หมวดหมู่: Romantic Comedy

Maggie’s Plan (2015)

ปีนี้ได้ดูหนังที่ Greta Gerwig แสดง 2 เรื่อง (เรื่องนี้และ Mistress America) และปีหน้าก็จะได้ดูอีกเรื่องคือ 20th Century Women หนังหวังรางวัลอีกเรื่องซึ่งก็ดูจะน่าสนใจไม่ใช่น้อย

Hello, My Name Is Doris (2015)

เหตุผลในการดูคืออยากเห็นเจ้าป้า Sally Field มาแสดงในบทปล่อยแก่แบบน่ารักๆ ครับ และผมก็ไม่ผิดหวังนะ เธอเล่นได้ดีและน่ารักกำลังเหมาะทีเดียว

Committed (2014)

Committed เป็นหนังที่ชวนให้นึกถึง Before Sunrise กับ Before We Go ครับ เรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง (Orestes Sophocleous) ที่กำลังจะไปขอแฟนแต่งงาน แต่ใจจริงเขายังไม่อยากแต่งครับ แต่โดนหลายๆ อย่างกดดันให้จำต้องทำ

Life Partners (2014) กิ๊กเพื่อนรัก กั๊กเพื่อนเลิฟ

หนังไม่ดัง คำวิจารณ์ไม่เด่น และรายได้ก็ทำไปแค่ 8,265 เหรียญเท่านั้น (นี่รายได้จริงๆ นะครับ ไม่ได้ล้อเล่น) แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนใจเราหรือไม่

Me Before You (2016) มี บีฟอร์ ยู

หนังที่นักวิจารณ์ไม่ปลาบ แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ปลื้มครับ ซึ่งผมก็อยู่ในพวกหลังคือชอบหนังกับเขาเหมือนกัน รู้สึกแฮ้ปปี้ยามได้ดู และรู้สึกอิ่มเอมไปกับเรื่องราวหวานปนซึ้งแบบนี้

Blue Crush 2 (2011) คลื่นยักษ์รักร้อน 2

ภาคต่อที่มาพร้อมนักแสดงชุดใหม่ (ตามฟอร์มของหนังภาคต่อที่ทำลงแผ่นเลย) ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับภาคแรก นอกจากเป็นเรื่องของสาวน้อยที่รักในกีฬาเซิร์ฟบอร์ดเหมือนกัน

Harvest Moon (2015)

ว่าด้วยสาวสวยจากเมืองใหญ่ที่ครอบครัวของเธอกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างแรง เรียกว่าถึงขั้นล้มละลายกันเลยล่ะครับ

You Cast a Spell on Me (2015)

หนังรักโรแมนติกผสมกลิ่นอายมนตราว่าด้วย แมท (Ryan McPartlin) พ่อมดหนุ่มอนาคตไกลที่มีชื่อและเป็นที่จับตาโลกเวทย์มนต์ และกำลังจะแต่งงานกับเพื่อนสาวนามว่าลิซซี่ (Briana Lane)

Anything for Love (2016)

เรื่องนี้ชวนให้นึกถึงสูตรละครไทยเหมือนกันนะครับ เป็นหนังแนวรักโรแมนติกว่าด้วยหญิงสาวที่มีอนาคตในวงการอสังหาริมทรัพย์ นามว่าแคทเธอรีน (Erika Christensen) ที่เลขาของเธอเห็นว่าเจ้านายชีวิตดูจืดชืดไม่ค่อยมีสังคมกับเขา ก็เลยเอารูปแคทเธอรีนลงในเว็บหาคู่ แต่ใช้โปรไฟล์เป็นของเลขาแทน

Confessions of a Shopaholic (2009) เสน่ห์รักสาวนักช้อป

ผมรู้สึกดีที่ระยะหลังๆ มีหนังสไตล์ How to สอนคนให้รู้จักใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ อย่าง Yes Man ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งการดูหนังพวกนี้เมื่อมาผสมกับการคิดเพิ่มรอยหยักในสมองสักนิดก็จะทำให้เราเห็นแนวทางการใช้ชีวิตที่เหมาะควร รู้ทันใจตนและเข้าใจโลกมากขึ้น อะไรแบบนี้แหละครับถึงจะเรียกว่าคืนกำไรตอบแทนคนดู