แนนซี่ ดรูว์ นี่คือชื่อที่นักอ่านผู้รักวรรณกรรมเยาวชนต้องเคยได้ยินกันมาบ้างล่ะนะครับ เพราะเป็นวรรณกรรมอมตะที่ก่อกำเนิดครั้งแรกเมื่อปี 1930 โดยนักเขียนที่ชื่อ Mildred Wirt Benson แต่ตอนนั้นเธอใช้นามปากกาว่า Carolyn Keene
แนนซี่ ดรูว์ นี่คือชื่อที่นักอ่านผู้รักวรรณกรรมเยาวชนต้องเคยได้ยินกันมาบ้างล่ะนะครับ เพราะเป็นวรรณกรรมอมตะที่ก่อกำเนิดครั้งแรกเมื่อปี 1930 โดยนักเขียนที่ชื่อ Mildred Wirt Benson แต่ตอนนั้นเธอใช้นามปากกาว่า Carolyn Keene
นี่คืองานบู๊เต็มตัวเรื่องแรกที่ Brandon Lee ทายาท Bruce Lee แสดงนำเดี่ยวในฮอลลีวู้ดนะครับ
หนังบู๊ตำรวจคู่หูต่างชาติต่างลีลาครับ รายหนึ่งคือจ่าคริส เคนเนอร์ (Dolph Lundgren) ตำรวจพะบู๊แห่งอเมริกันกับจอห์นนี่ มูราตะ (Brandon Lee) มือปราบสัญชาติเอเซียที่ต้องมาจับมือกันถล่มองค์กรลับยากูซ่าญี่ปุ่นที่แฝงกายเข้ามาก่อการร้ายในแผ่นดินอเมริกา
นี่ก็เข้าข่ายหนังที่ผมไม่ได้สนใจอะไรก่อนดู แต่พอได้ดูเท่านั้นแหละ ถึงแก่ความมันส์
ผมเป็นคนหนึ่งนะครับที่สนุกสนานเมามันส์ไปกับการคลิ้กขวาในเกม Max Payne ทั้งสองภาค เกมบ้าอะไรก็ไม่ทราบ ยิงได้มันส์ ยิงได้เท่ห์ เล่นไปได้อารมณ์เหมือนลงไปเป็นแม็กซ์ เพย์นซะเอง (บางรอบชอบสโลว์แล้วหมุน เล่นเอาสายเมาส์บิดแล้วบิดอีก อิอิ สะใจดีครับ)
ตามปกติหนังที่มีข่าวลือว่าผู้กำกับกับนักแสดงไม่กินเส้นกันมักจะออกมาไม่ใคร่จะลงตัวอย่างที่เขาว่า เพราะจังหวะหนังจะขาดความกลมกล่อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ยิ่งหนังอันไหนที่นักแสดงเกิดมีอิทธิพลจนสามารถถีบผู้กำกับออกจากเก้าอี้แล้วเอาหนังมาตัดต่อเอง กรณีหลังนี่ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ เละเทะไปหลายเรื่องแล้ว… แต่กับ Payback คงเป็นข้อยกเว้นหนึ่ง
หนังบู๊แนวคู่หูอีกแล้วครับ แต่เนื้อเรื่องมีดัดแปลงให้มันแตกต่างออกไปหน่อย Wesley Snipes กับ Woody Harrelson รับบท จอห์น กับ ชาร์ลี ที่มีหน้าที่เฝ้าระวังความเรียบร้อยในสถานีรถไฟใต้ดิน สถานีคลองเตย (เอ้ย ไม่ใช่)
บางคนดูหนังเรื่องนี้เพราะได้ปู่ Sean Connery มาแสดงเป็นสิงห์เฒ่านักโจรกรรม บางคนดูหนังเรื่องนี้เพราะมี Catherine Zeta-Jones แม่สาวทรงเสน่ห์แสดงนำ… ส่วนผมนั้น ดูเพราะทั้งสองเหตุผลผสมกันนั่นแหละครับ
รู้สึกจะเป็นหนังที่มีคนดูแล้วเสียงแตกแบบชัดเจนครับ ที่ชอบก็มีบ้าง ที่ไม่ชอบเลยก็มากอยู่ ส่วนผมอยู่โซนกลางๆ แบบกระเดียดไปทางชอบครับ
จำได้ตอนหนังเรื่องนี้ออกฉาย รายได้เปิดตัวไม่ได้มากมายอะไรนะ แค่ 19 ล้านเหรียญ จนผมคิดว่าหนังคงไปไม่ได้ไกล แต่ไปๆ มาๆ ดันยืนโรงโกยไปถึง 106 ล้านเสียอย่างนั้น ในใจก็เดาว่ามันต้องมีดีบ้างล่ะครับ ถึงทำได้ขนาดนี้ เพราะปกติหนังที่อาศัยคำพูดปากต่อปากจนดันรายได้ให้ถึงร้อยล้านนี่มักเป็นหนังชีวิตหวังออสการ์อะไรโน่น ไม่ค่อยเกิดกับหนังบู๊เท่าไหร่ ก็เลยลองลิ้มดู ปรากฏว่าชอบครับ