พันเอกเจมส์ ที คูเปอร์ (David Carradine) ลงสู่สนามรบที่เวียดนามเพื่อช่วยเชลยทหารอเมริกันกลับมา แต่แล้วเขากลับตกเป็นเชลยเสียเอง งานนี้เขาเลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยทุกคนกลับออกมาให้ได้
อย่าแปลกใจครับหากท่านดูแล้วจะนึกถึงหนัง Missing in Action (อันที่จริงในหนังเรื่องนี้ก็มีตัวละครเอ่ยคำนี้อยู่ตอนต้นเรื่อง) เพราะนี่คือหนังที่เอาบทดราฟต์ดั้งเดิมของ Missing in Action 2: The Beginning มาเปลี่ยนรายละเอียดโน่นนี่นั่นใหม่ และผู้กำกับก็คือ Gideon Amir ที่เคยอำนวยการสร้าง Missing in Action นั่นแหละ
ว่ากันทางค่าย Cannon ตอนนั้นอยากให้การลงทุนมันคุ้มค่าเงินที่สุด เลยคิดว่าไหนๆ ก็มีฉากมีพร็อพในหนัง Missing in Action 2: The Beginning อยู่แล้ว หากจะใช้งานแค่เรื่องเดียวแล้วทำลายทิ้งมันก็น่าเสียดาย สู้ปั่นบทหนังมาอีกสักเรื่องเพื่อใช้งานฉากและพร็อพเหล่านั้นอีกสักรอบก็น่าจะประหยัดงบได้ดี อีกอย่างคือช่วงนั้น Rambo: First Blood Part II ก็กำลังดัง โครงการหนังเรื่องนี้เลยถือกำเนิดครับ
สำหรับตัวหนัง ส่วนที่ผมว่าโอเคคือโลเคชั่นที่ไปถ่ายกันที่ฟิลิปปินส์ ถือเป็นโลเคชั่นที่ใช้ได้ ดูมีความสวยงามกลางป่าเขาแล้วก็ได้อารมณ์กรุ่นกลิ่นสงครามเวียดนามอยู่พอตัว หรือฉากระเบิดตูมตามก็ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่เลว ดังนั้นถ้ามองในแง่การลงทุน ผมก็เชื่อแหละครับว่าหนังเรื่องนี้คงทำให้พร็อพและงานสร้างต่างๆ มันคุ้มค่าในระดับหนึ่งแล้วล่ะ
ในแง่แอ็คชั่น แม้จะมีฉากยิง ฉากไล่ล่า ฉากผจญภัย แต่ผมว่าความมันส์มันยังไม่ค่อยไหลมา เหมือนยิงไปอย่างนั้นรบไปอย่างนั้น แต่ความสะใจ เร้าใจ หรือชวนลุ้นมันไม่ค่อยเกิดสักเท่าไหร่ ซึ่งก็พอเข้าใจได้เพราะ Amir เพิ่งกำกับเป็นเรื่องแรก จังหวะในการเล่าเรื่องและฉากตูมตามมันเลยอาจจะยังไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร

และที่ขัดใจเยอะหน่อยคือตัวเอกของเราครับ ผู้พันคูเปอร์ที่ตอนต้นเรื่องมีการเกริ่นนำกิตติศัพท์ของเขาคนนี้ในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เป็นผู้นำที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และ “ทุกคนต้องได้กลับบ้าน” แต่พอไปดูในหนังจริงๆ บางฉากมันก็แอบขัดกันน่ะครับ โอเค บางช่วงผู้พันก็ถึงขั้นยอมเสี่ยงตายไปช่วยลูกน้องกลับออกมา แต่บางช่วงเขาก็ดูจะไม่อีนังขังขอบกับความตายของลูกน้องสักเท่าไหร่ และบางครั้งผู้พันก็มูฟออนได้เร็วมาก ทั้งที่ลูกน้องเพิ่งประสบเหตุ อาจตายหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้พันสั่งให้เดินหน้าต่อทันที ระหว่างดูมันเลยรู้สึกขัดอยู่ในใจน่ะครับ
อันนี้ก็ไม่รู้ว่าพลาดตรงบทหรือตรงไหน แต่ที่แน่ๆ คือบทนี้ของ Carradine ดูไม่ค่อยน่าจดจำนัก และผมว่าผู้พันแบรดด็อกแห่ง Missing in Action ดูน่าจดจำกว่าในหลายๆ ด้าน และถ้าถามว่าใครดูดีสุดในเรื่อง ผมยกให้ Mako ที่มาแสดงในบทนายทหารเวียดนามที่คิดจะแปรพักตร์น่ะครับ รายนี้ถือว่ามีสีสันไม่เลว
และหลายช่วงหนังก็ดูไม่สมเหตุสมผลครับ อย่างตอนท้ายที่ตัวเอกจะวิ่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป ตอนนั้นมีทหารเวียดนามมากันเพียบและวิ่งกรูตามไป อารมณืเหมือนจะวิ่งตามไปจับน่ะครับ แต่พวกพี่ลืมไปหรือเปล่าว่าพวกพี่มีปืนนะนั่น ทำไมไม่ยิงสกัดล่ะ จะรอให้พวกตัวเอกวิ่งไปถึงก่อนแล้วค่อยคิดจะตั้งท่ายิงทำไม – คือรู้แหละครับว่าตามบทตัวเอกต้องรอด แต่ให้มันดูจงใจน้อยกว่านี้ก็ได้นะ
เนี่ยครับ มันจะมีจุดโหว่ให้เอ๊ะอยู่เป็นระยะ ซึ่งมันก็บั่นทอนความเพลินที่พึงมีลงไปได้เยอะเลย
โดยรวมคือหนังไม่สนุกเท่าไหร่ครับ แต่หากท่านใดโอเคกับหนังแอ็คชั่นสงครามของค่าย Cannon ล่ะก็ จะลองก็ไม่ว่าอะไรครับ อย่างน้อยงานฉากงานสร้างก็ยังพอไหว เพียงแต่ความสนุกความมันส์มันไม่ค่อยมีเท่านั้นแหละ
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
ชื่ออื่นๆ
Behind Enemy Lines
Attack Force ‘Nam
Categories: Movie Reviews, Action, Adventure, War












