
เมื่อคนกลุ่มหนึ่งติดอยู่ในศูนย์การค้าไพน์ส วัลเล่ย์ ในช่วงที่เขื่อนแตกและมีน้ำทะลักเข้ามาท่วมที่นั่นพอดี พวกเขาเลยต้องหาทางเอาตัวรอดพร้อมทั้งต้องเผชิญกับความหวาดระแวง เพราะพวกเขาคนใดคนหนึ่งอาจเป็นนักโทษที่หลบหนีมา
หนังสำหรับลงฉายทางทีวีที่ขอว่ากันตรงๆ ครับว่ามันไม่สนุกเท่าไหร่ ทั้งที่จริงๆ พล็อตมันเอื้อให้สนุกได้นะ เพราะมันรวมมิตรทั้งหนังภัยพิบัติเข้ากับหนังแอ็คชั่นระทึกขวัญ ตัวละครในเรื่องนอกจากต้องรับมือกับน้ำท่วมแล้วยังต้องเจอกับคนร้ายอีก คือถ้าเขียนบทดีๆ และคุมหนังดีๆ นี่ก็น่าจะพอเพลินได้อยู่
แต่กลายเป็นว่าหนังไม่บันเทิงเท่าไหร่ครับ โอเคมาว่ากันถึงข้อดีก่อน ในแง่งานสร้างนี่ผมว่าได้นะ สำหรับฉากน้ำท่วมในห้างซึ่งก็ดูสมจริงอยู่ เพราะหนังถ่ายทำกันในโรงถ่ายครับ – ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะถ่ายกันที่สตูดิโอ Babelsberg ประเทศเยอรมนี – โดยมีการสร้างฉากเป็นในห้าง แล้วก็ใช้น้ำจริงทั้งหมด ว่ากันว่าหนังลงทุนไปราว $5.5 ล้าน เพราะหนังใช้ของจริงเป็นหลัก
หรือฉากไหนที่น้ำต้องทะลักโถมเข้ามาก็ต้องมีการเซ็ตฉากดีๆ และถ้าซีนนั้นถ่ายแล้วไม่ผ่าน ทีมงานก็ต้องไปนั่งเซ็ตฉากใหม่หมด ให้เป็นเหมือนตอนก่อนน้ำจะท่วม แล้วก็ค่อยปล่อยน้ำซ้ำ เลยพอเข้าใจได้ที่ทุนจะถึง $5 ล้านกว่า

ครับ เรื่องงานสร้างผมไม่ติด หรือเรื่องนักแสดงจริงๆ ก็ถือว่าผ่านอยู่ครับ ไม่ถึงกับยอดเยี่ยม แต่ก็ผ่านได้อยู่ อย่าง Rob Estes นี่บางโมเมนต์อาจดูล้นๆ แต่ก็ยังพอได้ และออกตัวเลยว่าผมชอบ Shannon Sturges นางเอกของเรื่องอยู่แล้ว โดยรวมผมเลยมองว่าดาราน่ะโอเคอยู่
ครั้นพอมองมาที่เรื่องบท มองที่โครงเรื่องจริงๆ ผมว่ามันก็พอได้นะ อาจมีที่ดูเกินจริงไปบ้าง ซึ่งคนเขียนบทเรื่องนี้ก็คือ Dan Gordon ที่ผลงานเขาก็มีทั้งหนังที่เข้าท่าอย่าง Passenger 57, Wyatt Earp, Murder in the First, The Assignment, The Hurricane, Big George Foreman แล้วก็มีหนังที่กลางๆ ค่อนไปทางไม่เวิร์คอย่าง Surf Ninjas และ Rambo: Last Blood
สำหรับคนกำกับเรื่องนี้ก็คือ Norberto Barba รายนี้ผมจำได้เลยจาก Solo หนังบู๊ที่ Mario Van Peebles แสดงนำ ซึ่งอันนั้นไม่สนุกจริงครับ ส่วนงานของเขาระยะหลังก็จะหนักไปทางกำกับซีรี่ส์ ในขณะที่เรื่องนี้ถือเป็นงานยุคแรกๆ ครับ ซึ่งอาจจะเพราะชั่วโมงบินยังไม่มาก หรือบทของ Gordon มีความบกพร่องจริงๆ หรืออะไรก็เถอะ แต่หนังมันเล่าแบบไปเรื่อยๆ คือถ้ามองจากตัวสถานการณ์จริงๆ หนังก็พยายามใส่อะไรลงมาเรื่อยๆ แต่เรื่องมันเล่าไปๆ แบบไม่กดดัน ไม่ระทึก พวกสถานการณ์คอขาดบาดตายทั้งหลายมันดูไม่ตื่นเต้นพอ อย่างบางฉากตัวละครจะจมน้ำอยู่แล้ว แต่มันก็ยังไม่ค่อยลุ้นเท่าไหร่เลย
ก็ขอว่าไปตามที่คิดน่ะนะครับ คืองานสร้างดี ฉากน้ำท่วมอะไรผมว่าดีเลยถ้ามองจากที่มันเป็นหนังทีวีล่ะก็ แต่การเล่าเรื่องยังไม่เพลิน ความตื่นเต้นยังไม่มา และสารภาพเลยว่าระหว่างดูนี่ผมคิดถึงเรื่อง Hard Rain เป็นพักๆ และบอกได้เลยว่าเรื่องนี้เข้าท่ากว่าพอตัว
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
Categories: Movie Reviews, Action, Disaster Movies, Thriller











