Action

John Wick (2014) จอห์น วิค แรงกว่านรก

JohnWick001

John Wick เป็นหนังรัวกระสุนที่สะใจมากเรื่องหนึ่งครับ ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ

ช่วงต้นเรื่องผมว่าเวิร์กกว่าที่คิด คือรู้เนื้อหาหลักๆ อยู่แล้วครับว่า จอห์น วิค (Keanu Reeves) คือมือปืนพระกาฬระดับตำนานที่ล้างมือไปใช้ชีวิตกับหญิงที่รัก แต่แล้วเธอก็เสียชีวิต ทว่าแม้จะจากไปเธอก็ยังห่วงจอห์น เลยมอบน้องหมาตัวน้อยไว้ให้เป็นเพื่อนจอห์น

แล้วเรื่องก็มาเกิดเพราะมีลูกเจ้าพ่อไปหาเรื่องจอห์นและฆ่าน้องหมาจนตาย… งานนี้จอห์นเลยหวนคืนเป็นนักฆ่า ตามล่าพวกเลวที่ฆ่าหมาของเขา

พล็อตดูเหมือนไม่มีอะไรนะครับ แต่จัดว่าสมเหตุสมผลในแบบของมัน การที่จอห์นมาไล่ฆ่าล้างบางเพราะน้องหมาหนึ่งตัว สำหรับบางคนอาจมองว่ามันจะอะไรนักหนา ก็แค่น้องหมาตัวเล็กๆ แต่สำหรับจอห์นแล้ว มันคือโลกทั้งใบ มันคือของดูต่างหน้าภรรยา มันคือสิ่งที่ย้ำเตือนเขาว่า “เขายังสามารถใช้ชีวิตบนเส้นทางคนธรรมดาได้นะ ไม่ต้องหวนไปฆ่าใครอีกนะ”

แต่แล้วดันมีพวกบ้ามาทำเลวๆ กับเขาขนาดนั้น ก็เลยโดนจัดไปครับ ซึ่งผมว่าหนังลำดับเรื่องราวได้ดีทีเดียว ตอนต้นแม้จะออกแนวช้าๆ ดราม่าๆ แต่ก็ดูได้อารมณ์ไม่เลว อาจไม่ทำให้คนดูอินถึงขั้นช่วง 20 นาทีแรกของ Taken แต่ก็นับว่าน่าพอใจสำหรับหนังแอ็กชันแบบนี้

ครั้นพอถึงตอนพวกนั้นมาหาเรื่องจอห์น เรื่อยมาจนถึงตอนที่วิญญาณนักฆ่าของจอห์นตื่นแบบเต็มตัว โทนหนังมันเข้าท่าน่ะครับ อารมณ์เหมือนตอนคบเพลิงโอลิมปิกค่อยๆ ติดไฟขึ้นมา (คบเพลิงอันบักเอ้กที่นักกีฬาต้องวิ่งไปจุดน่ะครับ) เหมือนดีกรีความเทพของจอห์นค่อยๆ แผ่ซ่าน รัศมีการฆ่ากำลังก่อตัวในเมืองแห่งนั้น

แล้วไหนจะการแสดงของดาราแต่ละเจ้าที่ผลัดกันเล่าตำนานของจอห์นให้คนดูปะติดปะต่อ เห็นความเทพของจอห์นเป็นรูปเป็นร่างทีละน้อย แหม มันได้ใจแท้ๆ ครับ

ครั้นพอถึงฉากยิงกันสู้กันก็มันส์ดีล่ะครับ แม้ลีลาการสาดกระสุนของ Reeves อาจไม่ถึงกับพริ้วแบบ 100% แต่ก็เด็ดขาดไม่ต่ำกว่า 85% ล่ะครับ ดูแกเทพจริง เด็ดขาดจริง จนทำให้หนังความยาวประมาณ 100 นาทีเรื่องนี้ดูได้เพลินและมันส์ได้ตลอดๆ

จุดที่ชอบต่อมาคือโทนสีครับ หนังเล่นโทนสีได้ดี นอกจากจะทำให้ฉากต่อสู้ออกมาสวยแล้ว ยังเล่นสื่ออารมณ์ได้เจ๋ง ตัวฉากเองก็ได้อารมณ์ประหนึ่งภาพในการ์ตูน Comic น่ะครับ มุมกล้องนับว่ารับการสไตล์ฉากบู๊ได้พอเหมาะ เรียกว่าในแง่แอ็กชัน หนังมันส์แล้วมันส์เล่า มันส์แล้วมันส์อีกจริงๆ

ขอยกนิ้วให้ 2 ผู้กำกับ Chad Stahelski และ David Leitch ครับ ร่วมกันทำหนังได้ลงตัวมากๆ ซึ่งพวกเขาก็รู้จักกับ Reeves มาตั้งแต่สมัยทำ The Matrix แล้วครับ (ทำหน้าที่เป็นสตันท์น่ะครับ) ส่วนเรื่องนี้ก็เป็นงานกำกับชิ้นแรก ทำได้ขนาดนี้นับว่าแจ๋วครับ

อีกอย่างที่ผมว่าเข้าท่า คือบทสรุปของแต่ละตัวละครที่มีเหตุผลของมันนะครับ คนนั้นตายเพราะแบบนี้ คนนี้ตายเพราะเหตุนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกติกา (แบบเจ้าพ่อๆ) และที่น่าสนใจคือตัวละครส่วนใหญ่ที่ต้องลงเอยด้วยความตายนั้น พวกเขาตายแบบยอมรับในชะตากรรมตน คือรู้ว่าถ้าตนทำแบบนี้ก็ต้องเจอแบบนี้ ถ้าตนทำผิดกติกาแบบนี้ ก็ต้องเจอแบบนั้น ต่อให้จะมีการสู้บ้าง เอาตัวรอดบ้าง แต่ถ้าถึงที่สุดแล้ว หากตนต้องตายก็ขอตายแบบยืดอก ตายเพราะฉันรับผิดชอบในชะตาตนเองอะไรประมาณนั้น

เรียกว่ามีกลิ่นอายของเรื่อง “ศักดิ์ศรีโจร” ผสมอยู่พอสมควร แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ตัวละครที่แหกกฎจนก่อให้เกิดเรื่องร้ายต่อตนเองนั้น มักจะเป็นตัวละครรุ่นใหม่ที่จองหองถือดี จุดที่ว่านี้ก็เหมือนจะสะท้อนอะไรบางอย่างอยู่ในทีนะครับ

Michael Nyqvist ตัวร้ายจาก Mission: Impossible – Ghost Protocol ก็มาสวมบทเป็นเจ้าพ่อประจำเมืองได้ดี บารมีถึง เช่นเดียวกับ Willem Dafoe ที่ทำให้บท มาร์คัส เพื่อนร่วมวงการนักฆ่าของจอห์นดูมีสีสัน, Ian McShane แม้จะมาน้อย แต่รัศมีความเก๋านับว่าถึงกึ๋น, Lance Reddick (Fringe) ก็เพิ่มโทนแปลกๆ ให้เรื่องราวได้ไม่น้อย รายนี้มารับบทผู้จัดการโรงแรมน่ะครับ แววตาท่าทางแกดขลังมากๆ และ John Leguizamo ที่มาแค่แป๊บเดียว แต่ก็อุ่นเครื่องความน่าสนใจให้กับหนังได้อย่างน่าปรบมือ

แอบเสียดายเล็กๆ ที่หนังโกยเงินไปไม่มาก แม้จะกำไรเห็นๆ แต่ก็รู้สึกว่าน่าจะโกยได้มากกว่านี้ (หนังโกยทั่วโลกไป $70 ล้าน จากทุน $20 ล้านครับ) แต่เชื่อว่าคอหนังแอ็กชันส่วนใหญ่ก็คงให้การต้อนรับอย่างสนุกสนานล่ะครับ ของเขามันส์ออก

ดูได้เลยครับ มันส์จริงอะไรจริง ไม่ผิดหวัง ^_^

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements