รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Anything for Love (2016)

12801284_1169854859711980_2611967339965183555_n

เรื่องนี้ชวนให้นึกถึงสูตรละครไทยเหมือนกันนะครับ เป็นหนังแนวรักโรแมนติกว่าด้วยหญิงสาวที่มีอนาคตในวงการอสังหาริมทรัพย์ นามว่าแคทเธอรีน (Erika Christensen) ที่เลขาของเธอเห็นว่าเจ้านายชีวิตดูจืดชืดไม่ค่อยมีสังคมกับเขา ก็เลยเอารูปแคทเธอรีนลงในเว็บหาคู่ แต่ใช้โปรไฟล์เป็นของเลขาแทน

ประมาณว่าถ้าเอาตำแหน่งจริงของแคทเธอรีนใส่ลงไป ก็อาจทำให้ผู้ชายหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเป็นสาวเก่งและแกร่ง อะไรประมาณนั้นน่ะครับ

แล้วคอมพิวเตอร์ก็จับเธอไปแมทช์กับ แจ็ค (Paul Greene) ซึ่งก็บังเอิญเหลือเกินทางแจ็คก็ไม่ได้ลงอาชีพจริงในโปรไฟล์ตัวเองเหมือนกัน

พอทั้งสองได้เจอกันก็ถูกตาต้องใจกันครับ แต่ประเด็นคือทั้งคู่ต่างก็ปกปิดตัวตนที่แท้จริงไว้ แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องเปิดเผยนั้น หัวใจทั้งคู่จะยังรู้สึกต่อกันและกันได้เหมือนเดิมหรือไม่

อย่างที่ผมบอกเสมอครับ หนังรักของ Hallmark ถือว่าได้มาตรฐาน รสชาติอาจไม่อร่อยทุกนาที แต่ก็ถือว่าดูสนุก ดูเพลิน ได้รอยยิ้ม และได้อารมณ์อบอุ่น ซึ่งวันก่อนผมกับเพื่อนยังคุยกันเลยว่ายุคนี้หาหนังโรแมนติกหวานๆ ขึ้นโรงได้ยากมากๆ ประเภท Sleepless in Seattle, You’ve Got Mail น่ะไม่ได้เห็นมานานมากๆ แล้ว

แต่สำหรับผมนั้น ผมก็ยังทดแทนได้ด้วยหนังรักของ Hallmark นี่แหละครับ

ตัวหนังถือว่าดูได้เรื่อยๆ น่ารักกำลังดี Christensen ถือว่าแสดงได้ดีสำหรับบทหญิงเก่งที่ต้องเลือกระหว่างความก้าวหน้าทางการงานกับความรักที่มีต่อคนที่ใช่ ส่วน Greene ก็เล่นได้โอเคตามมาตรฐานพระเอกครับ เพียงแต่หนังดูจะเทน้ำหนักไปที่นางเอกมากกว่าเท่านั้นเอง

บรรยากาศในหนังก็ถือว่าเอื้อให้เกิดอารมณ์อบอุ่นครับ แม้หนังจะมาพร้อมแง่คิดเดิมๆ เกี่ยวกับความรัก ไม่ว่าจะการเลือกงานหรือเลือกหัวใจ หรือการรู้จักให้อภัยต่อคนที่เรารักอย่างจริงใจ เหล่านี้ถือเป็นแง่คิดที่ดูง่ายๆ เมื่ออยู่ในจอหนัง แต่เชื่อเถอะครับว่าในชีวิตจริงแล้ว แง่คิดพวกนี้ต้องเอามาปรับอีกพอสมควรเลยล่ะ กว่าจะสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเหมาะสม

เพราะชีวิตจริงมันซับซ้อนกว่าในหนังเสมอครับ ไม่ว่าหนังจะเขียนบทให้หักมุมซับซ้อนแค่ไหน แต่ทุกฉากทุกตอนมันอยู่ในความควบคุมของคนเขียน ทว่าชีวิตเราจริงๆ นั้น เราคุมจังหวะและบททั้งหมดไม่ได้หรอกครับ

ถัดจากนี้จะมีสปอยล์นะครับ แต่มันเป็นอะไรที่ผมอยากพูดถึงเพราะมันคือจุดที่ดีและน่ารักอย่างหนึ่งของหนัง ก็เลยอยากเขียนถึงเอาไว้ ณ ตรงนี้ หากใครไม่อยากทราบสามารถข้ามไปได้เลยครับ แต่มันไม่ใช่สปอยล์อะไรที่รุนแรงหรอกครับ (นี่หนังรักนะครับ ไม่ใช่หนังพี่มาโนช ^_^)

ผมชอบฉากตอนท้ายที่พอนางเอกรู้ใจตัวเองแล้วอยากจะไปหาพระเอกให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนั้นเธออยู่ในโรงพยาบาลครับ แห่งเดียวกับที่พระเอกอยู่นั่นแหละ

แต่แทนที่เธอจะรีบวิ่งหาแบบหนังรักทั่วๆ ไป ที่มักจะวิ่งๆ ตามๆ แล้วหากไม่ทันก็มีอันต้องพลัดคลาดกัน เธอกลับตัดสินใจคว้าโทรศัพท์ฉุกเฉินของโรงพยาบาล แล้วพูดความในใจให้พระเอกฟังจากตรงนั้นเลยน่ะครับ แน่นอนว่าพระเอกได้ยิน และลงเอยด้วยความรักที่สมหวังต่อกันในที่สุด

ผมว่ามันง่ายๆ แต่น่ารักดี และสื่อถึงความเป็นผู้หญิงเก่งของนางเอกด้วย คือเธอไม่ใช่นางเอกแบบเรียบร้อย แต่เธอเป็นคนฉลาด มีสมอง ซึ่งการตัดสินใจง่ายๆ ในช่วงไคลแม็กซ์นี่แหละครับที่สื่อถึงความเก่งของเธอได้อย่างดีจริงๆ

ก็หวังว่าจะมีหนังรักแบบนี้ออกมาให้ได้ยลกันเรื่อยๆ น่ะนะครับ ^_^

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

 

Advertisements