นิคกี้ ฮอลสเตด (Milla Jovovich) ทหารขั้นเทพมือเก๋าต้องออกตามหาลูกสาวที่ถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไป แล้วก็เป็นที่แน่นอนว่าที่น่าห่วงน่ะไม่ใช่นิคกี้หรอกครับ แต่เป็นพวกที่จับลูกเธอไปมากกว่า
โอเค แว่บแรกที่เห็น ผมย่อมนึกถึง Taken เป็นธรรมดาครับ เพราะพล็อตมันคือถอดกันมาเลย แต่ขณะเดียวกันผมก็พยายามไม่คาดหวัง ซึ่งก็ดีแล้วล่ะครับที่เตรียมตัวมาแบบนั้น มันเลยไม่ค่อยผิดหวังเท่าไหร่… แต่มันออกแนวเสียดายมากกว่า
ขอตะโกนตรงนี้เลยว่า ใครอยากได้แบบ Taken ก็ควรไปดู Taken ครับ 5555 เพราะเรื่องนี้มันไปคนละเวย์ มันไม่ใช่แอ็คชั่นฝ่าด่านนรกไปช่วยลูกสาว แต่หนังมัน… ผมขอใช้คำว่า “ยึกๆ ยักๆ” – ซึ่งอาการยึกยักนี่เกิดขึ้นใน 2 ส่วน ส่วนแรกคือตรงการเดินเรื่อง และอีกส่วนคือเรื่องแอ็คชั่น ซึ่งขอผมว่าไปทีละส่วนนะครับ
ส่วนแรกตรงการเดินเรื่อง บทมันยึกๆ ยักๆ จริงๆ ครับ คือมันไปไม่สุด ระหว่างดูนี่อารมณ์เราจะเหมือนว่า ตอนนี้เครื่องกำลังร้อนแล้วนะ หลายอย่างกำลังได้ที่แล้วนะ กำลังจะมันส์แล้ว แต่จู่ๆ หนังก็จะเบรคเราหัวทิ่ม แล้วทุกอย่างก็เหมือนต้องไปเริ่มใหม่ จากนั้นพอเดินเรื่องไปสักพักก็เหมือนๆ จะได้ที่แล้ว เริ่มจะมันส์แล้ว และหนังก็เบรคเราอีก อารมณ์มันเป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งเรื่องเลย
แต่จุดนี้ผมไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่ เพราะจริงๆ มันมีเหตุผลที่ทำให้หนังต้องเดินเรื่องแบบนั้น พอดูจนจบแล้วท่านจะเข้าใจภาพรวมครับ และท่านจะพอให้อภัยกับความยึกยักในส่วนนี้ได้ อย่างผมนี่ตอนแรกก็แอบหงุดหงิดเหมือนกัน เพราะมันเหมือนโดนเบรคตลอดเลย ความเพลินมันก็เลยสะดุด แต่พอดูจบ พอเห็นภาพรวมก็โอเค เข้าใจได้ และยอมรับได้ที่หนังเดินเรื่องแบบนี้ – นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเวลาผมดูหนังผมถึงต้องดูให้จบเสมอน่ะครับ เราจะได้เห็นหนังครบมุมก่อนจะลงมติว่ารู้สึกอย่างไร

พอผมเห็นภาพรวมแล้ว ผมก็เริ่มมองหนังในมุมบวกมากขึ้นอีกนิด เพราะบทมันก็ถือว่าพอจะมีอะไรอยู่บ้าง แม้ว่ามันจะช่วยหนังทั้งเรื่องไม่ได้ แต่มันก็โอเคสำหรับผมนะ แต่อีกใจก็แอบเสียดายเหมือนกัน ว่าถ้าหนังเล่าเรื่องได้ถึงกว่านี้ ปล่อยสุดกว่านี้ – ไม่มัวเบรคเป็นพักๆ แล้วหาเวย์ในการเล่าที่สนุกกว่านี้ – ผลลัพธ์อาจจะออกมาน่าจดจำกว่าก็เป็นได้
และอีกส่วนที่ผมว่ามันยึกยักแล้วทำร้ายหนังก็คือเรื่องแอ็คชั่นครับ เอาจริงๆ หนังแนวนี้ไฮไลต์สำคัญเลยคือต้องให้ตัวเอกโชว์ของ ยิ่งหนังบรรยายตั้งแต่ต้นว่าเธอถูกฝึกมาเพื่อฆ่า เรายิ่งอยากเห็น เพราะมันน่าจะมันส์ แต่รู้อะไรไหมครับ หนังกลับไม่ค่อยมีแอ็คชั่นของตัวเอกสักเท่าไหร่
มันกลายเป็นว่าหนังเล่าข้ามส่วนที่ควรจะเป็นฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ ให้หายไปหมด อย่างตอนต้นเรื่องช่วงที่นิคกี้ไล่ล่ารถคันที่พาตัวลูกสาวเธอไป ช่วงนี้ถือว่ามันส์ใช้ได้ แล้วหนังก็จบฉากนี้ด้วยการให้เธอหมดสติ จากนั้นพอฉากถัดมา หนังก็เริ่มตอนที่เธอโดนจับตัวไว้ ก่อนจะเล่าด้วยคำพูดให้เราฟังว่า คืนก่อนเธอไปถล่มซ่องของพวกผู้ร้ายซะราบ ทำเอาคนตายเป็นเบื่อ แต่ปัญหาคือเราไม่ได้เห็นภาพพวกนั้นเลยครับ ได้เห็นแค่ตอนเธอโดนจับไว้แล้วเท่านั้น แต่ฉากถล่มซ่องเรากลับไม่ได้เห็น
แล้วมันเป็นแบบนี้ทั้งเรื่องครับ ซีนที่ทำท่าเธอจะได้บู๊เดือดๆ เราจะไม่ได้เห็น อารมณ์เหมือนหนังตัดฉากบู๊เจ๋งๆ ของเธอออกไปหมด เหลือแค่ซีนที่บู๊ง่ายๆ จุดนี้ผมยอมรับว่าเซ็งจริง คือหนังแนวนี้พี่ตัดแอ็คชั่นโชว์สกิลของตัวเอกออกไปหมด แล้วหนังจะเหลืออะไรล่ะครับนั่น
แต่ตอนแรกก็พยายามคิดนะ ประมาณว่า หนังอาจเซฟงบเพื่อที่จะให้เราไปตื่นตาเอาตอนไคลแม็กซ์ทีเดียวหรือเปล่า… แต่ก็เปล่าครับ ตอนไคลแม็กซ์มันก็งั้นๆ รสชาติก็ชืดเหมือนกัน และที่ปวดใจสุดต้องยกให้ตัวละครคุณพี่ร่างบึ้กข้างกายท่านประธานขององค์กรค้ามนุษย์ พี่เล่นวางท่าซะผมคิดว่าพี่ต้องเก่งแน่ เดี๋ยวตอนตีกับนิคกี้ต้องเดือดแน่ แล้วผลปรากฎว่า… พี่หลอกผมอย่างแรง!
โดยรวมหนังเลยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ครับ แต่นักแสดงน่ะโอเคนะ ไม่ว่าจะ Jovovich ที่เหมาะกับบทสาวแกร่งสายลุยแบบนี้อยู่แล้ว แล้วก็ยังมี D.B. Sweeney กับ Matthew Modine แต่ละคนผมว่าทำหน้าที่ได้ไม่เลว และบทจริงๆ ผมว่าก็มีจุดน่าสนใจ แต่การถ่ายทอดเรื่องราวมันไม่โอเคเท่าไหร่ ซึ่งคนกำกับก็คือ Adrian Grunberg ที่เคยฝากงานดีๆ ไว้อย่าง How I Spent My Summer Vacation แล้วก็งานกลางๆ อย่าง Rambo: Last Blood ส่วนเรื่องนี้ก็ถือว่าสนุกน้อยกว่า 2 เรื่องนั้นครับ
อย่างที่บอกครับว่าเสียดายจริง พอมาลองคิดดูผมว่าผมชอบบทสรุปนะ มันถือว่าน่าจดจำสำหรับผม เพียงแต่ระหว่างทางมันยังไม่เข้าที่ แอ็คชั่นมันยังไม่เข้าท่า ส่วนตัวผมมองว่าถ้าหนังยิงยาวไปเลย เร้าใจให้ต่อเนื่องไปเลย แล้วก็ทำให้บทลงเอยมันมีความกลมกล่อมตามที่คนเขียนบทตั้งใจ มันน่าจะเวิร์คกว่าที่เป็น แต่พอเลือกเวย์นี้หนังมันเลยกระท่อนกระแท่น ยิ่งฉากแอ็คชั่นไม่สะใจก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยทีนี้
แต่อย่างน้อยหนังก็มีส่วนที่ผมชอบอย่างหนึ่งนะครับ นั่นคือหนังสะท้อนความจริงที่น่าคิด ว่าการที่องค์กรผิดกฎหมายยังสามารถมีตัวตนอยู่ได้เนี่ย มันจะเพราะอะไร? ในเมื่อโลกนี้มีผู้รักษากฎหมายไว้คอยกวาดล้าง แต่พวกคนทำผิดกลับยังอยู่ อยู่ในแบบที่ชาวบ้านยังรู้เลยว่ามันมีอยู่ที่ไหนบ้าง… แบบนี้มันหมายความว่ายังไง?
ในหนังเรื่องนี้ – ขอย้ำอีกครั้งว่า “ในหนังเรื่องนี้” – ให้คำตอบว่า ก็เพราะมีเจ้าหน้าที่คอรัปชั่นรับสินบนแล้วปล่อยให้ธุรกิจผิดกฎหมายมันลอยหน้าลอยตาอยู่ต่อได้ยังไงล่ะ ลองว่าถ้าเจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานเต็มที่กันจริงๆ โดยไม่มีใครรับส่วยเลย แบบนั้นองค์กรผิดกฎหมายจะอยู่ได้ง่ายๆ หรือ?
หนังเขาว่าแบบนั้นน่ะนะครับ ส่วนโลกความจริง… ละไว้ในฐานที่เข้าใจ
นี่อาจไม่ใช่หนังที่ผมจะแนะนำน่ะนะครับ แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้แย่หนักหนา ก็ขึ้นกับท่านล่ะครับว่าอยากลองไหม เอาจริงๆ คือถ้าอยากได้หนังแนวนี้ที่สาแก่ใจก็จัด Taken ไปเลยจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอยากตามมาให้กำลังใจ Jovovich ก็ว่ากันไป
ไม่ถึงสองดาวครับ
(5.5/10)
Categories: Movie Reviews, Action, Crime, Drama, Thriller













