รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Hello, My Name Is Doris (2015)

14520523_1348225768541554_6729206036259351463_n

เหตุผลในการดูคืออยากเห็นเจ้าป้า Sally Field มาแสดงในบทปล่อยแก่แบบน่ารักๆ ครับ และผมก็ไม่ผิดหวังนะ เธอเล่นได้ดีและน่ารักกำลังเหมาะทีเดียว

ตอนได้ยินพล็อตแรกๆ ก็คิดล่ะครับว่าหนังจะออกมาโอเคไหม เพราะพล็อตหญิงสูงวัยชอบชายอายุน้อยกว่าแบบนี้ มันง่ายต่อการหลงทิศหรือทำออกมาแล้วไม่สนุก ดีไม่ดีอาจเกิดอารมณ์กระอักกระอ่วนด้วยหากเดินเรื่องผิดทางล่ะก็

แต่หนังเรื่องนี้ทำได้น่ารักดีครับ Field รับบท ดอริส สาววัย 60 ปีที่อยู่กับแม่มาทั้งชีวิต แล้วแม่ของเธอก็เพิ่งมาจากไปครับ ทำให้ชีวิตเธอเคว้งคว้าง ไปไม่เป็นอยู่พักใหญ่

แล้วเธอก็ได้ไปเข้าคอร์สเพิ่มพลังใจที่จัดโดยวิลลี่ วิลเลี่ยมส์ (Peter Gallagher) และนั่นทำให้เธอเกิดพลังที่จะเริ่มชีัวิตใหม่ด้วยวัย 60 นี่แหละ ซึ่งเป้าหมายเริ่มชีวิตที่ว่าคือการชนะใจ จอห์น (Max Greenfield) หนุ่มหน้าใหม่ในที่ทำงานที่อายุน้อยกว่าเธอ 30 ปีเห็นจะได้

อย่างที่บอกครับว่าพล็อตมันเสี่ยงต่ออารมณ์กระอักกระอ่วนนะ จุดสำคัญอย่างแรกคือดาราต้องเล่นให้พอดี ไม่งั้นอารมณ์มันจะเป็นคุณป้าลืมแก่ไล่จีบเด็กหนุ่ม และผลก็คือ Field ทำได้อย่างสวยงามครับ เล่นได้อย่างน่ารัก หลายฉากนี่ฮาได้ใจเลยล่ะ (อย่างฉากช่วงที่ทำกาแฟหกเป็นต้น)

Greenfield ที่หลายคนจำได้จากซีรี่ส์ New Girl ก็ลื่นไปกับบทครับ ถือว่าเล่นคู่กับ Field ได้ดี แม้บารมีของ Field จะมากอยู่ แต่เขาก็เหมือนลูกคู่ที่รับบทเคียงข้างได้ดี และในเมื่อ 2 ดารานำเล่นได้พอเหมาะแบบนี้ อะไรๆ เลยลื่นครับสำหรับหนังเรื่องนี้

ดาราสมทบในเรื่องก็เล่นกันได้เหมาะครับ อย่าง Tyne Daly ดารายอดนิยมอีกคนของหนังทีวี ก็แสดงเป็นเพื่อนสนิทของดอริส รายนี้ก็เล่นแบบนิ่งๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจมาก คือดูแล้วเชื่อนะครับว่าเธอเป็นเพื่อนที่รักเพื่อนและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเพื่อนจริงๆ เอาแค่ฉากแวะไปหาตอนท้ายๆ ก็ได้ใจแล้วล่ะ

Stephen Root ดาราเก่าแก่ที่หลายคนคุ้นหน้าแต่อาจไม่คุ้นชื่อ มารับบท ทอดด์ น้องชายของดอริสที่ตอนแรกเหมือนจะมาแนวน้องที่เห็นแก่ตัวนะ แต่พอถึงจุดหนึ่งบทนี้ก็เพิ่มอารมณ์ซึ้งเล็กๆ ให้กับหนังได้ พร้อมเผยปมบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจดอริสมากขึ้น ซึ่ง Root ก็เล่นได้ดีเช่นเคยครับ

จริงๆ ด้วยพล็อตถือว่าเล่าได้ดีนะครับ และปมของตัวละครอย่างดอริสจริงๆ ก็น่าสนใจและน่าเห็นใจ หนังเล่าให้ฟังถึงเหตุผลว่าเธอต้องดูแลแม่มาตลอด จนไม่มีเวลาให้ตัวเอง ไม่มีเวลาสำหรับความรัก ไม่มีเวลาให้ใครเลย ครั้นพอแม่จากไปเธอเลยไม่เหลืออะไรนอกจากบ้านเก่าๆ เท่านั้น

เราเลยเข้าใจได้ไม่ยากว่าการที่เธออยากมีใครสักคนนั้นมันเป็นเรื่องปกติน่ะครับ เธอก็เหมือนหญิงสาวมากมายที่อยากได้ใครสักคนมาเคียงข้าง เพียงแต่เธอมาทำมันช้าไปประมาณ 30 – 40 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งดูๆ แล้วก็อดเห็นใจเธอไม่ได้ครับ (ยิ่ง Field เล่นได้ดีก็ยิ่งเห็นใจไปกันใหญ่ และขอชื่นชมคุณสุมาลี สุธีรธรรมครับ พากย์บทนี้ได้เข้ามากๆ)

เป็นหนังตลกผสมดราม่านิดๆ ดูเพลินดีครับ หากใครอยากดูหนังเบาๆ ล่ะก็ ผมว่าเรื่องนี้ดูได้นะ น่ารักดี แต่มันอาจจะไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมากนะ ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกันว่าบทสรุปจะสรุปเรื่องราวต่างๆ ได้ครอบคลุมไหม (ประมาณว่าคลายทุกปมในชีวิตทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องการอยู่คนเดียว เรื่องน้อง) แต่สุดท้ายก็จบแบบลงสูตรครับ นั่นคือสรุปแค่เรื่องของดอริสกับจอห์นเท่านั้น

อีกสิ่งที่ชอบในหนังคือบรรยากาศครับ หนังถ่ายช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เราจะได้เห็นต้นไม้ผลัดใบเป็นสีส้มสีเหลืองกลางเมืองใหญ่ ก็ดูแปลกตาดีครับ ให้อารมณ์ “กึ่งหนาว” ได้ดีทีเดียว ^_^

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements