Action

Max Payne (2008) แม็กซ์ เพย์น ฅนมหากาฬถอนรากทรชน

Layout 1 (Page 1)

ผมเป็นคนหนึ่งนะครับที่สนุกสนานเมามันส์ไปกับการคลิ้กขวาในเกม Max Payne ทั้งสองภาค เกมบ้าอะไรก็ไม่ทราบ ยิงได้มันส์ ยิงได้เท่ห์ เล่นไปได้อารมณ์เหมือนลงไปเป็นแม็กซ์ เพย์นซะเอง (บางรอบชอบสโลว์แล้วหมุน เล่นเอาสายเมาส์บิดแล้วบิดอีก อิอิ สะใจดีครับ)

พอเขาจะสร้างเป็นหนังก็ลุ้นล่ะครับ เพราะหนังสร้างจากเกมส่วนใหญ่มักออกมาแบบ ถ้าไม่เท่าทุนก็ล่องจุ๊นกันไป หายากครับที่จะทำได้สมใจเท่าเกม สำหรับผมเรื่องที่จัดว่าค่อนข้างสมประสงค์คงต้องยกให้ Silent Hill ที่แม้จะไม่ดีสุดยอด แต่อารมณ์ บรรยากาศและอะไรต่างๆ มันได้ที่

แล้วพอตัวอย่าง MP โผล่ขึ้นมาก็เริ่มมีความหวังชีวิตล่ะครับ ภาพสวย เฉียบ ประหนึ่งถอดออกมาจากเกม ผมก็นั่งนับวันรอเลยครับอยากดูอย่างยิ่ง แล้วยังได้ Mark Wahlberg มาสวมบทพี่แม็กซ์ก็จัดว่าเหมาะครับ พร้อมผู้กำกับ John Moore จาก Behind Enemy Lines แต่ผมชอบเขาจาก The Omen ฉบับรีเมกมากกว่า เพราะลีลาการถ่ายทอดเรื่องและการเล่นกับสีนี่เป็นอะไรที่ผมประทับใจมาก แล้วใน MP นั้น การเล่นแสงสี แสงเงาถือเป็นไฮไลท์หนึ่งเหมือนกัน ก็เลยคิดในใจว่า เอาล่ะ ได้คนทำเหมาะ คนแสดงเข้าท่าแล้ว ตัวอย่างยังออกมาเข้าที มันก็น่าจะดีไม่ใช่น้อยนะ

แต่ ทว่า …

โดยโครงหลักหนังก็อิงเรื่องจากในเกมครับ แม็กซ์ เพย์น (Wahlberg) นายตำรวจตงฉินที่สูญเสียภรรยากับลูกไป เพราะมีไอ้ขี้ยาเดินทางมาปาดพวกเธอถึงในบ้าน แต่แม็กซ์รู้ดีว่ามันต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน เมียและลูกเขาต้องตายด้วยเหตุผลอื่นที่เขาไม่รู้แน่ๆ

หลายปีต่อมาเขาก็พยายามตามปม จนเริ่มพบเงื่อนงำในคดีฆาตกรรมประหลาด เขาเริ่มพบสัญลักษณ์บางอย่างในตัวคนตายที่อาจจะเชื่อมโยงถึงคดีฆ่าเมียเขา แต่ก็แน่ล่ะครับยิ่งเขาเข้าใกล้ความจริงเท่าไร อันตรายก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น

เข้าเรื่องเลยนะครับ ช่วงแรกผมประทับใจหนังพอดู เพราะฉาก บรรยากาศ อารมณ์มันยกมาจากในเกมได้ดีเลยครับ และยังมีการเล่นแสงสี แดง ดำ ขาว ตัดกันอยู่ตลอด อารมณ์เหมือนเกมมาลงประทับบนแผ่นฟิล์มครับ เยี่ยมได้ใจ ดนตรีประกอบโดย Marco Beltrami กับ Buck J. Sanders ก็ทึมได้จังหวะกรึ่มๆ ใช้ได้ครับ

แหม เริ่มมาแบบนี้ก็มีความหวังขึ้นมาหน่อย น่าสนใจ แต่พอดูๆ ไปก็ต้องประสบพบเรื่องคาดไม่ถึง

… ผมหลับ …

ไม่ได้หลับกรนคร่อก แต่ก็ผงกหัวหลายรอบจนคนข้างๆ น่าจะเอะใจล่ะครับ ว่าไอ้นี่จะผงกหน้าแสดงความเข้าใจเนื้อเรื่องทำไมนักหนา (นึกแล้วก็ขำตัวเอง) ซึ่งผมนั้นไม่หลับตอนดูหนังมานานแล้วครับ ล่าสุดที่จำได้คือ The Golden Compass

แบบนี้แปลว่าหนังแน่ย่ำน่าเบื่อมากงั้นหรือ… ผมก็ไม่อยากจะว่าขนาดนั้นหรอกครับ ดูหนักเกินไปเน้อะ ว่ากันแบบพอดีๆ ดีกว่า

max_payne_ver1

นอกจากภาพสวยๆ บรรยากาศในหนังแล้ว ส่วนอื่นๆ ค่อนข้างจะไม่ถึงเครื่องครับ ช่วงต้นเดินเรื่องอืดมาก ไม่มีลูกเล่นมาดึงความสนใจได้เลย การสืบคดีก็ไม่ไปไหน วนไปวนมา นายแม็กซ์ก็ไม่ค่อยได้ใช้ปฏิภาณในการสืบคดีเท่าไร ด้านการทิ้งปมในตามเรื่องก็ธรรมดาครับ ไม่มีปมอะไรเร้าใจหรือชวนติดตามได้เลย

อีกอย่างคือตอนต้นหนังยังทำท่าเหมือนจะเป๋ๆ ไปอีก เพราะดันมีไอ้ตัวมีปีกประหลาดโผล่มา ซึ่งคนเล่นเกมอย่างผมก็งงในคราวแรกล่ะครับ มันไม่มีไอ้ตัวนี้ในเกมนะ ส่วนใครที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อนก็พาลนึกไปว่านี่มันหนังแนว Constantine รึเปล่า ผมก็ต้องรีบบอกว่าไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ มันยิงคนตามทรชนแบบทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ตีกับปีศาจ ซึ่งในเรื่องก็เป็นเช่นนั้นน่ะครับ ไม่ได้มีปีศาจสักหน่อย ส่วนไอ้ตัวมีปีกนั่นก็ไปดูกันเองนะครับว่ามันคืออะไร แต่ผมว่าถ้าหนังตัดไอ้ส่วนตรงนี้ไป ก็ไม่เสียหายครับ และผมว่าถ้าตัดประเด็นไอ้ตัวมีปีกนี่ออกไป หนังจะยิงดูมีทิศทางมากกว่านี้ด้วย

ครับ ปมงั้นๆ การสืบนับว่าเรื่อยๆ จนถึงขั้นจืด จริงๆ ถ้ามันมีแอ็กชันดีๆ ใส่ลงมาก็คงช่วยดึงความสนใจได้ครับ แต่ปัญหาคือมันไม่มี

… ผมบอกหรือยังครับว่าทั้งเรื่องมันยิงกันไม่กี่ฉาก!

อันนี้เล่นเอางงเหมือนกัน เพราะแม็กซ์ เพย์น มันมีชื่อนะครับเรื่องลีลาการแอ็กชัน บู๊ยิง ไหนจะสโลว์สาดกระสุนอีก พวกนี้ถือเป็นเครื่องหมายการค้าหนึ่งของเกมก็ว่าได้ แต่ในหนังแทบไม่มีเลยครับ ไอ้ฉากสโลว์ยิงหรือ Bullet Time น่ะ มีแค่ฉากสองฉาก และยังเป็นลีลายิงที่ธรรมดาเหลือกิน ไม่แปลกไม่ว่าครับ เพราะลีลาแบบนี้มันใช้กันเกร่อทั้ง The Matrix หรือ Wanted จะซ้ำสไตล์ก็ไม่ว่า แต่ปัญหาคือไม่มันส์ด้วยเนี่ยสิ ไม่มีอารมณ์ความสะใจเลยระหว่างยิงน่ะ

ไปๆ มาๆ ฉากที่แกยิงได้สะใจ เหมือนจะมีแค่ตอนพี่ท่านองค์ลง บุกไปยิงผู้ร้ายถึงตึกแบบแม็กซ์พิโรธน่ะครับ แค่ช่วงนั้นจริงๆ

สรุปคือ MP ไม่ใช่หนังบู๊ตามที่คาดครับ มันออกแนวสืบสวนมากกว่า ในใจก็นึกล่ะครับว่าสืบสวนก็ไม่เป็นไรขอให้น่าติดตาม แต่มันก็ไม่น่าติดตามอีก ปมงั้นๆ สืบแบบงั้นๆ

สรุปเลย … ไม่มีอะไรเลย

หรือด้านดราม่า จริงๆ หนังก็ทำได้ไม่เลวล่ะครับ ฉากที่ย้อนอดีตให้เห็นว่าแม็กซ์ต้องมาเจอภรรยาโดนฆ่าตาย แต่นอกนั้นก็ไม่ได้เน้นปมชีวิตเท่าไร

เป็นการดูหนังที่แปลกใจพอตัวครับ เพราะบทหนังมันโล่งจริงๆ เบามาก จับไม่ติดสักอย่างด้วย แต่ถ้าถามว่าหนังห่วยไหม มันก็ไม่ขนาดนั้นครับ อย่างน้อยก็มีภาพดีๆ ดาราเก่งๆ ยกขบวนมาเล่น ทั้ง Wahlberg, Beau Bridges ในบท บีบี เพื่อนพ่อที่แม็กซ์นับถือ, Chris O’Donnell อดีตหนุ่มน้อยโรบินที่แทบจำไม่ได้ มาเป็นเจสัน คอลวิน หัวหน้าของเมียแม็กซ์ที่เหมือนจะกำความลับอะไรไว้ แล้วก็ Amaury Nolasco ที่แสดงเป็นแจ็ค ลูพิโน่ได้ดีครับ แต่บทน้อยไปหน่อย

แต่รายที่คับข้องใจนิดๆ คือ โมนา แซ็กซ์ครับ ได้ Mila Kunis มาแสดง ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่าโมนาในเกมมีเสน่ห์และเซ็กซ์มาก เซ็กซ์อย่างแรงยิ่งภาคสองนี่แรงจัดของจริง แต่ในหนังกลับเซ็กซี่ไม่เยอะ โอ้ ไม่ได้หมายถึงต้องนุ่งน้อยห่มน้อยนะครับ หมายถึงหน้าตา ท่าทางอะไรต่างๆ มันน่าจะประมาณ Megan Fox แห่ง Transformers น่ะครับ ต้องระดับนั้นเลยถึงจะเหมาะกับบทโมนา (ซึ่งจริงๆ Kunis ก็เซ็กซี่พอประมาณเลยนะครับ เคยติดโผผู้หญิงเซ็กซี่กับเขาด้วย อันดับที่ 54 มั้ง แต่ในเรื่องนี่ยังแต่งได้ไม่เย้ายวนพอครับ)

อีกคนที่มาแบบรับเชิญคือ Olga Kurylenko สาวบอนด์คนล่าสุด ที่โผล่มาไม่นานในบทนาตาชา น้องสาวของโมนา (ที่ออกจะเซ็กซี่หนักกว่าโมนาซะอีก)

… ก็ .. นะครับ ความรู้สึกแรกที่ดูจบก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหนังอัดเรื่องบทให้แน่นกว่านี้ แล้วเพิ่มลีลาบู๊ที่ประชาชีชื่นชอบกันมานักต่อนักล่ะก็ หนังน่าจะได้เป็นหนังสร้างจากเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดได้ไม่ยากครับ เพราะฟอร์มดี ดาราใช้ได้ แต่ขาดบทและฉากบู๊ดีๆ ซึ่งสำคัญมากซะด้วย

อารมณ์ที่ผมมีต่อหนังเลยก้ำกึ่งครับ โอเคกับฉากและองค์ประกอบต่างๆ แต่ไม่โอเคกับบทและดูไม่มันส์ สิ่งเดียวที่คิดในใจคือ “กลับไปเล่นเกมดีกว่าเรา”

หากอยากลองก็ไม่ว่ากันครับ แต่บอกไว้ก่อนว่าอย่าไปดูโรง Digital มันไม่คุ้มหรอกครับ เพราะมันไม่มี Effect อะไรคุ้มแก่การเสียเงินไปดูโรง Digital หรอกครับ … ไม่รู้สิถ้าจะดู Digital หรือ Imax ผมว่าดู City of Ember ดีกว่า ได้อรรถรสกว่ากันเยอะ (เพราะผมเนี่ย เสียตังค์ซื้อตั๋วดู Digital หนัง MP มาแล้ว เฮ่อ)

รอดูแผ่นก็ได้ ง่ายมากครับ

สองดาวพอ

Star21

(6/10)

Advertisements