางตาเจนนี่ไปซะงั้น

กระนั้นก็คงพอเดากันได้ใช่ไหมครับ ตอนแรกน่ะมันต้องเป็นพ่อแง่แม่งอนกันตามสูตร ก่อนที่จะเริ่มเห็นข้อดีของกันและกัน และกลายเป็นมาเติมเต็มชีวิตให้กันในเวลาต่อมา

สำหรับตัวหนังก็ถือว่าดูสนุกแบบพอเหมาะครับ อาจไม่ได้สนุกอะไรมากมาย หรือเรื่องวิวที่ผมมักจะยกมาพูดบ่อยๆ นั้น สำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีวิวงามอะไรขนาดนั้น ยกเว้นใครชอบบรรยากาศริมหาดก็เรื่องหนึ่ง เพราะเรื่องนี้เหตุไปเกิดที่ริมหาดเป็นหลัก

แต่จุดที่ผมชอบคือการที่พระเอกนางเอกในเรื่องมีการเติมเต็มให้กันครับ อย่างตัวเจนนี่เอง เธอคือคุณแม่เรือพ่วงที่บางครั้งก็ไม่มีเวลาให้ลูก หรือไม่ก็จะไม่เข้าใจลูกสักเท่าไร โดยเฉพาะลูกชายวัยกำลังซน กำลังอยากรู้อยากลอง

แล้วไปๆ มาๆ ลูคัสนี่แหละครับที่มาเติมเต็มจุดนี้ เพราะเขาคือนักผจญภัยอยู่แล้ว เลยพร้อมจะแนะนำแนะแนวให้ลูกของเจนนี่รู้จักคว้าโอกาส รู้จักกล้าที่จะลอง รวมถึงกล้าที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจ กล้าประกาศความต้องการของตัวเองออกมาให้โลกรู้

ส่วนลูคัสเองจากที่เป็นหนุ่มรักอิสระ ทำอะไรตามใจ พอมาเจอคุณแม่คนแกร่งอย่างเจนนี่และลูกๆ ของเธอ เขาก็เริ่มตระหนักว่าจริงๆ แล้วทุกสิ่งล้วนมีขอบเขตของมัน และหลายสิ่งก็มีบริบทแตกต่างกันไป

ดังนั้นการจะเอาสิ่งที่เขาคิดไปสรุปรอบแบบครอบจักรวาลก็ใช่เรื่อง มันต้องรู้จักประสานสิ่งที่เราเป็นเข้ากับสิ่งที่โลกหรือคนอื่นๆ เป็น แบบนั้นมันถึงจะไปกันได้ แบบนั้นถึงจะอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข

การดูหนังแบบนี้ก็สอนใจพ่อแม่ได้เหมือนกันครับ บางครั้งเราก็ต้องมาชั่งตวงวัดว่าเราเลี้ยงดูลูกของเราอย่างไร เราสอนลูกของเราอย่างไร บางทีเราก็สั่งเพราะอยากให้เขาทำตาม หรือดุให้เขากลัว มากกว่าจะพยายามสอนให้เขาเข้าใจเหตุผล ซึ่งอะไรเหล่านี้จะมีผลต่อลูกเสมอ และหากเราไม่ปรับในบางจุด สุดท้ายมันอาจกลายเป็นช่องว่างระหว่างเรากับลูกแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึงก็ได้

เป็นหนังง่ายๆ ที่ดูแล้วสบายใจครับ ครบทั้งรสรักแบบผู้ใหญ่ (นั่นคือไม่หวานมาก แต่จะเน้นเรื่องความเข้า-ไม่เข้ากัน) และประเด็นชวนคิดสำหรับเรื่องชีวิตครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements