เมื่อโลกออนไลน์มีมีมมรณะที่ชื่อว่ากริมคัตตี้ออกอาละวาด ว่ากันว่ามันสามารถทำให้เด็กๆ ทำเรื่องเลวร้าย และล่าสุดอาช่า (Sara Wolfkind) ก็คือเหยื่อที่ต้องตกอยู่ในอาการขวัญผวาเพราะมัน แล้วเธอจะสามารถเอาตัวรอดไปจากความร้ายกาจของมันได้อย่างไร
อย่างแรกที่ผุดขึ้นระหว่างดูก็คือ “ลุค นั่นนายเหรอ” 5555 คือตัวกริมคัตตี้นี่ดูเหมือนลุคแห่ง Death Note มากครับ ต่างแค่หน้าจะอูมกว่า แต่ทรงนี่มาทางเดียวกันเลย ดูยังไงมันก็คือลุคจริงๆ นะนั่น
ก็ดูท่าว่าแรงบันดาลใจของหนังน่าจะมาจากเรื่องของมีมโมโม่ที่สั่นประสาทพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่ช่วงหนึ่งครับ พอมาทำเป็นหนังก็เลยมีการดัดแปลงแล้วก็วางกฎในการหลอนของปีศาจซะใหม่ ผลออกมาก็ได้เป็นหนังเรื่องนี้ ซึ่งในแง่กฎกติกาการอาละวาดของมันก็ถือว่าพอรับได้นะครับ แต่เสียดายที่ความสนุกไม่เยอะ ความน่าติดตามไม่มาก ทั้งที่หนังเดินตามรอยสูตรของหนังแนวนี้แท้ๆ แต่ดูเหมือนผู้กำกับ John Ross (ที่ทำหน้าที่เขียนบทด้วย) จะยังไม่สามารถปรุงรสของหนังให้ออกมาสยองสักเท่าไหร่
ผมว่าฉากสยองของหนังนี่คือไม่น่ากลัวเลยครับ จริงๆ มันไม่น่ากลัวตั้งแต่กริมคัตตี้แล้ว คือมันเหมือนลุคอย่างที่ผมบอกไป แต่มันดูไม่หลอน ไม่ตรึงตารตรึงใจนัก ส่วนในแง่การอาละวาดนั้น ผมเข้าใจกติกานะ ประมาณว่ามันคือปีศาจที่อำนาจของมันจะขึ้นอยู่กับพ่อแม่ของเหยื่อด้วย ส่วนลูกก็ต้องเผชิญนรกกันไป แต่จังหวะการหลอกมันไม่ได้น่ากลัวหรือสยองขวัญ อย่างมากมันก็แค่ทำให้เกิดความวุ่นวายที่เกินควบคุมน่ะครับ แต่มันไม่ได้สยดสยองแบบขนลุก จุดนี้ผมว่าผู้กำกับยังคุมได้ไม่แม่นนักครับ มันเลยออกมาเฉยๆ แบบนี้

แต่ผมชอบแงคิดที่หนังแฝงไว้นะครับ อย่างเจ้ากริมนี่จะมีแต่เด็กๆ ที่เห็น ส่วนพ่อแม่จะไม่เห็นมันเลย ในทางหนึ่งมันก็เหมือนเป็นการสะท้อนครับ สะท้อนชีวิตจริงว่าบางปัญหาในชีวิตของลูก จะมีแค่ลูกเท่านั้นที่ไปพอไปเจอ ส่วนพ่อแม่ก็ทำได้แค่รับฟังปัญหาจากที่ลูกบอกเล่า (ไม่ได้ไปเจอกับตัวจริงๆ) ซึ่งบางครั้งพ่อแม่ก็ไม่พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เด็กพยายามสื่อสาร หรืออาจจะมองปัญหานั้นๆ เพียงจากมุมมองของตนเอง โดยไม่มองในมุมของลูกเลย จนส่งผลให้พ่อแม่เกิดความไม่เข้าใจกัน และสุดท้ายก็มักจะลงเอยด้วยการทะเลาะ
มันก็ขึ้นอยูกับเรา (พ่อแม่) จริงๆ นะครับ ว่าเราจะเลือกให้เหตุการณ์มันไปทางไหน เราจะให้การปรึกษาปัญหาของลูก คือสิ่งที่ช่วยให้สายใยสายสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกมีความแนบแน่นกันมากขึ้น ทำให้ลูกตระหนักว่าเรารักเขามากแค่ไหน หรือเราจะปล่อยให้มันสร้างช่องว่างที่แยกคุณกับลูกให้ห่างออกจากกันไปเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญอย่างแรกยามที่ลูกเล่าปัญหามาแล้วเราไม่เข้าใจ คือเราต้องอดทนฟังให้จบ และถามสิ่งต่างๆ ให้ครบมุม โปรดอย่าด่วนสรุป หรืออย่าด่วนตอบอะไรออกไปให้เร็วนัก – มีนะครับ พ่อแม่บางคนพยายามรีบตอบ ไม่ว่าจะเพราะอยากรีบๆ จบเรื่อง, เพราะมีอคติกับลูก (คิดว่าเราลูกเราผิดแน่) หรือเพราะกลัวว่าถ้าตอบช้ามันจะดูไม่เก๋า ดูเหมือนเราไม่รู้จริง – กล่าวคือเราควรใจเย็นครับ แล้วก็ค่อยๆ มองข้อมูลให้รอบ ค่อยๆ พิจารณา ก่อนจะค่อยๆ เสนอทางออก
และอีกสิ่งที่รู้สึกระหว่างดู ก็คือใจหายครับ ใจหายที่ดาราวัยรุ่นสมัยของผมอย่าง Shannyn Sossamon (A Knight’s Tale, 40 Days and 40 Nights) และ Alona Tal ที่ผมปลื้มสุดๆ ตั้งแต่ CSI แล้วไล่มาถึง Supernatural มาตอนนี้รับบทแม่กันหมดแล้วครับ – ส่วนผมก็รับบทพ่อแล้วเหมือนกัน 5555 เวลานี่ผ่านไปไวจริงๆ ครับ
ก็ตามนั้นนะครับ สรุปคือหนังไม่ได้น่าดูเท่าไหร่นัก แต่แง่คิดโอเค ควรค่าแก่การให้พ่อแม่นำไปพิจารณาและปรับใช้กับชีวิตดู
ดาวครึ่งครับ
(5/10)
หมวดหมู่:Drama, Horror, Monster Horror, Monster Movies, Movie Reviews, Mystery, Thriller









![[Rec] (2007) ปิดตึกสยอง](https://i0.wp.com/10000tip.com/wp-content/uploads/2018/08/showimage0051.jpg?resize=200%2C200&ssl=1)


