หนูน้อยออโรร่า (Sophie Sloan) ตัดสินใจจ้างเพื่อนบ้านที่เป็นมือสังหาร (Mads Mikkelsen) ให้มาช่วยปราบปีศาจใต้เตียงที่คอยรังควานเธอ
ครับ พล็อตง่าย แต่น่าสนใจนะ ผมยังอยากดูเลย ครั้นพอได้ดูแล้วก็… ก็คงต้องขอพูดตามที่รู้สึกน่ะนะครับ
โอเค ผมชอบพล็อตนะ เข้าใจคิดดี แล้วการเล่าเรื่องมันก็ชวนให้เราสงสัยล่ะครับ ว่าตกลงออโรร่าคิดไปเองไหม มันคือปีศาจจริงๆ ไหม หรือเป็นฝีมือมนุษย์ เรียกว่ามีการวางปมให้เราตามเรื่องไปเรื่อยๆ แล้วระหว่างทางหนังก็สอดแทรกปูพื้นความสัมพันธ์ระหว่างหนูน้อยกับเพื่อนบ้าน ก่อนที่ช่วงท้ายหนังจะมาพร้อมการเฉลยแบบเน้นๆ
อย่างแรกที่ต้องบอกกันคือ อย่าคาดหวังแอ็คชั่นนะครับ เพราะตอนต้นเรื่องที่หนังเปิดตัวให้เห็นลีลาของตัวเอก ฉากนั้นมันเป็นแอ็คชั่นซีนที่ดูสวยและโดดเด่นมาก แต่อยากบอกว่าฉากแบบนั้นมีแค่ฉากเดียวครับ ตอนท้ายมันไม่ได้มโหระทึกแบบนั้นหรอก อีกทั้งฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายก็ถือว่าพอได้ แต่ยังไม่เด็ด เดี๋ยวใครคาดหวังว่าจะได้เจอแบบ John Wick หรือ Polar เดี๋ยวจะผิดหวังเอาได้
โดยรวมผมชอบนะครับ หนังสนุกไม่เลว แต่ก็ต้องบอกอีกนั่นแหละว่าหนังจะหนักไปทางคุยกัน แอ็คชั่นน่ะน้อยมาก แต่ผมโอเคครับ ชอบในเรื่องราว ชอบในการแสดงของ Mikkelsen และ Sloan ที่ถือว่าเล่นคู่กันได้พอเหมาะ จังหวะการเฉลยเรื่องราว หรือเหตุการณ์ช่วงไคลแม็กซ์ก็ถือว่าดีในแนวทางของมัน แล้วยิ่งหนังมาปิดท้ายด้วยเพลง Tiger ของ ABBA นี่ยิ่งใช่เลย เลือกเพลงได้ถูกมากๆ
จากที่อ่านมาถึงตรงนี้ ผมชอบหนังใช่ไหมครับ อืมม์ มันก็ชอบนั่นแหละ แม้จะไม่ตรงตามที่คิด คือไม่ได้หนักแอ็คชั่น แต่ตามแนวทางที่หนังเป็นคือดราม่าผสมตลกร้ายบวกด้วยแฟนตาซีและระทึกขวัญเข้าไป มันก็โอเคอยู่… แต่ครับ… ใช่ครับ ผมมีแต่ด้วย และมันเป็นแต่ที่ส่งผลให้ผมรู้สึกเพลินกับหนังน้อยลงพอสมควร
หนังเรื่องนี้นำเสนอในแบบ 3.00:1 มันคืออัตราส่วนแบบ Ultra-Widescreen ซึ่งทราบมาว่าผู้กำกับ Bryan Fuller ที่ทำหนังเรื่องนี้เขาตั้งใจใช้สัดส่วนภาพแบบนี้เพื่อสร้างความอึดอัด เพราะภาพมันจะดูบีบบนบีบล่างครับ อันจะส่งผลให้คนดูเกิดความกดดันและเป็นการจำกัดสายตาไปโดยปริยาย อีกทั้งภาพแบบนี้ยังมีส่วนบีบให้เราจดจ่อกับมุมต่างๆ ประมาณว่าจะมีอะไรโผล่มาที่มุมนั้นมุมนี้ไหม ซึ่งว่ากันว่า Fuller และผู้กำกับภาพ Nicole Hirsch Whitaker พบอัตราส่วนภาพนี้โดยบังเอิญระหว่างทดสอบเลนส์ และพวกเขาก็เห็นตรงกันว่ามันคืออัตราส่วนภาพที่เหมาะกับอารมณ์ของหนังที่สุด

คือ… ผมเข้าใจเลยนะ พออ่านพอค้นข้อมูลนี่ผมเข้าใจเลย ภาพแบบนี้มันบีบอัดทำให้คนดูอึดอัดได้จริงๆ แต่ปัญหาใหญ่เลยก็คือ ผมมันดันเป็นคนไม่ชอบอัตราส่วนภาพทำนองเนี้ยครับ คือไม่ชอบจริงๆ ไม่ใช่เพราะมันอึดอัดจนดูไม่ได้หรืออะไรนะ แต่มันเหมือนเราดูหนังที่ภาพหายไปเลยเกือบครึ่งน่ะครับ เพราะแถบดำบนล่างนี่ก็กินไปแล้วเกือบครึ่งจอ ดังนั้นเอาจริงๆ คือเราได้เห็นภาพแค่ครึ่งเดียว คือสำหรับผมนี่มันเกิดความรู้สึกเหมือนเราถูกปล้นภาพส่วนอื่นๆ ไป มันเหมือนได้ดูหนังแค่ครึ่งเดียวอ้ะ ซึ่งผมไม่ชอบตรงนี้จริงๆ
แล้วผมว่าหลายฉากหลายซีนในหนังน่ะมีการจัดแสงจัดองค์ประกอบได้สวยน่ะครับ ผมเลยอยากเห็นแบบเต็มตา คือผมไม่เถียงน่ะนะครับว่าการนำเสนอแบบนี้มันอาจเป็นอะไรที่มีเหตุผลในเชิงศิลป์ และเป็นเทคนิคที่คนทำมีเหตุผล แต่คนแบบผมมันคนบ้านๆ น่ะครับ เวลาดูหนังเนี่ย ผมดูแบบโซ้ยบะหมี่จับกัง คืออยากได้ที่มันเต็มปากแล้วก็เต็มคำ การมาตอดทีละนิด มางับทีละหน่อย มันไม่ใช่อ้ะ
อีกอย่างที่อยากจะพูดก็คือ “ผมไม่ได้เอาทีวีจอใหญ่มาแปะฝาบ้าน เพื่อดูภาพแค่ครึ่งเดียวนะเฮ้ย”
อีกปัญหาหนึ่งคือปัญหาเดิมๆ ครับ นั่นคือ “พี่จะมืดไปไหน” ยอมรับว่าผมมีปัญหากับหนังสมัยใหม่หลายเรื่อง ที่ชอบทำฉากมืดให้สมจริง แต่มันจริงเกินครับ จริงจนมองอะไรไม่ชัด บางซีนนี่ดูไม่ออกเลยว่าเกิดอะไรขึ้น คือมันรำคาญน่ะครับ โคตรอยากเดินไปเปิดไฟในจอเลย คือพี่ไม่ต้องทำให้มันมืดขนาดนั้นก็ได้ หรือถ้าจะมีก็เห็นใจคนดูหน่อย ขอเห็นอะไรบ้าง นี่ผมดูหนังนะไม่ได้ฟังละครวิทยุ ผมอยากเห็นภาพน่ะครับ คือมันต้องมีวิธีที่บาลานซ์กว่านี้ มืดแบบพอเห็นได้น่ะ
ก็เคารพการตัดสินใจของผู้กำกับน่ะนะครับ เขาอยากนำเสนอแบบนี้ก็ตามนั้น ส่วนเราก็มีหน้าที่จัดการกับความรู้สึกตัวเองไป แต่มันจริงครับที่ผมรู้สึกเพลินกับหนังน้อยลง มันรู้สึกเลยน่ะว่าถ้าได้เห็นภาพเต็มตา ผมคงสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้มากกว่านี้
สรุปนะครับ ผมว่าหนังน่าลองทีเดียวครับ แต่ต้องเตรียมการรับรู้ไว้ก่อนเลยว่าหนังไม่เน้นบู๊ ไม่ได้ออกมาเอามันส์ แต่เน้นบรรยากาศที่สร้างความกดดันอึดอัด เดินเรื่องไปบนกลิ่นอายแฟนตาซีแบบหม่นๆ ใครคิดว่าเข้าทาง ก็จัดไปเลยครับผม
สองดาวกว่าๆ ครับ
(6.5/10)
Categories: Movie Reviews, Action, Drama, Fantasy, Horror, Monster Horror, Monster Movies












